Home ข่าวเด่น ดับกระแสนายกฯ สำรอง “บิ๊กป้อม” การันตี หนุน “น้องตู่” ลดไฟขัดแย้งระแวง 2 ป.

ดับกระแสนายกฯ สำรอง “บิ๊กป้อม” การันตี หนุน “น้องตู่” ลดไฟขัดแย้งระแวง 2 ป.

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

2 ป.ดับกระแสหวาดระแวง โฆษก พปชร.ยัน “บิ๊กป้อม” ห่วงกระแส นายกฯสำรองเพิ่มไฟขัดแย้ง ซ้ำเติมวิกฤติคนไทย ยัน “พี่ป้อม” หนุน “น้องตู่” เป็นนายกฯต่อไป วอนทุกกลุ่มลดอุณหภูมิการเมืองลง สั่งลูกพรรคลุยพื้นที่ดูแล ปชช. “อนุชา-สมศักดิ์” เด้งรับลุยดันเลี้ยงโคแก้จน นำร่องสุโขทัย “ธนกร” ขอเลิกปั่นนายกฯคนนอก งัด รธน.กำหนดดูชื่อในบัญชีพรรคการเมืองก่อน “รงค์” เหน็บบิ๊ก ศท.จุดพลุหวังสร้างตัวตน “ไผ่” สวน “ก๊วนธรรมนัส” ไม่จำเป็นต้องหิวแสง “พิธา” ยึดระบบรัฐสภา ตีกันนายกฯควรเป็น ส.ส. พท.รอดูรัฐบาลหักดิบกันเอง ยก 3 ปมร้อนบีบเรือแป๊ะจอดไปไม่ครบเทอม “พิเชษฐ” ลั่นกลุ่ม 16 พร้อมชน “สันติ” โหวตสวนเซ่นท่อส่งน้ำอีอีซี “ก้าวไกล” ปลุกพลังส้มทั้งแผ่นดิน พลิกเกมพาประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 “ทิม” ตั้งเป้าใหญ่กวาด ส.ส.เกิน 100 คน

ข้อเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นนายกฯสำรองถ้าเกิดอุบัติเหตุการเมืองเป็นศึกวิวาทะระหว่างพรรค พปชร.กับพรรคเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

“ธนกร” ขอหยุดปั่นนายกฯสำรอง

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามปั่นกระแสเรื่องนายกฯสำรองหรือนายกฯคนนอกว่า อยากขอร้องไม่ว่ากลุ่มไหนหรือใครก็ตาม หยุดสร้างความสับสนเรื่องนี้ได้แล้ว อยากให้เพลาการเมืองลงบ้าง มาช่วยรัฐบาลทำงานให้ประชาชนจะดีกว่า หากเปิดใจมองความเป็นจริงเรื่องนายกฯสำรองหรือนายกฯ คนนอกแทบเป็นไปไม่ได้เลย รัฐธรรมนูญระบุชัดต้องมาจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองก่อน ไม่ใช่จะเสนอใครขึ้นมาก็ได้ วันนี้ไม่ว่าจะพรรคไหนต่างเฝ้ารอให้กฎหมายลูกเลือกตั้งให้รีบผ่านความเห็นชอบของสภาฯเร็วที่สุดทั้งนั้น จึงไม่จำเป็นต้องสร้างกระแสปั่นป่วนจนกระทบต่อการพิจารณากฎหมายลูกให้ต้องผ่านสภาฯล่าช้า เรื่องนายกฯสำรองหรือนายกฯคนนอกจึงไม่ใช่ทางออก ไม่ถูกจังหวะ ไม่ถูกเวลา

โต้รัฐบาลอยู่ครบเทอมแน่

นายธนกรกล่าวว่า ถ้ามองอย่างเป็นธรรมที่ผ่านมาประชาชนรับรู้ว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาให้ประชาชนหลายด้านที่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ทำ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความไม่สุจริตในการบริหารประเทศของรัฐบาลในอดีตมากมาย จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี คำนึงถึงประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญจะดีกว่า ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดจากความพยายามปั่นกระแสที่ไม่ใช่เรื่องจริงคือประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมแน่นอน นายกฯบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มั่นใจรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯชี้แจงได้ทุกประเด็นแน่นอน

“บิ๊กป้อม” ยันหนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค พปชร.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นห่วงถึงกระแสข่าวเรื่องนายกฯสำรอง หรือนายกฯคนนอก เนื่องจากเวลานี้ประเทศเราบอบช้ำจากโควิด-19 และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทั้งเรื่องปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพและเศรษฐกิจโดยรวม นายกฯและ พล.อ.ประวิตรได้ช่วยกันแก้ปัญหาทุกด้านเร่งลงพื้นที่กระจายดูแลประชาชนทุกกลุ่ม พล.อ.ประวิตรย้ำให้ ส.ส.พรรคช่วยกันดูแลประชาชน จึงไม่อยากให้หยิบประเด็นดังกล่าวมาสร้างกระแสความขัดแย้ง ซ้ำเติมสถานการณ์เพิ่มขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรยังคงยืนยันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป ขอให้ทุกกลุ่มลดอุณหภูมิทางการเมืองลง หันมาร่วมกันสนับสนุนการทำงานรัฐบาล ส่วนกระแสข่าวกลุ่มพรรคเล็กไม่ได้พบ พล.อ.ประวิตร ทั้งที่นัดไว้แล้ว เวลาดังกล่าว พล.อ.ประวิตรติดภารกิจ ขอยืนยันว่าพปชร.ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับทุกพรรคการเมือง เรื่องความไม่เข้าใจนี้ ได้มีการพูดคุยกันแล้ว

พปชร.เหน็บ ศท.แค่สร้างตัวตน

นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเศรษฐกิจไทยเสนอใช้มาตรา 272 วรรคสอง เลือกนายกฯคนนอก ถ้าเกิดอุบัติเหตุการเมือง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เหมาะสมนั่งนายกฯว่า มีจุดประสงค์อะไร การโยนหินลักษณะนี้เป็นแค่กลยุทธ์ทางการเมือง กำลังเข้าสู่ช่วงปลายเทอม ส.ส.จึงหวังให้เกิดกระแสให้คนได้รู้จัก ได้มีตัวตน แต่ยิ่งสร้างความสับสนให้ประชาชนที่ตึงเครียดทั้งเศรษฐกิจ โควิด-19 การสู้รบรัสเซียและยูเครนอยู่แล้ว การจะเสนอนายกฯคนนอกไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีองค์ประกอบ มีขั้นตอนหลักเกณฑ์ มีเสียงสนับสนุนในสภาฯ เมื่อถามหวังเขย่าสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง 2 ป.หรือไม่ นายรงค์ตอบว่า สังคมอาจมองได้ทั้งนั้น แต่เรื่องนายกฯควรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หากมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้น คงต้องไปดูช่วงเดือน มิ.ย. ที่กฎหมายลูกเลือกตั้ง ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2566 วาระ 8 ปีของนายกฯรวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ไผ่” สวน ศท.ไม่จำเป็นต้องหิวแสง

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นายรงค์ระบุว่า ว่าจะไม่พูดแล้วแต่ทนไม่ไหวจริงๆ ส.ส.รงค์เป็นถึงอาจารย์ แต่อ่านรัฐธรรมนูญหรือเปล่า พรรค ศท.เสนอนายกฯคนนอก เพราะต้องการแก้วิกฤติศรัทธาผู้นำที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์เล็งเห็นถึงปัญหาว่าอาจเกิดวิกฤติผู้นำรอบแรกขึ้นมาได้ จึงบัญญัติทางออกไว้ในมาตรา 272 วรรคสอง สำรองให้มีผู้นำรัฐบาลจากช่องทางอื่นได้อีก ที่สำคัญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการชูคน ศท.เลยแม้แต่น้อย คนที่พูดถึงคือ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคของท่าน เป็นคนดูแลท่านตลอด พวกตนคิดว่าถ้าประเทศมีปัญหาคนเหมาะสมและทำให้บ้านเมืองสงบคือ พล.อ.ประวิตร แต่ถ้าเห็นเป็นอื่นก็ช่วยไม่ได้ หมากินข้าวมันยังรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ก็เข้าใจถนนหนทางและงบฯอาจสำคัญกว่าก็เป็นได้ ไม่แปลกใจเลยคนในจังหวัดยังไม่อยากคุยด้วย ส่วนที่ว่าต้องการพื้นที่ข่าวหรือหิวแสง พวกตนมีพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาพูดอะไรไม่ดีถึงพรรคเก่า ไม่เคยก้าวล่วงพรรคเดิม สังคมไม่มีใครเข้าใจผิดหรอก เพราะพูดชัดเจนว่าถ้ามีปัญหา จบข่าว

“วิชญ์” แจงเชียร์ “ลุงป้อม” เรื่องส่วนตัว

นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล รองโฆษกพรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรค ตอบข้อซักถามเรื่องนายกฯคนนอกที่ผู้สื่อข่าวถามความคิดเห็น โดย พล.อ.วิชญ์ได้กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นบุคคลต้นแบบของการทำงาน การทุ่มเทเสียสละเพื่อบ้านเมือง เป็นที่เคารพรัก ประชาชนให้การยอมรับ จึงเหมาะเป็นนายกฯ พล.อ.วิชญ์ระบุเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ในทางปฏิบัติของพรรคเศรษฐกิจไทย การจะชูใครเป็นนายกฯต้องฟังเสียงจากประชาชนเท่านั้น ประชาชนมีสิทธิร่วมเสนอชื่อ เปรียบเสมือนคนไทยเป็นเจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทยด้วย ดังนั้น พรรคต้องชูนายกฯที่ประชาชน แวดวงการเมือง สังคม ธุรกิจ ยอมรับได้ว่ามีความสามารถจะมาบริหารประเทศ พัฒนาประเทศได้จริง

“พิเชษฐ” ซัดไอ้โม่งตุกติกท่อน้ำอีอีซี

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.และหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวถึงกรณีการประกาศพร้อมถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ กรณีเตรียมโหวตไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ผู้รับผิดชอบประมูลระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซีที่ส่อเค้าไม่โปร่งใสว่า ดูแล้วการประมูลระบบท่อส่งน้ำของอีอีซีมีข้อน่าสงสัย เชื่อว่าบริษัทวงษ์สยามที่ชนะประมูล ไม่น่าจะมีศักยภาพดำเนินการแทนบริษัท อิสท์วอเตอร์ บริษัทลูกของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ที่ตั้งมาดูแลระบบส่งน้ำในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดโดยเฉพาะ ดูมายาวนาน แต่จู่ๆไปแก้ไขหลักเกณฑ์ให้มีบริษัทเอกชนอื่นมาแข่ง แม้บริษัทวงษ์สยามจะให้ค่าสัมปทานสูงกว่า แต่ต้องดูว่ามีศักยภาพทำได้หรือไม่ด้วย ต้องคำนึงถึงความมั่นคงระยะยาวในกิจการสาธารณูปโภคเป็นหลัก ไปเอาบริษัทเล็กๆ มาทำโครงการใหญ่ๆระดับชาติ เหมือนเอาเสาเล็กๆ เป็นโครงสร้างหลักแทนเสาเข็ม จะไปรอดได้อย่างไร ถ้าในอนาคตบริษัทล้มละลาย ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเรื่องนี้มีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังผลักดันให้มีบริษัทอื่นรับงานแทนอิสท์วอเตอร์

ลั่นกลุ่ม 16 พร้อมชน–จ่อชิ่ง พปชร.

นายพิเชษฐกล่าวว่า ยืนยันว่าหากมีการให้บริษัทวงษ์สยาม มาเป็นผู้วางระบบส่งน้ำในอีอีซีและนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลของฝ่ายค้านได้ชัดเจน กลุ่ม 16 ที่มีสมาชิกเกือบ 20 คน พร้อมจะยกมือไม่ไว้วางใจ แม้จะถูกขับออกจากพรรคไม่ว่ากัน เลือกตั้งสมัยหน้าตนไปอยู่พรรคเพื่อชาติไทย เพราะตอนนี้เหมือนเป็นคนแปลกหน้าในพรรค พปชร.หลังจากไม่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่ในพรรค ยืนยันการออกมาคัดค้านกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับการเรียกร้องกล้วย จะไปเอามาจากไหน เป็นเรื่องสามัญสำนึกที่ทราบว่าจะมีปัญหากระทบต่อประเทศเกิดขึ้นแน่

“สุทิน” ชี้รัฐบาลส่อหักดิบกันเอง

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นนายกฯคนนอก ขัดตาทัพว่า มีเหตุชวนให้คิดเพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ รัฐบาลอาจหักดิบกันเอง มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าทุกครั้ง คงรู้สึกกลัวฝ่ายค้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมกำลังลำบาก รวมถึงวาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทุกคนวินิจฉัยข้อกฎหมายแล้วเห็นชัดว่าต้องจบในเดือน ส.ค. 2 เรื่องนี้มีโอกาสต้องเปลี่ยนนายกฯหากไม่เปลี่ยนก็ยุบสภา อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเอาวิธีไหน

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมองข้ามช็อตให้มีนายกฯคนนอก ตามขั้นตอนยังมีนายกฯในบัญชีพรรคการเมืองก่อน นายสุทินตอบว่า คงคิดกันเองในพรรครัฐบาลว่าไม่มีพรรคอื่นเป็นแกนหลักได้ แคนดิเดตนายกฯจะใช้แค่เสียงในสภาฯไม่พอ หากไม่เป็นเอกภาพ คนคุม ได้คือ พล.อ.ประวิตร เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกับพรรคเล็กให้ช่วยสนับสนุนเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือยัง นายสุทินตอบว่า ต้องคุยกับพรรคเล็กก่อน เพื่อทราบว่าเขาอยากทำอะไร เรามีหน้าที่นำเสนอข้อมูลให้ตัดสินใจว่าคิดตรงกันหรือไม่ ต้องให้เขาสนับสนุนเราให้ได้มากที่สุด

“ประเสริฐ” อุบไต๋ซุ่มถกนายกฯสำรอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.เกิน 250 คนขึ้นไป เป็นความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลได้ ยังไม่รวมกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์เดียวกันจะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เรื่องแคนดิเดตนายกฯพรรคยังไม่ได้กำหนด ถ้าพูดตอนนี้ยังเร็วเกินไป แต่หากมีการยุบสภาจะทราบทันทีใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ กรณีหากนายกฯไม่ได้รับการไว้วางใจ การหานายกฯสำรองได้มีการหารือกันบ้าง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นต้องรับมืออย่างไร ยอมรับมีการพูดคุยกันอยู่ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

3 ปมร้อนบีบ รบ.จอดไม่ครบเทอม

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ได้ผ่านรัฐสภาในวาระ3 แล้วจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที เรื่องข้าวของแพงรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย โดยเฉพาะปล่อยน้ำมันดีเซลพุ่งสูง ประชาชนเดือดร้อน เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ไม่ครบเทอม นับตั้งแต่เปิดสภาวันที่ 22 พ.ค. รัฐบาลจะพบกับเหตุการณ์หนักๆอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1.การผ่านงบฯปี 2566 2.ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 3.เรื่องใหญ่ที่สุดคือการตีความว่าวาระนายกฯ 8 ปี ในเดือน ส.ค. จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย

“ชลน่าน” ห่วงคว่ำ ก.ม.ลูกยื้ออยู่ยาว

วันเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ร่วมเสวนาทิศทางร่างกฎหมายลูกเลือกตั้งคว่ำหรือไปต่อ ผ่านรายการ “พบผู้ชมผู้ฟัง” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวตอนหนึ่งว่า การเมืองไทยไม่มีสิ่งใดแน่นอน วิกฤติ การเมืองแปรปรวน กฎหมายลูกจะไม่ผ่านได้2ประเด็นคือโดยสมาชิกรัฐสภาหรือเกิดยุบสภาก่อนกฎหมายลูกผ่าน ถ้าผู้มีอำนาจต้องการอยู่ในอำนาจ ใช้ช่องทางไม่มีกฎหมายลูก จึงไม่มีการเลือกตั้ง ที่น่ากังวลช่วงการรับร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 วาระแรก วันที่31พ.ค.และวันที่ 1-2 มิ.ย. หากมีวิกฤติตรงนั้นทุกอย่างจบ หากยุบสภาจะใช้กฎหมายใดรองรับการเลือกตั้ง แม้นักวิชาการระบุ ครม.ออก พ.ร.ก.นำมาบังคับใช้ได้ แต่ พ.ร.ก.ออกมาเพื่อบังคับใช้แทน พ.ร.บ.ไม่สามารถบังคับใช้แทน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญได้ จะให้ กกต.ออกประกาศก็เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายจะเกิดเดตล็อกต่อประเทศ แต่จะมีประโยชน์ต่อรัฐบาลรักษาการได้ยาว

“พิธา” ตีกันนายกฯควรเป็น ส.ส.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นนายกฯสำรอง ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองว่า โดยหลักการระบบรัฐสภา นายกฯควรเป็น ส.ส.และอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมือง ส่วนแคนดิเดตนายกฯจะเหมาะสมหรือไม่ ต้องให้ประชาชนตัดสิน พล.อ.ประวิตรยังมีเรื่องค้างคาใจประชาชนยังไม่ได้ชี้แจง เช่น มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด หรือการค้ามนุษย์ ต้องชี้แจงต่อประชาชน ทั้งนี้จะไม่รับเป็นนายกฯสำรองกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ทำตามระบบรัฐสภาสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจแบบนี้ต้องรักษาระบบไว้ให้มั่น

ตั้งเป้ากวาด ส.ส.เกิน 100 คน

นายพิธากล่าวอีกว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า มีตัวเลขตั้งเป้า ส.ส.ในใจทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดูจากผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วและผลการเลือกตั้งของคณะก้าวหน้า และปัจจัยที่เราต่อสู้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง เช่น นิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลาหรือพื้นที่บางกลอย จ.เพชรบุรี มั่นใจว่าน่าจะได้ส.ส.เกิน 100 คน จะปรับยุทธศาสตร์ จะทำงานหนักมากขึ้น จุดแข็งพรรคคือความหลากหลายของว่าที่ผู้สมัครส.ส.จากหลากหลายกลุ่มประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อความกระจุกได้กระจายออกผ่านการกระจายอำนาจ เศรษฐกิจที่ทำแบบบนลงล่าง ต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบฐานรากขึ้นมาข้างบน ทลายทุนผูกขาด ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า แคนดิเดตนายกฯของพรรคก้าวไกล มีคนเดียวคือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ชูวิสัยก้าวไกล พาไทยสู่ศตวรรษ 21

ต่อมาเวลา 09.10 น. ที่อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จัดประชุมสามัญใหญ่ประจำปี 2565 มีกรรมการบริหารพรรคพร้อมตัวแทนสมาชิกพรรค ทุกภาคและบรรดาสาขาพรรคเข้าร่วมอย่างคึกคัก มีการติดป้ายข้อความ “เปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” ช่วงเช้าได้เห็นชอบรายงานการดำเนินกิจกรรมของพรรครอบปีที่ผ่านมา โดยนายพิธาระบุว่าการประชุมเต็มองคาพยพ จะพูดคุยเปลี่ยนจากวิถีก้าวไกล เป็นวิสัยก้าวไกล พาประเทศไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21

จัดทัพรับ ลต.–“โรม” โฆษกพรรค

จากนั้นเวลา 12.15 น. นายพิธาแถลงผลประชุมว่า มีการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง กองโฆษกแต่งตั้งนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม และนายกรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร เป็นรองโฆษกพรรคส่วนกองอำนวยการการเลือกตั้งแต่งตั้งนายพริษฐ์ วัชรสินธุหรือไอติม หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรค

ไต่ชั้นพรรคหลักไม่ใช่ม้านอกสายตา

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การแก้ไขข้อบังคับพรรคว่า สาระสำคัญหนึ่ง คือความผิดร้ายแรงของสมาชิกพรรคเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ที่ประชุมผ่านมติเห็นชอบแก้ไขข้อบังคับมีสาระสำคัญ มีบทลงโทษร้ายแรงที่สุดคือขับออกจากสมาชิกพรรค ส่วนการเตรียมการเลือกตั้ง เราจะตอกย้ำความเป็นพรรคการเมืองหลัก จากเดิมในสมัยอนาคตใหม่ เราเป็นพรรคการเมืองหน้าใหม่ ยังเป็นม้านอกสายตาของหลายคน วันนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วจากการพิสูจน์การทำงานของเรา เราเป็นพรรคการเมืองหลักแล้ว การเลือกตั้งครั้งหน้าชัยชนะของเราจะเป็นการตอกย้ำสถานะนี้ให้มั่นคงมากขึ้น และเราต้องการได้คะแนนเสียงจากประชาชนทั้งประเทศมากที่สุด และได้ ส.ส.เขตจากทุกภูมิภาค

“ทิม” อ้อนเลือก ส.ส.ก.ก.เต็มสภาฯ

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายพิธากล่าวบนเวทีในหัวข้อ “เปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจและเผด็จการ ได้รับจากการยุบอดีตพรรคอนาคตใหม่ คือได้พรรคก้าวไกลมา กลายเป็นพรรคที่ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คุณเด็ดดอกไม้ได้ แต่หยุดฤดูใบไม้ผลิไม่ได้ การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เราต้องเลือก ส.ส.พรรค ก.ก.ให้เต็มสภาฯให้เป็นพรรคใหญ่ของสภาฯ เพื่อให้การยกเลิกเกณฑ์ทหาร ให้การสมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้าและรัฐสวัสดิการทำได้ทันที จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ประเทศไทยทั้งองคาพยพอยู่รอดได้ในศตวรรษที่ 21

“วิโรจน์” ปลุกพลิกเกมส้มทั้งแผ่นดิน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวบนเวที ในฐานะอดีตโฆษกพรรคก้าวไกลว่า เราจะอยู่ในโครงสร้างเดิม หลับตาข้างเดียว ปล่อยให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่แก้โครงสร้าง แล้วคิดแต่การบริหารภายใต้เงื่อนไขกระอักกระอ่วน น้ำท่วมปากพูดไม่ได้หลับตาเฉไฉมองไปทางอื่น ถ้าคิดจะมาบริหารภายใต้การบริหารที่กระอักกระอ่วน ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์แต่คนส่วนใหญ่ ถูกเอาเปรียบ นับวันความเหลื่อมล้ำจะขยายตัวใช่หรือไม่ อย่าลืมฝ่ายอุปถัมภ์ วันนี้ไม่ได้หดตัว แต่ใหญ่โตขึ้น ทรัพยากรจะถูกสูบจนประชาชนเหลือแต่เศษเนื้อข้างเขียง นี่คือเหตุผลที่การมาเป็นสมาชิกพรรค จริงๆไม่อยากออกตัวแรง แต่ไม่พูดไม่ได้ พรรคก้าวไกลไม่ต้องการมาเป็นผู้เล่นใหม่ในเกมแบบเดิม แต่เราต้องการเข้ามาเปลี่ยนเกม ตกลงเราอยากเปลี่ยนแค่ผู้เล่นหรือเปลี่ยนเกม ถ้าอยากเปลี่ยนเกมต้องก้าวไกลทั้งแผ่นดินเท่านั้น

นับถอยหลังปรสิต ลุ้นปีนี้มี ลต.

ต่อมานายรังสิมันต์ โรม ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวบนเวทีว่า สถานการณ์การเมืองเผลอๆอาจมีการเลือกตั้งตั้งแต่ปีนี้ ขนาด ส.ส.พรรคตัวเองยังไม่อยากเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นนายกฯเลย สารจากพรรคก้าวไกลวันนี้มารวมตัวเพื่อนับถอยหลังระบอบปรสิต พอกันทีระบอบประยุทธ์ วันนี้เราต้องอยู่ในบรรยากาศที่ประเทศมาถึงจุดที่ต้องเลือก พล.อ.ประยุทธ์หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นนายกฯกันแบบนี้แล้วหรือ จะบอกว่าไอ้ที่ไปตกลงกันนั้น เราไม่เอา พรรคก้าวไกลจะเอานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ พอได้แล้วกับการปล่อยให้ประชาชน ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว พอได้แล้วกับการหวงที่นั่งหรือสู้ไปเดี๋ยวก็ถูกยุบพรรค ถ้ากลัวจงอย่ามาเป็นนักการเมือง นักการเมืองก้าวไกลต้องมีคือไม่กลัว

“กรณ์” ประกาศนำกล้าพลิกฟื้น ศก.

ขณะที่เวลา 09.30 น. ที่ห้องวายุภักษ์ 5-7 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ พรรคกล้าจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 65 แถลงผลงาน 2 ปี กำหนดทิศทางพรรคและการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าบนเป้าหมาย “ฟื้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤติปากท้อง” โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า 2 ปีพรรคกล้าสัมผัสถึงความเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ 4 แนวทางคือ 1.สร้างอุตสาหกรรมใหม่ “กล้า Green Deal” ส่งเสริมการลงทุนปรับอุตสาหกรรมเก่าและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทันสมัย สะอาด ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนผลผลิตมีมูลค่าสูง เริ่มที่ภาคพลังงาน ยานยนต์และการคมนาคม 2.สร้างโอกาสสร้างรายได้ เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี 3.พัฒนาแนวทางการเข้าถึงตลาดให้กับเกษตรกร และประชาชนนับล้านคนที่มีรายได้จากการค้าขายออนไลน์ 4.ส่งเสริม “ธุรกิจเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เป็นโอกาสคนรุ่นใหม่ มีเป้าหมายว่าระบบราชการต้อง Digitize 100% หมดยุคประชานิยมแบบเดิมๆ เป็นยุคของ “โอกาสนิยม” สร้างรายได้ให้ประชาชนสร้างรายได้ให้ประเทศชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเปิดตัวบุคคลหลายสาขาอาชีพ คนรุ่นใหม่ อาทิ พีเค The Faceพัสกร วรรณศิริกุล มาร่วมทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ และยังมีทีมลงพื้นที่ ทีมโฆษกคนรุ่นใหม่ รวมถึงนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ มาร่วมงานในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคกล้า

“นิพนธ์” ปลุกคน ปชป.หนักแน่น

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมต้นอ้อย แกรนด์ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานเปิดเวทีการประชุมระดมความคิดเห็น “นำท่าข้ามสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ของพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 จ.สงขลา มีนายสมยศ พลายด้วง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแกนนำสมาชิกพรรคในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน โดยนายนิพนธ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคอยู่มา 76 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้ง ทุกครั้งที่มีปัญหา คนที่อยู่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา คำพูดของนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคที่ออกมาชี้แนะต้องรับฟัง นำไปคิดไตร่ตรอง ช่วยกันทำพรรคให้แข็งแรงเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป รากของ ปชป.หยั่งรากลึก ขอให้พี่น้องมั่นใจได้ว่าพรรค ปชป.เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไป ขอย้ำว่าพรรคให้ความสำคัญกับบทบาทการทำงานของสตรีในพรรค กำหนดสัดส่วนกรรมการบริหารหญิงไว้ชัดเจน พรรคอื่นไม่มี จะเห็นได้ว่าพรรค ปชป.มี ส.ส.กก.บห.และสมาชิกทุกระดับที่มีผู้หญิงอยู่จำนวนมาก บ่งบอกให้เห็นว่าพรรคเราให้ความสำคัญความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่มีการแบ่งเพศ ชนชั้นหรือสิ่งกีดขวางใดและให้คุณค่ากับคนทุกเพศ ทุกวัย

“ศิริภา” ชงตั้งศูนย์ช่วยเหยื่อล่วงละเมิด

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชา ธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เตรียมหารือกับหัวหน้าพรรคเสนอให้ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าห่วง สถิติการเข้ารับการบำบัดรักษาแจ้งความร้องทุกข์ปัจจุบันมีมากถึง
ปีละ 30,000 คน มั่นใจว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะนำพรรคฝ่าวิกฤติไปได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคจริงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

“อนุชา–สมศักดิ์” ดันเลี้ยงโคแก้จน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่เทิดไทฟาร์ม ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้ร่วมจัดพิธีเปิดโครงการไกล่เกลี่ยหนี้สิน หาช่องทางทำกิน ขจัดสิ้นความยากจนฯ พร้อมเยี่ยมชมโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พื้นที่ต้นแบบ จ.สุโขทัย โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะแรก เพื่อให้ประชาชนจำนวน 1,000 ครอบครัว ยืมเป็นทุนในการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์โค เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นำร่องสุโขทัยการันตีมีตลาดรองรับ

นายสมศักดิ์กล่าวว่าโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต จะนำร่องในพื้นที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านของ จ.สุโขทัย ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี ในช่วง 1-2 ปี สมาชิกไม่ต้องเสียค่าบริหารจัดการใดๆ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยจากเงินยืม ปีที่ 3-4 สมาชิกจะเสียดอกเบี้ยค่าบริหารจัดการร้อยละ 2 บาท ถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค เรื่องการตลาดขอให้มั่นใจตนและรัฐบาลพร้อมเจรจาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการส่งออกเนื้อวัว สร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างแน่นอน

เล็งขยายลงกองทุนหมู่บ้านทั่ว ปท.

นายอนุชากล่าวว่า สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นช่องทางทำกิน ประชาชนส่วนใหญ่ทำการเกษตร ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสภาพอากาศ ราคาตามกลไกตลาด ส่วนการเลี้ยงวัว ถือเป็นอาชีพที่มีรายได้แน่นอน สามารถสร้างเงินให้กับผู้เลี้ยง ขอแค่มีวินัย มีความตั้งใจ อดทนในช่วง 2 ปีแรก หลังจากนั้นจะเห็นผลกำไร ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพที่ใช้ต้นทุนค่อนข้างน้อย พร้อมผลักดันให้โครงการดังกล่าวขยายไปยังสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ “ขอให้พี่น้องกองทุนหมู่บ้าน เชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เชื่อในความตั้งใจของตนและคณะผู้บริหารฯที่มุ่งหวังจะสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ไม่สร้างหนี้ ให้สมาชิกแน่นอน” นายอนุชากล่าว

คนกรุงเทใจ “วิโรจน์” จี้ติด“ชัชชาติ”

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง “สัญญาณเปราะบางต่อรัฐบาล ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.” จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯ 1,650ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 27-29 เม.ย. พบว่าจุดยืนทางการเมืองต่อรัฐบาล ร้อยละ 13.5 สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ35.3 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 51.2 ขออยู่ตรงกลางเป็นพลังเงียบ โดยร้อยละ 20.6 จะเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 15.1 จะเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 12.5 จะเลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 10.7 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญ
เมือง ร้อยละ 2.3 และร้อยละ 36.2 ยังไม่ตัดสินใจ ที่น่าจับตาคะแนนนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 5 หรือร้อยละ 5.6ในครั้งก่อนมาอยู่อันดับที่ 2 หรือร้อยละ 15.2 ส่วนนายชัชชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 17.7 มาร้อยละ 20.6 ห่างจากนายวิโรจน์ร้อยละ 5 เท่านั้น ทั้งนี้ กลุ่ม พลังเงียบที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด ระบุจะเลือกนายชัชชาติร้อยละ 19 นายสุชัชวีร์ ร้อยละ 14.3 นายสกลธีภัททิยกุล ร้อยละ 7.6 และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ5.1

ไม่ให้ประกันอดีตการ์ดเสื้อแดง

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวคดีนายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี อดีตการ์ดเสื้อแดงแนวฮาร์ดคอร์ ในความผิดฐานมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่า จำเลยกระทำผิดตามมาตรา 112 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ต่อมาทนายจำเลยยื่นขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้หลักทรัพย์ 5 แสนบาท ศาลมีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาประกันระหว่างอุทธรณ์แล้วส่งตัวเข้าเรือนจำ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าข้อหามีอัตราโทษสูงการกระทำความผิดของจำเลยนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันฯ กระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นหรืออาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign