Home ข่าวเด่น จับตาพลังเงียบ เสียงทหาร ตบเท้าเข้าคูหา เลือกผู้ว่าฯ กทม.

จับตาพลังเงียบ เสียงทหาร ตบเท้าเข้าคูหา เลือกผู้ว่าฯ กทม.

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เข้าสู่โค้งสุดท้าย เหลือเวลาเพียง 3 วัน คนกรุงเทพมหานคร จะได้เข้าคูหาเลือกคนที่จะมาทำหน้าที่ “พ่อเมือง” ของชาวเมืองหลวง คนที่ 17 เพื่อมาบริหาร ดูแลของเมืองกรุง

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันที่ 22 พ.ค.2565 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 8 ปีการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นวันดีเดย์ในการให้ชาว กทม.ออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง เพื่อเลือกคนที่ชอบ คนที่ใช้ มาทำหน้าที่บริหารงาน ดูแลทุกข์ สุข ประชาชนคนเมืองหลวง

ซึ่งช่วงสัปดาห์สุดท้ายการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนยิ่งเข้มข้น ต่างชูนโยบาย โชว์วิสัยทัศน์เข้มข้นเชือดเฉือน เพื่อครองใจชาวกรุงให้ได้มากที่สุด แต่หากดูผลการสำรวจกระแสความนิยมของตัวผู้สมัครแต่ละคน ผ่านสำนักโพล ยังยกให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 8 เป็นเต็ง 1 มาตลอด

ตามมาด้วย “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ หมายเลข 6 “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคก้าวไกล หมายเลข 1 “น.ต.ศิธา ธิวารี” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 11 และ “สกลธี ภัททิยกุล” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 3

เมื่อนับตัวเลขของคนกรุงเทพฯ พบจำนวนผู้มีสิทธิ ที่สามารถออกไปใช้เสียงมีทั้งสิ้น 4,402,944 คน ใน 50 เขต 6,817 หน่วยเลือกตั้ง 1,705,437 ครัวเรือน แบ่งเป็นชาย 2,004,521 คน และหญิง 2,398,423 คน

ข้ามฟากมาดูเสียงของ “กองทัพ” ที่มีหลายหน่วยกระจายในเขตกรุงเทพฯ ทั้ง กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พบว่าเสียงของกำลังพล และครอบครัวทหาร มีอยู่หลักแสน หากนับ ก็ถือเป็นพลังเงียบ เพราะเสียงจำนวนนี้สามารถชี้วัดผลแพ้ชนะได้ หากมีการเทให้คนใดคนหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นอดีต

เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าในยุคประชาธิปไตยที่ “ทหาร” ต่างเข้าสู่กรม กอง ทำหน้าที่ของตัวเอง การจะบังคับเทคะแนนให้ผู้สมัครคนหนึ่งคนใดคงยาก ยิ่งการชี้นำให้กำลังพล หรือครอบครัว และนำพลทหาร ไปกาบัตรลงคะแนนเสียงให้คนนั้น คนนี้ หรือระบุเบอร์ ยิ่งเป็นไปไม่ได้

เพราะการเคลื่อนไหวใดๆ ของฝ่ายทหาร “กองทัพ” จะถูกจับตา ด้วยสื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งเหมือนเป็นตาวิเศษ คอยสอดส่อง ทำให้ในยุคนี้ “ผู้บังคับหน่วย” ทุกระดับชั้น ไม่กล้าที่จะทำ เพื่อเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอนาคตแน่

โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ที่กำชับผ่านไปยัง “ผบ.เหล่าทัพ” ให้มอบนโยบายไปยัง ผู้ใต้บังคับบัญชา ระดับหน่วยปฏิบัติ เพื่อกำชับไปยังกำลังพล ในเรื่องการวางตัวต่อการเลือกตั้ง ตามสิทธิ หน้าที่ ในกรอบกฎหมาย ยุคประชาธิปไตย

ซึ่งทาง “กระทรวงกลาโหม” พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ให้ทัศนะด้วยว่า กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยังคงให้การสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเต็มที่ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่ ยานพาหนะ และการประชาสัมพันธ์

ที่ผ่านมาก็มีการขอเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร สามารถทำได้ เพราะกองทัพเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระ แต่ให้การเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร จะต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน จากนั้นทางหน่วยจะทหารจะแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรุงเทพฯ เพื่อที่ทางหน่วยทหารจะได้อำนวยความสะดวก

“กองทัพเปิดกว้างให้กำลังพลไปใช้สิทธิ ได้ตามระเบียบ พร้อมเน้นย้ำในเรื่องการวางตัว ต้องเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงในการเลือกตั้งหรือนอกเหนือจากการเลือกตั้ง เพราะทหารเปิดกว้างให้ทุกคนมีสิทธิในการตัดสินใจของตัวเองและเป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด รวมถึงทหารเราจะเข้าไปสนับสนุนอำนวยความสะดวก หากทาง กกต.ร้องขอประสานมา ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไป การรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกในเรื่องของยานพาหนะ หรือการจัดการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนท้องที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย”

นอกจากนี้หากพบมีกำลังพลการดำเนินการในส่วนบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามความยุติธรรม กองทัพมีอัตราโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าพบว่ามีความผิดจริง นอกเหนือจากจากระเบียบของกองทัพก็จะมีโทษทางวินัยของกองทัพตามไปด้วย ทั้งศาลทหารและศาลปกติ ซึ่งในส่วนของข้าราชการทหารยืนยันว่าจะได้รับโทษมากกว่าพลเรือนถ้าทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ในกรณีที่กฎหมายบ้านเมืองไม่สามารถเอาผิดได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ต้องดู เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับกำลังพลด้วย

“ขอยืนยันอีกครั้งว่ากองทัพวางตัวเป็นกลาง และพร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้งในทุกสนามเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและยินดีที่จะสนับสนุนทุกภาคส่วนในการจัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์และยุติธรรมมากที่สุด”

ในส่วน “กองทัพบก” เป็นเหล่าทัพที่มีหน่วยทหาร ค่ายทหารในเขตกรุงเทพฯ มากที่สุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. จึงสั่งให้มีการสนับสนุนสถานีวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ในเครือกองทัพบก ในการประชาสัมพันธ์ แจ้งกำหนดวันเลือกตั้ง ขั้นตอนการเลือกตั้ง ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งรณรงค์ให้กำลังพล ครอบครัว และประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต่อต้านการขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

รวมถึงกำชับ “ผู้บังคับหน่วย” ในทุกระดับ ถึงการวางตัวเป็นกลาง ยึดกฎระเบียบและสนับสนุนให้กำลังพลไปใช้สิทธิ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการร้องขอ ให้ยึดตามแนวทางการปฏิบัติของกองทัพบกในการสนับสนุนการเลือกตั้ง พ.ศ.2562 ที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ยุติธรรม

ทั้งนี้สิ่งที่ “กองทัพ” คาดหวัง และต้องเป็นผลสำเร็จนั้นคือการขอให้กำลังพลทุกคนไปทำหน้าที่ในฐานะประชาชน เพราะเมื่อไม่ได้สวมเครื่องแบบก็ไปทำหน้าที่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ คือการไปเลือกตั้ง ตามที่ตนเองต้องการ จะไม่มีการชี้นำ

ซึ่งมีการมอบนโยบาย และพูดคุยระหว่าง “ผู้นำเหล่าทัพ” กับ “ผู้บังคับหน่วย” ต้องห้ามมีการชี้นำ เพราะเมื่ออยู่ในคูหาจะไปบังคับเขาไม่ได้ และบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทหารไม่มีผลประโยชน์กับการเลือกตั้ง จึงขอให้ทุกคนพิจารณาเลือกคนดี และคนที่มีความคิดดีเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทน มาบริหารงาน ทำให้คนกรุงเทพฯ มีความสุข และแก้ปัญหาตามที่ทุกคนต้องการได้ 

ผู้เขียน : ยุทธจักรเขียว

กราฟิก : Anon Chantanant

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign