Home ข่าวเด่น บิ๊กตู่ ลั่น ไทยต้องยั่งยืนไม่ใช่แตกแยก ฉุนสื่อไม่ให้เกียรติผู้นำประเทศ

บิ๊กตู่ ลั่น ไทยต้องยั่งยืนไม่ใช่แตกแยก ฉุนสื่อไม่ให้เกียรติผู้นำประเทศ

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

(แฟ้มภาพ)

“พล.อ.ประยุทธ์” เสียงดุกล่าวเปิดงานไกล่เกลี่ยหนี้ ตั้งเป้าไทยต้องยั่งยืนไม่ใช่แตกแยก ลั่น ไม่ชอบคำว่าโว ฉุน ไม่มีประเทศไหนที่สื่อไม่ให้เกียรติผู้นำเท่าประเทศนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเช้าวันนี้ (วันที่ 25 ก.พ. 2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ณ ห้องภิรัชฮอลล์ 1-3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพฯ โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่วันนี้เจอสถานการณ์โควิด-19 แม้ไม่มีสถานการณ์โควิดรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่พบปัญหานี้ ขอให้มองทั้งภายในและภายนอกว่าโลกเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากมองมาทางประเทศไทยประเทศเดียวก็เยอะไปหมด ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน โดยปีนี้รัฐบาลประกาศให้มีการแก้ไขปัญหาความยากจน โลกเปลี่ยนเราต้องปรับตัว ตนเองไม่สามารถจะไปช่วยเหลืออะไรหลายอย่างได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน วันนี้พร้อมหรือยังที่จะเพิ่มศักยภาพ พัฒนาตัวเอง ไม่เลือกงาน ประเทศไทยมีอะไรให้ทำอีกมาก ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้สักอย่าง กฎหมายมีอยู่แล้ว ต้องทำต้องทำภายใต้กฎหมายที่มีอยู่

นายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 สถานการณ์ขยะในประเทศไทย ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าประเทศอื่น จึงขอความร่วมมืออย่าพูดให้ประเทศเกิดความเลวร้าย ไม่ทราบว่าทำไปเพื่ออะไร ทุกคนทำงานเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ทุกคนมีส่วนร่วมว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น และจะประพฤติตนอย่างไรในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพราะจะนำไปสู่เรื่องการใช้เตียงจากโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายต่างๆ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้วเพราะเป็นหน้าที่ แต่ถ้าเราช่วยกันจะไม่ดีกว่าหรือ เพื่อที่จะได้นำงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นก็แล้วแต่ ย้ำว่าพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว

สำหรับการแก้ไขปัญหาความยากจน ให้นโยบายไปว่าต้องแก้ไขปัญหาจากต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต้องดูว่าจะแก้ได้อย่างไรเพื่อให้สามารถอยู่รอด ให้เหลือเงินเพียงพอที่จะนำไปใช้จ่าย จะอยู่รอดอย่างพอเพียง นำไปสู่ความยั่งยืนได้หรือไม่ หนี้สินครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ลามไปถึงปัญหาสังคม ความเสียหาย การล้มละลาย การฟ้องร้อง เราจึงต้องขจัดความยากจน และพัฒนาคนตามช่วงวัยอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาความยากจน ต้องพุ่งเป้าไปที่ครัวเรือน และต้องดูว่าความจนมันเกิดจากอะไร บางครั้งไม่ใช่จนแค่เงิน แต่จนความรู้ จนเรื่องเทคโนโลยี เราจึงต้องหาวิธีการแก้ไข

“เริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้ ต้องการให้ประเทศไทยเกิดความยั่งยืนไม่ใช่ประเทศที่แตกแยก ไม่ใช่ประเทศแห่งความทะเลาะเบาะแว้ง ถ้าเป็นแบบนั้นจะแก้ไขอะไรไม่ได้สักอย่าง ตรงไหนเขารบกันก็ไปรบกับเขาด้วย ตรงไหนทะเลาะกันก็ไปทะเลาะกับเขาด้วย ถามว่าจะอยู่แบบนี้หรือ ขอให้ทุกคนคิดกันเสียบ้าง

และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาด ผลกระทบของโรค บางส่วนถูกเลิกจ้าง ถูกหักเงินเดือน แม้รัฐบาลจะมีโครงการต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ แล้วต้องถามว่าต้องใช้เงินชดเชยอีกเท่าไร ไม่มีก็ต้องหาเงินให้จนมี แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือบอกว่ารัฐบาลไม่ดูแล ผมไม่เข้าใจหลักคิดของคนบางคนคืออะไร

ส่วนการผู้กู้เงิน กยศ. ที่ไม่คืนเงิน ต้องไปดูว่ายืมมากี่ปีแล้ว เพราะอะไรถึงไม่ชำระ มีปัญหาก็ต้องช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ แล้วคนที่ไม่ชำระไปหาตัวมาให้ดีก็แล้วกัน เงินทั้งหมดในวันนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินของประชาชนส่วนหนึ่งด้วย”

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุด้วยว่า บ้านเมืองมีกฎหมายกติกา ขอให้ไปดูศึกษากฎหมาย คนบางคนพูดแต่ปาก และบางคนก็เชื่อเขาไป อย่าไปเชื่อเขา ถ้าง่ายอย่างนั้นคงทำไปนานแล้ว คงไม่มีต้องหนีคดีติดคุก เช่นเดียวกับ เรื่องบางเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ฟ้องแล้วฟ้องอีก ประกันแล้วประกันอีก ยังฟังกันอยู่ทำไม เจ้าหน้าที่เขาทำงานกันแทบตาย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวในตอนหนึ่งว่า เราต้องกลับมาดูสิ่งเก่าๆ หนี้สินปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเหล่านี้มักจะมีปัญหาทุกครั้ง ไม่ทราบว่าสาเหตุคืออะไร ต้องกลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆ เพราะง่ายต่อการสร้างความชื่นชอบส่วนตัวทางการเมืองหรือไม่ ขออย่าทำร้ายประชาชนอีกต่อไปเลย ก่อนที่จะหันไปถาม นายสมศักดิ์ ว่าเครียดเหมือนกันหรือไม่ ไม่ต้องมาเครียดกับตน เพราะเครียดทุกเช้า สิ่งที่พูดคือต้องพูดเสียบ้าง ถึงแม้ว่าใครจะให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติ ส่วนตัวไม่ชอบคำพูดว่า “โว” อะไรที่ดีและชี้แจงออกมาแต่ก็หาว่าโว ก็โวคืออะไร ขี้โม้ขี้คุยหรืออย่างไร เมื่อชี้แจงก็ฟังเสียงบ้าง ไม่เคยมีประเทศไหนที่สื่อไม่เคยให้เกียรติผู้นำเท่าประเทศนี้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับพระสงฆ์ด้านหน้าว่า ขออนุโมทนาสาธุ และกำลังใช้ธรรมะข่มใจอยู่

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีค่อนข้างมีอารมณ์และใช้เสียงดังเป็นระยะ ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ได้ตะคอกใส่สื่อมวลชนว่าไม่ให้สัมภาษณ์ และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงแนวทางการให้การช่วยเหลือคนไทยในยูเครน นายกรัฐมนตรีหันมาตอบว่ารู้ทุกเรื่อง ก่อนที่จะลงบันไดเลื่อนและเดินทางกลับ.

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign