Tuesday, November 30, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดชาวบ้าน เป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งหนึ่ง แล้วอยู่ๆเงินในบัญชีหาย แถมยังเป็นหนี้ก้อนโตอีก

ชาวบ้าน เป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งหนึ่ง แล้วอยู่ๆเงินในบัญชีหาย แถมยังเป็นหนี้ก้อนโตอีก


วันนี้(9 ก.ย.64)  ที่วัดแม่เย็นเหนือ บ้านแม่เย็น ม.3 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์หนึ่ง นับร้อยคนต่างพากันนำบัญชีเงินฝากหรือหลักฐานอื่น ไปยื่นกับเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อตรวจสอบบัญชีว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ หลังจากเมื่อต้นปี 64 มีข้อมูลว่าสมาชิกไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้ โดยทางสหกรณ์พยายามหาเหตุผลมาบ่ายเบี่ยงต่างๆนาๆ รวมไปถึงบ่ายเบี่ยงการเข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ล่าสุดตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกบางรายถูกถอนจากบัญชีเกือบทั้งหมด บางรายมียอดเงินกู้ทั้งที่ไม่เคยทำเรื่องกู้ สมาชิกที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้เสียชีวิตไปแล้วก็ยังมีรายการกู้ รวมทั้งเงินสมาคมฌาปณกิจสงเคราะห์ (สค.5) ที่เก็บเงินไปแล้วยังไม่นำส่งธนาคารอีกด้วย

นายตัน หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า จากการตรวจสอบบัญชีของตนซึ่งเคยกู้เงินกับสหกรณ์ดังกล่าวตั้งแต่ปี 62 และได้จ่ายชำระไปจนหมดแล้ว แต่พอมาตรวจสอบพบว่ามียอดกู้เงินพิเศษ จำนวน 400,000 บาท มีดอกเบี้ย 80,000 กว่าบาท และมีเงินกู้สามัญอีกกว่า 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอีก 6,000 กว่าบาท และในส่วนของเงินฝากตนเองที่มีอยู่ 567,257 บาท ถูกถอนออกจากบัญชีไปเกือบหมด เหลือติดบัญชีเพียง 7,160 บาท ส่วนบัญชีของนางลัดดา ภรรยาของตน ซึ่งมีเงินฝากอยู่ประมาณ 1,400,000 บาท ถูกถอนเงินออกไป เหลือติดบัญชีเพียง 1,300 บาท คือนอกจากเงินจะหายจากบัญชีแล้วยังติดหนี้เงินกู้เพิ่มอีกด้วย

นางธนพรรณ ผู้เสียหายอีกคนเล่าว่า ตนและสามีได้เคยเอาเงินมาฝากที่สหกรณ์ฯคนละ 500,000 บาท รวมเป็น 1,000,000 บาท แต่ได้ถอนออกมาใช้แล้ว 300,000 บาท คงเหลือในบัญชี 700,000 บาท พอช่วงเดือน พ.ค. 63 ผจก.สหกรณ์ได้ไปหาตนเพื่อขอให้ตนเอาเงินไปฝากอีก 1,300,000 บาท เพื่อจะได้ทำเรื่องปิดบัญชีและขอกู้เงินมาจ่ายปันผลให้สมาชิกสหกรณ์ แต่ปรากฏว่ากู้ไม่ได้ตาม ผจก.บอก พยายามขอถอนเงินคืนก็ไม่ได้ แถมญาติพี่น้องตนบางรายนอกจากเงินหายแล้วยังเป็นหนี้เพิ่มอีกด้วย

สหกรณ์นี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2525 มีสมาชิกเป็นชาว ต.แม่เย็นและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 800 คน มีเงินหมุนในระบบประมาณ 27 ล้านบาท ความผิดปกติดังกล่าวเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ จะได้เร่งตรวจสอบเพื่อสำรวจยอดผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายทั้งหมด หลังการตรวจสอบเสร็จจะให้ชาวบ้านแต่งตั้งตัวแทนเพื่อไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์จังหวัดต่อไป ขณะที่ชาวบ้านบางรายที่พอจะมีข้อมูลผู้กระทำผิด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยคุมตัวไว้ก่อน เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนีหรือทำร้ายตัวเองเพื่อหนีปัญหา

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments