Home ข่าวเด่น “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ยะลา ประกาศย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ กับ “อนุทิน” ไม่เคยทะเลาะ

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ยะลา ประกาศย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ กับ “อนุทิน” ไม่เคยทะเลาะ

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

นายกฯ ประกาศย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ ชี้ท่ามกลางปัญหาถึงเวลาต้องร่วมสามัคคี ลั่นแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ทรยศไม่ได้เด็ดขาด ขออย่าให้ร้ายประเทศตัวเอง หยอดหวาน “อนุทิน” คนละพรรคแต่ไม่เคยทะเลาะกัน

วันที่ 14 มี.ค. ที่จ.ยะลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ต.ยะรม อ.เบตง เพื่อเป็นประธานพิธีเปิด “เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จ.ยะลา” โดยมีนายภิรมย์ นิลทยา ผวจ.ยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เเละส.ส.ในพื้นที่เข้าร่วม

โดยนายกฯ และคณะ ได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าปาเต๊ะลาย “ยะลารวมใจ” ซึ่งเป็นลายอัตลักษณ์ประจำ จ.ยะลา ที่มีแรงบันดาลใจจากดอกไม้ประจำจ.ยะลาคือดอกพิกุล และแหหรือยาลอ ชื่อเมืองยะลาในภาษามลายูสื่อความหมายถึงปวงประชาชนที่มีความสมานฉันท์ กลมเกลียวกัน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใดศาสนาใดร้อยเรียงประดุจพี่น้องที่รักใคร่กัน

จากนั้นนายกฯ กล่าวเปิดช่วงหนึ่งว่า เป็นอีกวันสำคัญในชีวิตที่คาดหวังว่าจะมีวันนี้ จนกระทั่งสำเร็จเรียบร้อยแล้วในระยะแรก ซึ่งสนามบินนี้แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตงเป็นเมืองต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยมมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ด้วยการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยรัฐบาลไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนาประเทศของเรา โดยเฉพาะทุกภาค ตนมีความกังวลกับภาคใต้ มานานพอสมควรแล้วว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาภาคใต้ ให้ทัดเทียมกับภาคอื่นๆ เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะเห็นได้ว่าสนามบิน เริ่มให้มีการก่อสร้างศึกษาตั้งแต่ปี 2558 และใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะสำเร็จในวันนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลา และสร้างความเข้าใจ ชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้ถี่ถ้วนจึงอนุมัติงบประมาณได้ ซึ่งก็ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผ่านมา 2 รัฐบาลโดยมีตนเป็นนายกฯ ที่ทำให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้ได้ แล้วตัวเองก็คาดว่าในอนาคตจะทำหลายอย่างให้เกิดขึ้นมากกว่านี้อีกเพื่อให้การพัฒนาภาคใต้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความรักความสามัคคี พร้อมกับยอมรับว่า วันนี้อยู่ท่ามกลางปัญหา ที่ค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะสถานการณ์ต่างประเทศสถานการณ์ในภูมิภาค ทุกคนทราบดีแน่นอนว่าประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน สิ่งที่รัฐบาลพยายามคือจะทำอย่างไรให้ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด แต่จะบอกว่าไม่ให้เกิดเลยคงยาก เนื่องจากประเทศอื่นก็พบกับปัญหาเช่นเดียวกับประเทศเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือความเข้าใจ การบิดเบือนอะไรต่างๆ ตนคิดว่าไม่ใช่เวลานี้ ที่ต้องมาทำให้ประเทศชาติแตกความรัก ความสามัคคี ผมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพ ผมขอประกาศไว้ตรงนี้ วันนี้ก็มากับรองนายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน และข้าราชการระดับสูงทุกกระทรวง

“ผมยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้กับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ให้ได้ ฉะนั้นทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะเราทำทั้งอดีตแก้ไข ทำปัจจุบันให้ดีขึ้นและสร้างเพื่ออนาคตไว้ ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลวางนโยบายและยุทธศาสตร์ไว้ อาจจะใช้เวลามาก แต่สิ่งที่ทำให้เป็นไปได้อยู่ที่ความเข้าใจของพวกเราทุกคน ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ให้เกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกัน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันรวมน้ำใจ ร่วมรัก ร่วมสามัคคีกันให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่าเราจะแก้ปัญนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้อย่างไร แน่นอนรัฐบาลไม่มีความสุข ตนเองก็คิดทั้งเช้า กลางวัน เย็น บ่ายทุกวันว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรและหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ครม.มาตลอด อย่างต่อเนื่อง”

นายกฯ กล่าวว่า ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 57-58 หลายคนอาจจะลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้นมากมาย มีทั้งประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อม แต่ทุกคนก็ได้รับผลประโยชน์ในภาพรวม การแก้ไขปัญหาอุทกภัยตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลงไปได้เยอะมาก ไม่เช่นนั้นจะต้องซ่อมแซมอะไรเยอะแยะ ตรงไหนที่ต้องซ่อมต้องเยียวยาพื้นที่ลุ่มต่ำก็ยังจำเป็นอยู่ แต่ลดค่าใช้จ่ายลงไปหลายหมื่นล้านบาทในการท่วมแต่ละครั้ง แต่ก็ไม่อยากให้มีใครเสียหายอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน จึงฝากพลเรือน ตำรวจ ทหาร กอ.รมน. ศอ.บต. ทำคู่ขนานนโยบายหลักรัฐบาลในการพัฒนา ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ด้วยหัวใจดวงเดียวกัน หัวใจความรักประเทศไทยที่เป็นอื่นไปไม่ได้ เพราะเกิดแผ่นดินผืนนี้ ที่ทำให้เราเกิด ให้เราอยู่ ให้เรากิน พื้นดินแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นดินให้ทุกคน เราจะทรยศต่อผืนดินแผ่นนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด ตนฝากไว้ สิ่งสำคัญคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่มาถึงจนทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทบทวนดูว่าเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวันนี้ เราจะต้องอยู่ให้ได้ ใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาให้ได้ ทุกคนต้องมีสติ และใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งว่า ต้องทำตัวอย่างไร จึงจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใย และพยายามแก้ไขปัญหาในทุกมิติให้ได้ แต่ทุกปัญหามาพร้อมๆ กันนั่นคือประเด็นปัญหา ที่ทำให้ได้ไม่มากนัก ที่ผ่านมามันมากันคนละทีสองที วันนี้มาพร้อมกันหลายเรื่อง แต่รัฐบาลก็ยืนยัน ว่าครม. รัฐบาล พรรคร่วม ข้าราชการทุกคน จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนแผ่นดินผืนนี้ เชื่อมั่นว่าหากทำโครงสร้างให้เข้มแข็งตอนนี้ ดูแล พยุงกันไปประคองกันไป ทุกอย่างก็ดีขึ้น อย่าท้อแท้ อย่าให้ร้ายตัวเอง อย่าให้ร้ายประเทศตัวเอง ขอเพียงความรักความสามัคคี เพื่อให้ทุกคนจะได้นำสติปัญญานำสมอง ไปทำในสิ่งที่ดีๆ มากกว่าที่ต้องแก้ไขปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหา ตนขอฝากไว้ด้วย วันนี้ตนอาจจะพูดไปเยอะนิดนึง เพราะความคิดถึง ฝากส.ส.ในพื้นที่ไม่ว่าใครต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าวันนี้เราได้อะไรไปแล้วหรือยัง อะไรที่เป็นความเดือดร้อนอะไรที่ตนสามารถทำให้ได้ก็จะทำ เพราะเราสัญญากันไว้ว่า เราเป็นรัฐบาลของคนไทย จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

“อะไรก็ตามที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ก็อย่าไปฟังกันมากนัก เสียสมอง เสียเวลา ที่ตนพูดมากเพราะอะไร เพราะคิดถึงจังหู้ เดี๋ยวก็ต้องไปทานข้าวใช่หรือไม่ กินข้าวเขาเรียกอะไรนะ หรอยแรงใช่หรือไม่”

ต่อจากนั้น นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการท่าอากาศยานนานาชาติเบตงและมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบอุทกภัยในกลุ่มเปราะบางพื้นที่จ.ยะลา โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้นายกฯ หวังดีกับทุกคน วันนี้เกิดปัญหาขึ้นเยอะแยะ ทั้งปัญหา อุปสรรคและปัญหาต่างประเทศ ไม่มีประเทศไหนไม่เดือดร้อน แล้วมาบอกรัฐบาลไม่ทำอะไร ขอให้เข้าใจรัฐบาลทำอย่างเต็มที่ และวันนี้ได้ทำเพื่อประชาชนไปเยอะมากแล้ว ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล ถ้าเรายังอยู่กันแบบนี้ตนก็คิดว่าตนก็มีใจที่จะทำงานให้คนไทย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ครม. ส.ส.พรรคร่วม หากพูดและคิดแต่สิ่งที่ดีก็ตอบกลับมาที่เราคือกุศล หากไม่ขัดแย้งกันก็จะทำได้ทั้งหมดทุกเรื่อง ก่อนที่จะถามกลับมายังประชาชนว่ามีอะไรถามอีกหรือไม่ พร้อมถามฉีดวัคซีนครบแล้วหรือไม่ ตนมาพร้อมนายอนุทิน จากนั้นหันกลับไปถามนายอนุทินว่าวัคซีนมีพอหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินตอบว่าเพียงพอ ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า คนละพรรคแต่ไม่ทะเลาะกัน ขณะที่ชาวบ้านที่มาตะโกนว่า “คนละพรรค แต่ใจเดียวกัน” นายกฯ ยกนิ้วโป้งแสดงสัญลักษณ์ว่าเยี่ยม และกล่าวว่า “มันต้องอย่างนี้ รัฐบาลอยู่ด้วยกัน”

จากนั้น นายกฯ และคณะ เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานดอนเมือง กทม.เวลา 16.45 น.

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign