Home ข่าวเด่น ครม.ตีกลับ สธ.ชะลอแผน เลิกยูเซ็ป ให้รักษาได้ทุกโรงพยาบาล หลังยอดป่วยทะยานลิ่ว

ครม.ตีกลับ สธ.ชะลอแผน เลิกยูเซ็ป ให้รักษาได้ทุกโรงพยาบาล หลังยอดป่วยทะยานลิ่ว

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ครม.สั่งเบรก “อนุทิน” ประกาศรักษาโควิด-19 ฟรีตามสิทธิ (ยูเซ็ป) ยังให้ใช้ระบบเดิมไปก่อน ขณะที่นายกฯเตรียมนั่งหัวโต๊ะ ศบค.ชุดใหญ่ ถกสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด กลุ่มเส้นด้ายจี้รัฐบาลแก้ปัญหาคนป่วย ไม่มีเตียง ต้องนอนรอข้างถนน ส่วนสถานการณ์รายจังหวัดหลายแห่งยอดผู้ติดเชื้อยังลามไม่หยุด ส่วน รพ.ใน จ.เพชรบูรณ์ปล่อยเด็กหญิง 9 ขวบที่เพิ่งหายป่วยยืนตากฝนหน้าศูนย์พักคอย สปสช.แจงสายด่วน 1330 สายไหม้ คนกระหน่ำโทร.วันเดียวสูงสุดเกือบ 5 หมื่นสาย ด้านคนบันเทิง ดารา “เจมส์จิ” แอน ทองประสม อิน บูโดกัน “ณัฐ-ณัฐวัฒน์” มือกีตาร์วงเคลียร์ ติดโควิด

สถานการณ์ติดเชื้อโควิดรายวันยังพุ่งไม่หยุด จนกระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนภัยระดับ 4 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะเดียวกันต้องรอการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่าจะมีมาตรการเข้มข้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดแค่ไหน

ไทยพบติดโควิด 1.8 หมื่นราย

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,363 ราย แยกเป็นติดเชื้อในประเทศ 18,205 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 18,129 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 76 ราย จากเรือนจำ 31 ราย มาจากต่างประเทศ 127 ราย หายป่วยเพิ่ม 15,651 ราย อยู่ระหว่างรักษา 169,074 ราย อาการหนัก 827 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 214 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 35 ราย เป็นชาย 25 ราย หญิง 10 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 30 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย เด็กไทยอายุ 14 ปี 1 ราย มีโรคประจำตัวลมชัก ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยัน 2,749,561 ราย ยอดหายป่วยสะสม 2,557,796 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 22,691 ราย และมียอดฉีดวัคซีนสะสม 121,915,999 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 426,389,058 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 5,909,184 ราย สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดได้แก่ กทม. 2,638 ราย ชลบุรี 924 ราย สมุทรปราการ 887 ราย นนทบุรี 792 ราย นครศรีธรรมราช 741 ราย นครราชสีมา 716 ราย ภูเก็ต 660 ราย สมุทรสาคร 593 ราย นครปฐม 479 ราย สุรินทร์ 425 ราย

“อนุทิน” ยันไม่มีคนนอนรอ

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด ที่มีกระแสข่าว ผู้ป่วยมานอนรอรับการรักษานอกบ้านว่า ยืนยันไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น ตรวจสอบกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน จำนวนเตียงที่มีอยู่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศยังมีความพร้อม เห็นข่าว ไม่ได้อยู่เฉยๆ ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดี เช็กแล้วเช็กอีกไม่มี เตียงยังพอมีอยู่ ยังครองไม่ถึงครึ่ง ส่วนยามีเต็มที่ เวลานี้เน้นการรักษาตัวที่บ้านเป็นหลัก

เรื่องล็อกดาวน์ให้ใจเย็น

เมื่อถามย้ำว่า เริ่มมีข้อสงสัยว่าอาจต้องล็อกดาวน์หรือต้องเพิ่มมาตรการอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใจเย็นๆ ประเทศอื่นทั่วโลกกราฟผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งสูงกว่าประเทศเรา แต่เขาผ่อนคลาย ส่วนเราต้องหาทางที่ดีที่สุด เดินทางสายกลาง เชื้อโอมิครอนติดง่าย หายเร็ว ความรุนแรงของโรคไม่เหมือนสายพันธุ์อื่น เมื่อถามว่าในการประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 23 ก.พ.นี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอเพิ่ม หรือปรับมาตรการอย่างไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการ สธ.จะเป็นผู้นำเสนอ พิจารณาให้เกิดความสะดวกกับประชาชน เป็นการเสนอตามวาระปกติ อาจเสนอเรื่องมาตรการเข้าประเทศที่ต้องตรวจ RT-PCR ในวันที่ 5 ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่

ศบค.เตรียมประชุมใหญ่

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. จะเป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ วันที่ 23 ก.พ. เพื่อพิจารณาการปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร แผนการให้บริการวัคซีน โดยจะเน้นเรื่องความปลอดภัยของคนไทยเป็นสำคัญ รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย นายกฯยังยืนยันถึงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด ประชาชนสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง สิทธิประกันสังคมและสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ส่วนผู้ป่วยโควิดที่อยู่ในเกณฑ์สีแดง หรือภาวะการเข้าข่ายฉุกเฉิน ยังสามารถเข้ารักษาที่หน่วยบริการนอกระบบตามหลักเดิมของยูเซปได้

เสนอเลื่อนไปก่อน

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ชี้แจงกรณีการใช้สิทธิ UCEP ว่า ยังให้ดำเนินการต่อไปเหมือนช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดของโควิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน ตนจึงเสนอให้เลื่อนการปรับใช้สิทธิ UCEP ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนได้ว่า จะดูแลรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในสิ่งที่กระทรวง เตรียมการไว้ และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ความเหมาะสม แม้ว่าเดิมคิดปรับเปลี่ยนมาตรการเป็น UCEP Plus แต่เมื่อมีการแพร่ระบาด ควรปรับเปลี่ยนมาตรการไปตามสถานการณ์

ชะลอออกไปก่อน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เรื่อง UCEP ครม.เป็นห่วงประชาชนจึงให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนชะลอการประกาศเรื่องนี้ออกไปก่อน เพราะต้องทำความเข้าใจซักซ้อมการปรับบริการผู้ป่วยอาการสีเขียว เนื่องจากโอมิครอนมีผู้ป่วยสีเขียวมาก อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการรับสายด่วนต่างๆ เพื่อพัฒนาการบริการให้ดีก่อนที่จะนำเรื่องนี้กลับมาอีกครั้ง

ขอปรับระบบบริการก่อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. นายกฯได้กำชับให้บริหารจัดการระบบการรักษา ทั้งโฮมไอโซเลชัน และคอมมูนิตี้ไอโซเลชันให้เพียงพอ เป็นห่วงที่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้น ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเคร่งครัดมาตรการ ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบอนุมัติการแก้ไขปัญหาการระบาดโรคโควิดในเรือนจำและทัณฑสถาน วงเงินรวม 150.69 ล้านบาท เพื่อให้กรมราชทัณฑ์นำไปจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาโควิด จำนวน 19 รายการ ให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในเรือนจำ และทัณฑสถานทั่วประเทศ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) จำนวน 162,000 ชุด หน้ากากอนามัย N95 162,000 ชิ้น ถุงมือยาง 540,000 คู่ ชุดตรวจ ATK จำนวน 454,674 ชุด ยังมีแอลกอฮอล์น้ำ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว น้ำยาตรวจหาเชื้อไวรัส (น้ำยา PCR) เป็นต้น

ครม.ตีกลับยกเลิก UCEP

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า เดิมกระทรวงสาธารณสุข เตรียมการดีเดย์ประกาศให้วันที่ 1 มี.ค.65 ปรับระบบการบริการให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไปใช้การรักษาตามสิทธิ และเตรียมประกาศใช้ UCEP PLUS ยูเซ็ป-พลัส โดยให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินประกาศให้ผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเหลือง แดง ใช้บริการได้ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิในสถานพยาบาลของทั้งรัฐและเอกชน โดยวันที่ 22 ก.พ. มีแผนการนำอัตราจ่ายค่ารักษาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยทาง ครม.ให้ความเห็น มอบให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนเรื่องกระบวนการและการทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะกระบวนการติดต่อ การรักษา และช่องทางต่างๆ การเตรียมการรองรับการประกาศใช้ยูเซ็ป-พลัส ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งปรับระบบการรักษาที่บ้าน ขอให้เน้นกระบวนการทำงานของหน่วยงาน และการทำความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้น วันนี้ ครม.ยังไม่มีมติ และกระทรวงสาธารณสุขจะรับเรื่องนี้มาทำความเข้าใจกับประชาชน ทำความเข้าใจกับสถานพยาบาล ทบทวนกระบวนการต่างๆ ส่วนเรื่องการประกาศยกเลิกยูเซ็ปโควิดนั้น ครม.ขอให้ สธ.ทบทวนให้สอดคล้องกัน โดยสรุปคือ ระบบการดูแลยังถือว่าเป็นยูเซ็ปโควิด เหมือนเดิม กระทรวงสาธารณสุขต้องซักซ้อมกระบวนการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกรอบเวลาที่จะประกาศยกเลิกยูเซ็ปโควิด เพื่อกลับไปใช้ตามสิทธิของผู้ป่วยนั้น สบส.จะนำเข้าหารือในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอ

ยืนยันเข้ารักษาได้ทุกที่

นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า เมื่อโควิด ยูเซป มีผลอยู่ ยังถือว่าผู้ป่วยโควิด เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินอยู่ สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกแห่ง โดยสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนไม่สามารถปฏิเสธได้ และไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ส่วนฮอสพิเทลในพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มีฮอสพิเทลเปิดให้บริการอยู่ 200 แห่ง จำนวนเตียง 36,000 เตียง มีอัตราการครองเตียงร้อยละ 30 ส่วนเรื่องการตรวจ ATK มีผลเป็นบวก และเข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation นั้น เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายประกันสุขภาพ สบส. ได้ทำหนังสือยืนยันไปที่ คปภ.แล้วว่า HI/CI และฮอสพิเทล เป็นสถานพยาบาล ที่ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการคุ้มครองจ่ายสิทธิประกันสุขภาพ

เบอร์ 1330 สายไหม้

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้โทรศัพท์เพื่อขอเข้ารับบริการ ผ่าน 1330 จำนวนมาก โดยวันที่ 21 ก.พ. มีผู้โทร.เข้ามาสูงเป็นประวัติการณ์ 49,000 สาย ในรอบ 24 ชม.และทุกๆวินาที มีผู้รอสาย 50 สาย ดังนั้น สปสช.จึงเพิ่มเจ้าหน้าที่อีก 150 คน ทั้งนี้หากประชาชนโทร.สายด่วน 1330 ติดต่อไม่ได้ ขอให้ใช้ช่องทางไลน์ ส่งข้อมูลโควิด จะได้ไม่ต้องรอสายนาน และตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. สปสช.จะปรับการส่งชุดตรวจ ATK โดยประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิสามารถไปรับที่ร้านยา หรือหน่วยบริการ สปสช.ได้ทุกที่

แจงสื่อสารคลาดเคลื่อน

นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงกรณีเพจ “เส้นด้าย” พบผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนักนอนรอรับการรักษาที่ข้างถนน ว่า สพฉ.และศูนย์เอราวัณจะหาทางแก้ไขปัญหานี้ ในเชิงการให้บริการภาพรวม 1669 ยังให้บริการเป็นปกติ กรณีนี้อาจสื่อสารคลาดเคลื่อน ศูนย์เอราวัณอาจไม่ทราบว่าคนไข้เป็นผู้ติดเชื้อ แล้วมองว่าติดเชื้อทั่วไปหรืออาการไม่รุนแรง เลยไม่มีรถมารับ เพราะยังไม่มีผลตรวจ หรืออะไรคอนเฟิร์มชัดเจน กรณีผู้ที่ตรวจเจอเชื้อบวกจริงๆ ทางเอราวัณจะส่งรถมารับ

หมอพร้อมเพิ่มฟังก์ชันประเมิน

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ อำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาฟังก์ชันการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 (Self-assessment) บนระบบ “หมอพร้อม Chatbot” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยคัดกรองผู้ที่มีผลการตรวจเป็นบวก ให้ได้รับคำแนะนำในการเข้ารับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ การประเมินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การประเมินตนเองเพื่อคัดกรองภาวะวิกฤติ และ 2.การประเมินตนเองเพื่อคัดกรองความเร่งด่วน เมื่อผู้ติดเชื้อทำแบบประเมินความเสี่ยง บน “หมอพร้อม Chatbot” ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพพื้นฐานของผู้ติดเชื้อ อาการและความพร้อมในการรักษาตัวที่บ้าน อ้างอิงจากผลการศึกษาทางวิชาการของกรมการแพทย์ สามารถประเมินให้ตนเองหรือบุคคลในครอบครัวที่ติดเชื้อได้

“เจมส์ จิ” แอน ทองประสม ไม่รอด

คนวงการบันเทิงยังติดโควิดอย่างต่อเนื่อง รายแรก พระเอกหนุ่มชื่อดังช่อง 3 “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 โดยโพสต์อินสตาแกรม ได้รับแจ้งมาว่า เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จึงรีบไปตรวจ RT-PCR ผลออกมาว่าพบเชื้อโควิด วันนี้ (22 ก.พ.) เริ่มมีอาการเจ็บคอ มีไข้สูง ตอนนี้ได้รับการรักษาตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลแล้ว รายที่สอง แอน ทองประสม นางเอกและผู้จัดชื่อดังช่อง 3 ประกาศผ่านไอจีว่าติดเชื้อโควิด โดย ระบุว่า หลังจากแอนได้ทราบว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด แอนได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ด้วยวิธี RT-PCR ผลออกมาว่าพบเชื้อ แอนได้เข้ารับการรักษา และปฏิบัติตามมาตรการที่ถูกต้อง ภายใต้คำแนะนำของแพทย์แล้วค่ะ แอนได้แจ้งทุกๆท่านที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย และต้องขอโทษผู้ที่ ได้รับผลกระทบมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ รายที่สาม นักร้องเสียงดี “อิน บูโดกัน” หรือ “ณัฐรินภรณ์ พรหมมินทร์” แจ้งข่าวตรวจพบเชื้อโควิด-19 โดยโพสต์ภาพผลตรวจโควิดพร้อมบอกเล่าอาการ และรายที่สี่ ต้นสังกัด จีนี่ เรคคอร์ส (genie records) โพสต์แจ้งว่า “ณัฐ-ณัฐวัฒน์ แสงวิจิตร” มือกีตาร์ สมาชิกวง KLEAR ติดเชื้อโควิด ได้แยกกักตัวรักษาแล้ว ส่วนสมาชิกคนอื่นๆอยู่ระหว่างกักตัวและเฝ้าระวังการติดเชื้อ

เพจเส้นด้ายช่วยลุงป่วย

ทางด้านเพจเส้นด้าย-Zendai โพสต์ข้อความว่า สี่ทุ่มตอนนี้ (21 ก.พ.) เส้นด้าย กับท่านหนึ่ง ตรวจโควิดจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งผลออกมาติดเชื้อ ไร้ที่รักษาบ้านก็ไม่มีจึงมานอนข้างทาง เราได้รับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบพบอาการอ่อนเพลีย ออกซิเจนต่ำเพียง 88 ถือว่าวิกฤติ ตอนนี้คุณลุงยังอยู่ที่เดิมมากกว่า 2 ชั่วโมง ยังหาโรงพยาบาลปลายทางรักษาไม่ได้ แม้พยายามติดตามหลายช่องทางแล้ว ตอนนี้หน่วยแพทย์ฉุกเฉินช่วยเหลืออยู่บนรถพยาบาล ด้วยการขยายหลอดลมและให้ออกซิเจนเบื้องต้นแล้ว รอหาโรงพยาบาลเพื่อส่งต่อเข้ารักษา

จี้รัฐแก้ปัญหา

ด้านนายคริส โปตระนันทน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเส้นด้าย กล่าวถึงสถานการณ์ฮอสพิเทลหลายที่เริ่มปิดรับคนไข้โรงพยาบาลหลายแห่ง เตียงเริ่มเต็ม คนไข้หลายคนยังรอคอยยาอยู่ที่บ้าน และผู้ป่วยบางคนต้องออกมานอนรอเตียงริมถนน ขอความช่วยเหลือมาที่กลุ่มเส้นด้าย ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นเพราะความไม่ชัดเจนในนโยบายบริหารของรัฐบาล ว่าจะตัดสินใจไปทางไหน ระหว่างให้โควิด-19 ยังเป็นโรคติดต่อร้ายแรงต้องควบคุมต่อไป หรือจะให้โควิดเป็นโรคทั่วไปเหมือนการเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้ประชาชนเข้ารักษาพยาบาลตามสิทธิการรักษาของแต่ละคน แต่กลายเป็นว่า นโยบายของรัฐบาลวันนี้มันครึ่งๆกลางๆ คือ โควิดยังเป็นโรคติดต่อร้ายแรงต้องควบคุมต่อไป แต่ให้ประชาชนเข้ารักษาตามสิทธิกันเอง จึงไม่มีโรงพยาบาลไหนอยากรับรักษาผู้ป่วยโควิดเพิ่ม ทั้งที่ยังมีเตียง เพื่อเก็บเตียงให้กับกลุ่มผู้ป่วยที่มีกำลังในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกรณี รปภ.รายหนึ่งติดเชื้อโควิด นอนหน้าธนาคารรอรับการรักษา หรือกรณีล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 21 ก.พ. ที่มีคุณลุงท่านหนึ่ง ตรวจโควิดจากโรงพยาบาลของ รัฐผลออกมาติดเชื้อ ระดับการป่วยสีเหลือง-สีแดง แต่ไร้ที่รักษา บ้านไม่มีต้องมานอนข้างทาง

กทม.ตั้งเพจ “เทศกิจอาสา”

ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมศูนย์ บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ด้วยระบบทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในที่ประชุม สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ รายงานสถานการณ์ผู้ป่วย และการเตรียมพร้อมสถานพยาบาลรองรับ โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2,638 ราย ผู้เสียชีวิต 8 ราย นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมขยายเตียงรองรับผู้ป่วยให้ได้อีก 50% ของจำนวนที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันได้ทำเพจ “เทศกิจอาสา” สำหรับผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบได้ยากกว่าผู้ป่วยรายอื่น เช่น ผู้ป่วยเด็ก และคนท้องที่มีความเสี่ยง สามารถประสานช่องทางเพจนี้ เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุด

สุพรรณฯป่วยใหม่ 474 ราย

ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 สุพรรณบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 474 ราย เป็นผู้ป่วย จ.สุพรรณบุรี 438 ราย ผู้ป่วยต่างจังหวัด 36 ราย การระบาดกลุ่มก้อน โรงเรียนระดับประถมศึกษา ต.เขาพระ อ.เดิมบางฯ 3 ราย รวมสะสม 49 ราย โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง 4 ราย รวมสะสม 29 ราย โรงงานผลิตอาหาร ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ 30 ราย รวมสะสม 67 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมใหม่นับตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 รวม 5,863 ราย รักษาหายแล้ว 3,210 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 2,635 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตรวม 18 ศพ

ปล่อยเด็ก 9 ขวบยืนตากฝน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเกษียณ จันทโยธี เจ้าหน้าที่ฯ บริเวณศูนย์พักคอยเทศบาลหนองไผ่ หมู่ที่ 6 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ว่ารถของ รพ.หนองไผ่ นำผู้ป่วยโควิด เป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ มาทิ้งไว้ที่ศูนย์พักคอย จากการสอบถามทราบว่า เด็กติดเชื้อโควิดเข้ารักษาตัวที่ รพ.หนองไผ่ จนหาย แต่เนื่องจากอยู่กับยายเพียง 2 คน และยายติดเชื้อโควิดยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์พักคอยแห่งนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงนำเด็กมาทิ้งไว้ และล่าสุดมีเด็กผู้ชาย อายุ 12 ปี ถูกรถโรงพยาบาลมาปล่อยทิ้งไว้แบบเดียวกันอีก ต่อมา น.พ.สมรัฐ ศรีตระกูล ผอ.รพ.หนองไผ่ ชี้แจงว่าจะนำเด็กย้ายเข้าไปพักรักษาตัวต่อกับญาติเด็กที่ศูนย์พักคอยของเทศบาล ต.หนองไผ่ แต่เจ้าหน้าที่ขับรถไปส่งก่อนเวลา ทางโรงพยาบาลยอมรับว่ามีการ ผิดพลาดเกิดขึ้นจริงถึง 2 ครั้ง คือเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ และเด็กชายอายุ 12 ปี ตอนนี้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

โสมแจงสถิติโอมิครอน

วันเดียวกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติเกาหลีใต้ (KCDC) เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ 67,200 คน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2564 พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน อยู่ที่ 0.18 เปอร์เซ็นต์ ล้มป่วยรุนแรง 0.38 เปอร์เซ็นต์ หากเปรียบเทียบกับเชื้อเดลตาแล้ว ประเมินได้ว่า ผู้ติดเชื้อโอมิครอนมีความเสี่ยงที่จะล้มป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ติดเชื้อเดลตาถึง 75 เปอร์เซ็นต์ จากการเก็บข้อมูลช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบด้วยว่า 56 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เสียชีวิตในเกาหลีใต้ เป็นผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนหรือผ่านการฉีดวัคซีนเพียงแค่เข็มเดียว และจากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดนั้น พบว่า กว่า 96 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign