Home ข่าวเด่น ตายทุบสถิติ "128" ป่วยหนัก 911 ใส่ท่อหายใจ ศบค.จ่อปรับแผน-เข้าประเทศกับเปิดเรียน

ตายทุบสถิติ "128" ป่วยหนัก 911 ใส่ท่อหายใจ ศบค.จ่อปรับแผน-เข้าประเทศกับเปิดเรียน

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ผู้ป่วยโควิดในไทยเสียชีวิตส่งท้ายสงกรานต์ ทุบสถิติรายวันพุ่งไปอีก 128 ศพ ขึ้นอันดับ 4 โลก โดยจำนวนรวมผู้ติดเชื้อยังปักหลักกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน น่าห่วง “ป่วยปอดอักเสบ-ใส่ท่อช่วยหายใจ” เขยิบไม่หยุด ด้าน ศบค.เตรียมประชุมประเมินสถานการณ์ พร้อมวางแผนรับมือเปิดเทอมใหญ่-ปรับมาตรการเข้าออกประเทศทุกเส้นทาง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ สอดคล้องกับ สธ.กำหนดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้เด็กโตพร้อมกันทั่วประเทศช่วงต้น พ.ค. ขณะที่ศูนย์จีโนมฯ รพ.รามาธิบดี เผยข้อมูลโควิดสายพันธุ์โอมิครอน คาด BA.2 ครองไทยในไม่ช้า ส่วนตัวไฮบริด “XE-XD” จ่อเข้าสู่โหมดสูญพันธุ์ แต่ต้องเฝ้าระวังสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 แม้ยังไม่พบในไทย แต่ระบาดหนักในอเมริกา

เริ่มลุ้นวันต่อวันหลังเทศกาลสงกรานต์ว่ายอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) จะพุ่งพรวดหรือไม่ หลังยอดทรงตัวที่ 2-3 หมื่นคนต่อวันมาช่วงหนึ่ง แต่ที่เห็นชัดคือจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นทุบสถิติทุกวัน

ใส่เครื่องช่วยหายใจพุ่ง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ยืนยัน 17,775 คน แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 17,608 คน จากเรือนจำ 85 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 82 คน ขณะที่ยอดตรวจ ATK 13,617 คน หายป่วยเพิ่มขึ้น 24,545 คน อยู่ระหว่างรักษา 214,554 คน อาการหนัก (ปอดอักเสบ) 2,079 คน เพิ่มขึ้นจากวันวาน17คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 911 คน เพิ่มขึ้นจากวันวาน 44 คน

ยอดตายทำนิวไฮต่อเนื่อง

ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากวันวานมาอยู่ที่ 128 คน อายุ 3-96 ปี เป็นชาย 72 คน หญิง 56 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป 106 คน มีโรคเรื้อรัง 20 คน ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมระลอกปี 2565 จำนวน 5,184 คน และหากนับตั้งแต่ปี 2563 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 26,882 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,029,959 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,788,523 คน ส่วนการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2565 ฉีดได้เพิ่ม 19,811 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 3,322 คน เข็มที่สอง 2,360 คน และเข็มสามขึ้นไป 14,129 คน

กทม.ไม่แผ่วป่วยทะลุ 3.1 พันคน

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 3,168 คน ชลบุรี 654 คน ขอนแก่น 641 คน สมุทรปราการ 552 คน นนทบุรี 538 คน นครศรีธรรมราช 464 คน บุรีรัมย์ 448 คน สมุทรสาคร 389 คน สงขลา 380 คน และร้อยเอ็ด 371 คน ขณะที่ 10 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยโควิด-19 ปอดอักเสบกำลังรักษาในโรงพยาบาล ได้แก่ กทม. 215 คน สมุทรปราการ 92 คน นครราชสีมา 81 คน ชลบุรี 80 คน กาญจนบุรี 68 คน บุรีรัมย์ 64 คน สุพรรณบุรี 63 คน นครศรีธรรมราช 55 คน นนทบุรี 55 คน และอุดรธานี 54 คน

คนบันเทิงติดโควิดอีก 2

ขณะที่วงการบันเทิงยังพบศิลปินดาราติดเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 17 เม.ย. โอ๋-ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ นักแสดง-พิธีกรรายการ “ตีท้ายครัว” ทางช่อง 3 แจ้งข่าวผ่านอินสตาแกรมว่า ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ทราบว่าได้รับเชื้อมาตอนไหน แต่เมื่อวานเริ่มมีอาการเจ็บคอ พอกลับจากสมุยเลยตัดสินใจตรวจ ATK บุคคลที่ร่วมเดินทางรวมถึงลูกตอนนี้ยังไม่พบเชื้อ ซึ่งตอนนี้ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว ส่วนอีกราย แจ็ค แฟนฉัน หรือ เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ นักแสดง-ผู้กำกับภาพยนตร์ “แดงพระโขนง” แจ้งข่าวผ่านไอจีเช่นกันว่า ซีซั่นนี้ไม่รอดแล้ว ติดเชื้อโควิดก่อนหน้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอเล็กน้อย เลยไปตรวจ RT-PCR และเริ่มกักตัวผลออกว่าติดโควิด อาการไม่ได้หนัก ทำ Home isolation พร้อมขอโทษสำหรับงานที่ต้องเลื่อนออกไปก่อน

นายกฯสั่งให้บริการตรวจ ATK

ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กล่าวว่า สถานการณ์เทศกาลสงกรานต์จนถึงปัจจุบันในภาพรวมถือว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนและภาคเอกชนเป็นอย่างดี ขณะที่ส่วนราชการทำหน้าที่อย่างแข็งขันตามนโยบายและข้อสั่งการต่างๆของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม อย่างไรก็ตามช่วง 7 วันหลังเทศกาล ขอให้ประชาชนเฝ้าสังเกตอาการของตัวเอง ถ้าไม่มั่นใจขอให้ตรวจ ATK หากพบว่าติดเชื้อขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยนายกฯสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดบริการการตรวจ ATK ให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งให้ยกระดับแผนการเตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระดับต่างๆ

ขอสื่อช่วยรณรงค์ฉีดวัคซีน

ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ลด นายกฯได้ติดตามและสั่งการให้มีการเตรียมการในทุกวิถีทางมาตั้งแต่ต้น โดยผู้เสียชีวิตร้อยละ 90 ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ซึ่งมีการรณรงค์ให้เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง คงต้องทำความเข้าใจและรณรงค์อย่างกว้างขวางต่อไป เพื่อป้องกันให้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกสาขา ช่วยการประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ และรณรงค์ให้อย่างกว้างขวางด้วย

เตรียมแผนเปิดเรียน-เข้าประเทศ

พล.อ.สุพจน์กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ในระยะต่อไป คาดว่า ศบค.จะเรียกประชุมคณะกรรมการภายในสัปดาห์นี้เพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ และพิจารณาแนวทางต่างๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้จะพิจารณาสิ่งที่ต้องเตรียมการสำหรับอนาคตที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้คือ การเตรียมความพร้อมของการเปิดภาคเรียน และการปรับมาตรการการเข้าออกประเทศทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ รวมทั้งมาตรการต่างๆในแต่ละพื้นที่ ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม การประเมินความร่วมมือในการปรับตัวของประชาชนและผู้ประกอบการต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค รวมทั้งการพิจารณาเงื่อนไขและความสอดคล้องที่จะนำไปสู่แผนการปรับโรคโควิด-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่นในระยะยาวควบคู่ไปด้วย

เริ่มฉีดวัคซีนเด็กโตต้น พ.ค.

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า มติการประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 2/2565 แนะนำให้เด็กอายุ 12-17 ปี ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว ให้เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 และต้องมีระยะห่างจากเข็มที่สอง 4-6 เดือนขึ้นไป เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่ม เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต สำหรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 12-17 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6) ที่มีสุขภาพแข็งแรง เป็นการฉีดเข็มกระตุ้นผ่านระบบการศึกษา เพื่อเตรียม พร้อมสำหรับการเปิดเทอมภาคการศึกษาที่ 1/2565 โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์กระตุ้นภูมิคุ้มกันดี มีผลข้างเคียงน้อยลง และเป็นวัคซีนที่พร้อมใช้งานได้ทันทีไม่ต้องผสมน้ำเกลือก่อนฉีด สามารถเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ได้นานขึ้นเป็น 10 สัปดาห์ หลังเปิดใช้แล้วต้องฉีดให้หมดภายใน 2-6 ชั่วโมง ซึ่งสูตรการฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12-17 ปี จะฉีดคนละ 15 ไมโครกรัมต่อโดส จะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศช่วงต้นเดือน พ.ค.2565

เด็กกลุ่ม 7 โรคฉีดที่สถานพยาบาล

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มนักเรียนนอกระบบการศึกษา เช่น Home School การจัดการเรียนการสอนที่บ้าน กลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคคือ 1.โรคอ้วน 2.โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 3.หัวใจและหลอดเลือด 4.ไตวายเรื้อรัง 5.มะเร็งและภูมิคุ้มกันต่ำ 6.เบาหวาน 7.โรคพันธุกรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทรุนแรง และเด็กที่มีพัฒนาการช้า ให้เข้ารับการบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบสถานพยาบาล หากผู้เข้ารับวัคซีนกลุ่มเป้าหมายอายุ 12-17 ปี มีเงื่อนไขเฉพาะ หรือมีข้อจำกัดในการรับวัคซีนตามแนวทางการฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ก็ให้กลุ่มดังกล่าวเข้ารับวัคซีนผ่านระบบสถานพยาบาล โดยให้หน่วยบริการฉีดสามารถพิจารณาฉีดวัคซีนตามดุลพินิจของแพทย์ ภายใต้หลักวิชาการ คำแนะนำจากบริษัทผู้ผลิต ความสมัครใจของผู้ปกครองและผู้รับวัคซีน

คาดทั่วโลก BA.4 จะมาแทน BA.2

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics โดยศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อมูลมีใจความว่า หากวิเคราะห์ถึงความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2565 ทั่วโลกพบว่า 1.โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 คำนวณจากรหัสพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 จากทั่วโลกมีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาดสูงที่สุดคือร้อยละ 59 รองลงมาคือ BA.2 ประมาณร้อยละ 41 จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ BA.4 จะระบาดไปทั่วโลกแทนที่ BA.2 ในเร็ววันนี้ ส่วนไทยมีโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ซึ่งมีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาด (คำนวณจากรหัสพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ระบาดในไทย) สูงที่สุดคือ ร้อยละ 51 รองลงมาคือ BA.1 ประมาณร้อยละ 21 ในขณะนี้ BA.2 ได้ระบาดมาแทนที่ BA.1 เป็นที่เรียบร้อย และ BA.1 ในไทยกำลังชะลอการกลายพันธุ์เข้าสู่โหมดของการสูญพันธุ์ ขณะเดียวกันก็ยังไม่พบ BA.4 และ BA.5 ในไทย

เฝ้าระวังสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1

ศูนย์จีโนมฯระบุด้วยว่า แต่ที่ควรเฝ้าระวังในช่วงนี้เป็นอย่างมากคือสายพันธุ์ที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ อเมริกา มีโอมิครอน 2 สายพันธุ์ย่อยที่เป็นลูกหลานของ BA.2 คือ BA.2.12 และ BA.2.12.1 ที่มีการระบาดเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว สายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1 ที่นิวยอร์ก มีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาดสูงที่สุด (ในนิวยอร์ก) คือร้อยละ 96 รองลงมาคือ BA.2.12 ประมาณร้อยละ 47 จึงต้องจับตาโอมิครอนสองสายพันธุ์ย่อยอย่างใกล้ชิดว่าหลุดออกมาจากอเมริกาและระบาดไปทั่วโลกแล้วหรือไม่ โดยไทยยังไม่พบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12.1

ไฮบริด XE-XD จ่อสูญพันธุ์

ทั้งนี้ ประเทศไทยพบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.12 ไม่น้อยกว่า 186 ตัวอย่าง แต่โชคดีที่ในไทย BA.2.12 มีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาดเพียงร้อยละ 34 ซึ่งน้อยกว่า BA.2 ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยในขณะนี้ ดังนั้น BA.2.12 ไม่น่าจะสามารถระบาดเข้ามาแทนที่ BA.2 ในประเทศไทยได้ ส่วนโอมิครอนสายพันธุ์ลูกผสม XE มีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาด ลดเหลือเพียงร้อยละ 17 ในขณะที่ เดลตาครอน XD (สายพันธุ์ลูกผสมระหว่างเดลตา AY.4 และโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1) มีความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาด ต่ำมาก หมายถึงสองสายพันธุ์ลูกผสมกำลังชะลอการกลายพันธุ์และปรับตัวเข้าสู่โหมดสูญพันธุ์

อายุขัยประชากรโลกสั้นลง

ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ระบาดของไทย เมื่อวันที่ 16 เม.ย.จำนวนติดเชื้อใหม่ รวม ATK สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ในขณะที่จำนวนเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ จำนวนคนเสียชีวิตของไทยเมื่อวันที่ 16 เม.ย. คิดเป็นร้อยละ 20.79 ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย พร้อมระบุด้วยว่า มีงานวิจัยจากอเมริกาที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุโควิด-19 ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกสั้นลง โดยในปี 2020 ซึ่งระบาดระลอกแรก ประเทศที่มีการคุมการระบาดได้ดี เช่น นิวซีแลนด์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ จะมีอายุขัยเฉลี่ยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในขณะที่กลุ่มประเทศที่มีการระบาดหนักจะทำให้อายุขัยเฉลี่ยลดลง โดยสหรัฐอเมริกาลดลงมากที่สุดถึงเกือบ 2 ปี นอกจากนี้ ความสูญเสียจากการติดเชื้อโรคโควิด-19 ไม่ได้เกิดเพียงการเสียชีวิตและอายุขัยเฉลี่ยที่สั้นลงเท่านั้น แต่ยังมีความสูญเสียด้านอื่นๆ เช่น ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วย การเกิดภาวะผิดปกติระยะยาว หรือ Long COVID ซึ่งจะบั่นทอนสมรรถนะในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนใกล้ชิด และการทำงาน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทั้งของตัวผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศ ดังนั้นไม่ติดเชื้อย่อมดีที่สุด

ลุ้นติดเชื้อพุ่งลากยาวถึง พ.ค.

รศ.นพ.ธีระระบุด้วยว่า ไทยผ่านช่วงพีกมาตั้งแต่ 10 มี.ค.2565 ขาลงใช้เวลาราว 1.5 เท่าของขาขึ้น ตามลักษณะที่เห็นจากธรรมชาติการระบาดของประเทศอื่นๆทั่วโลก จึงสังเกตได้จากกราฟการระบาดที่แสดงจำนวนการติดเชื้อจากรายงานทางการ (RT-PCR) รวมกับจำนวน ATK ด้วยเงื่อนไขของไทยที่มีเสรีในการใช้ชีวิตมากขึ้น ร่วมกับเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์ จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการปะทุระบาดหนักมากขึ้นได้คล้ายกับหลายประเทศในยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่จะปะทุจนทำให้จำนวนการติดเชื้อต่อวันสูงขึ้นเป็น 2-3 เท่าของ baseline ก่อนเกิดการปะทุ ภายในเวลา 3-4 สัปดาห์ ดังนั้น หากยอด RT-PCR รวมกับ ATK ในจุดที่ต่ำสุดอยู่ราว 30,000 การปะทุก็น่าจะทำให้เกิดจำนวนติดเชื้อมากขึ้นราว 2-3 เท่า แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ สงกรานต์ปีที่แล้ว ในช่วง 2 สัปดาห์หลังของเมษายน พบว่า การติดเชื้อเฉลี่ยต่อวันสูงขึ้นเป็น 3 เท่าของช่วงก่อนสงกรานต์ และเกิดผลกระทบต่อเนื่องไปในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ที่มีจำนวนสูงขึ้นไปอีกเป็น 2 เท่าของปลายเมษายน ทั้งนี้ ต้องเฝ้าระวัง เพราะพฤษภาคมจะมีการเปิดเทอมของเด็กๆ หากจำนวนติดเชื้อในชุมชนสูงมาก คงน่าเป็นห่วง เพราะมีเด็กเล็กอีกไม่น้อยที่ไม่ได้อยู่ในช่วงอายุที่จะรับวัคซีนได้ แม้อยู่ในช่วงอายุที่รับวัคซีนได้ก็ยังไม่ได้ไปรับวัคซีน และการติดเชื้อโอมิครอนในเด็กเล็ก นำไปสู่การเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้มาก

เผาศพโควิดไม่ขาดสาย

ขณะที่ในส่วนภูมิภาค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 เสียชีวิตรายวันและส่งศพไปฌาปนกิจทันทีอย่างต่อเนื่อง โดย จ.ขอนแก่น เมื่อช่วงสายวันที่ 17 เม.ย. จนท.ฝ่ายควบคุมโรค รพ.ศูนย์ขอนแก่น นำร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองหอย ต.จระเข้ อ.หนองเรือ เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรคอ้วนได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม ไปฌาปนกิจที่เมรุวัดบุญบาลประดิษฐ์ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ โดยไม่มีพิธีสวดศพ ขณะที่ จนท.ฝ่ายควบคุมโรค รพ.ชุมแพ ร่วมกับกู้ภัยเต็กก่าจีแชเกาะ นำร่างชาย อายุ 79 ปี ชาวบ้านโนนทองหลาง ต.ไชยสอ อ.ชุมแพ ตาบอดทั้งสองข้าง ป่วยติดเตียงและมีอาการของโรคไตระยะที่ 3 มาฌาปนกิจที่วัดประสิทธิ์ไพศาล ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2,743 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ศพ เป็นชาย อายุ 85 ปี ชาว ต.สร้างถ่อ อ.เขื่องใน และหญิง อายุ 50 ปี ชาว ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร นอกจากนี้ หลังเทศกาลสงกรานต์จะเปิดตรวจ ATK เชิงรุกฟรี ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 18-22 เม.ย.โดยวันที่ 18 เม.ย. เวลา 08.30-12.00 น. ณ ตึกดับเพลิง เทศบาลนครอุบลราชธานี วันที่ 19 เม.ย. เวลา 13.00-16.00 น. ณ ตลาดสดเทศบาล 5 วันที่ 21 เม.ย. เวลา 08.30-12.00 น. ณ ตลาดใหม่บ้านดู่ วันที่ 22 เม.ย. เวลา 08.30-12.00 น. ณ ตลาดหนองบัว

หนุ่มติดโควิดผูกคอลาโลก

ที่ จ.ลพบุรี เกิดเหตุสลด เมื่อ ร.ต.อ.คัชรัฐ โสมนัส รอง สว. (สอบสวน) สภ.โคกสำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 1 บ้านหนองบัวหิ่ง ต.ถลุงเหล็ก ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว โดยที่เสากลางบ้านข้างครัวพบร่างนายสมโภชน์ ทองสุภาพ อายุ 28 ปี ใช้เชือกผูกโยงกับขื่อ มัดคอตัวเอง ใกล้ศพมีบันไดเหล็กล้มอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องสวมชุดป้องกันอย่างรัดกุม เนื่องจากทราบว่าผู้ตายติดโควิด-19 คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าญาติผู้ตายมาเยี่ยมพ่อและผู้ตาย โดยพ่อผู้ตายติดโควิด ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์พักคอยใกล้หมู่บ้าน อสม.เห็นว่าผู้ตายน่าจะมีความเสี่ยง จึงขอตรวจ ATK เมื่อช่วงสาย ผลออกมาเป็นบวก จึงบอกให้ผู้ตายเตรียมตัวเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็นแล้วจะมารับตัวไปกักตัว แต่ผู้ตายอ้างว่ายังไม่พร้อม ขอเวลาสักครู่ จนเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง อสม.มารับตะโกนเรียกไม่มี เสียงขานรับ จึงได้เดินเข้าบ้านพบว่านายสมโภชน์ ผูกคอตายแล้ว ส่วนสาเหตุของการคิดสั้นในครั้งนี้ คาดเกิดจากความน้อยใจที่ไม่มีใครเหลียวแล แม้กระทั่งญาติของตัวเอง อีกทั้งขอกักตัวอยู่ที่บ้านก็ไม่ฟัง จึงได้ตัดสินใจผูกคอตายภายในบ้านตัวเองดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่นำร่างส่งพิสูจน์ที่ รพ.อีกครั้งก่อนนำร่างไปฌาปนกิจศพที่วัดสิงห์คูยางในวันเดียวกัน

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign