Home ข่าวเด่น ปรับตรวจ PCR ต่างชาติ แค่ตอนเข้าไทย ดีเดย์ 1 เมษายน ผวา BA.1+BA.2 ติดง่ายขึ้น 126%

ปรับตรวจ PCR ต่างชาติ แค่ตอนเข้าไทย ดีเดย์ 1 เมษายน ผวา BA.1+BA.2 ติดง่ายขึ้น 126%

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ศบค.เคาะแผนรับมือโควิดช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯจี้คุมเข้มทุกการจัดงาน ย้ำฝ่าฝืนมาตรการให้ปิดทันทีสั่งห้ามขาดขายเหล้าสาดน้ำประแป้งและ ปาร์ตี้โฟม คลายล็อกพื้นที่สีส้มลดเหลือ 20 จังหวัด ยกเลิกตรวจ PCR ก่อนเข้าประเทศให้มาตรวจตอนถึงไทย ด้านแพทย์ยืนยันยังไม่พบการระบาดของ “เดลตาครอน” ในไทย เร่งจับตาเชื้อสายพันธุ์ลูกผสม BA.1+BA.2 ที่พบในอิสราเอลหลังพบแพร่เชื้อได้สูงขึ้น 126 เปอร์เซ็นต์ หวั่นเป็นต้นตอการระบาดระลอกที่ 6 ขณะที่อังกฤษประกาศขออยู่ร่วมกับโควิดพร้อมยกเลิกทุกมาตรการป้องกันหวังให้ได้กลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติ

โรคโควิด-19 ยังคงสร้างปัญหาอย่างหนักให้คนไทย เนื่องจากยังพบผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นรายวัน ขณะที่เทศกาลสงกรานต์ก็กำลังใกล้เข้ามา ทำให้รัฐบาลต้องเร่งคลอดมาตรการออกมาคุมเข้ม

ไทยติดเชื้อนิวไฮทะลุ 2.7 หมื่น

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.กระทรวงสาธารณสุขรายงานสถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27,071 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 26,919 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 26,826 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 93 ราย จากเรือนจำ 103 ราย มาจากต่างประเทศ 49 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยัน 3,303,169 ราย หายป่วยเพิ่ม 21,522 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,048,491 ราย อยู่ระหว่างรักษา 230,603 ราย อาการหนัก 1,391 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 511 ราย เสียชีวิต 80 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 24,075 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 466,472,159 ราย เสียชีวิตสะสม 6,087,899 ราย

คุมเข้มเทศกาลสงกรานต์

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถาน การณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ครั้งที่ 5/2565 ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้เป็นเรื่องการปรับมาตรการ ปรับสีพื้นที่ รวมถึงมาตรการให้เกิดการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย สิ่งสำคัญสุดที่เป็นห่วงช่วงนี้คือสถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทุกพื้นที่จัดงานต้องระมัดระวังตัวเอง ต้องปฏิบัติตามมาตรการ ถ้าตรงไหนไม่ปฏิบัติตามต้องถูกปิด ขอให้ฟังมาตรการของ ศบค. และปฏิบัติให้ได้ตามนั้น เรื่องสำคัญอีกประการคือการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 วันนี้มีวัคซีนเพียงพอเตรียมไว้ถึง 3 ล้านกว่าโดส แต่คนไม่ค่อยอยากมาฉีดกัน จึงต้องรณรงค์ให้มาฉีด

ฝ่าฝืนมาตรการให้ปิดทันที

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการจะปรับให้เป็นโรคประจำถิ่นนั้น เป็นเพียงแผนงาน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะเดินไปสู่จุดนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าจะทำเลยมีขั้นตอนอยู่ ถ้าไม่ผ่านตรงนี้ก็เป็นไปไม่ได้ ต้องใช้วิธีการมาตรการเดิมที่เราทำอยู่แล้วให้เข้มงวด เมื่อถามว่าเรื่องการจัดคอนเสิร์ตสามารถผ่อนคลายได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ให้ไปขออนุญาตให้จัดในที่แจ้ง แต่การจะไปจัดในสถานที่ปิดมิดชิดที่เขายังไม่ให้เปิด ก็จัดได้แค่ลักษณะเหมือนร้านอาหาร เราไม่ได้ไปห้ามการแสดงดนตรีแต่ไม่ใช่พื้นที่ปิด ในส่วนพื้นที่เสี่ยงวันนี้ตรวจเจอกันหลายพื้นที่ สั่งการกำชับไปแล้วถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรการสั่งปิดทันที ต้องมีความผิดและรับผิดชอบตามกฎหมาย ขอเตือนถ้าไม่อยากติดเชื้อ ไม่อยากให้คนในครอบครัวติดเชื้อ ต้องระมัดระวังตัวเอง หน้ากากยังคงต้องใส่อยู่ อย่าเพิ่งไปพาดหัวข่าวว่าจะเลิกถอดหน้ากาก เลิกนั่นเลิกนี่ มันยังไม่เลิก มติ ศบค.ยังไม่ออก พูดกันไปล่วงหน้าเอง มันเป็นประเด็นเข้าใจหรือไม่

เจอแจกจบเดินหน้าตามแผน

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ รายงานผลการดำเนินการ เจอ แจก จบ ระหว่างวันที่ 1-13 มี.ค. มีจำนวนผู้รับบริการสะสม 207,534 ราย เฉลี่ยต่อวัน 15,964 ราย ส่วนใหญ่ผู้รับยาจะรับยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไข 52% ยาฟ้าทะลายโจร 24% ยาฟาวิพิราเวียร์ 26% ยืนยันว่าระบบของเรายังอยู่ได้ ถ้าอาการไม่มีให้ใช้ยาแก้ไข้ แก้ไอ นอกจากนี้ ยังมีการรายงานมาตรา USEP Plus ให้ที่ประชุมรับทราบว่า ผู้ป่วยสีเขียวจะให้รักษาที่บ้าน สถานแยกกักในชุมชน ฮอสพิเทล ซึ่งมีประมาณ 90% ผู้ป่วยสีเหลืองรักษาที่โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลหลัก มีประมาณ 10% และผู้ป่วยสีแดง รักษาที่โรงพยาบาลหลัก มีจำนวนน้อยกว่า 1%

ศบค.เคาะปรับลดพื้นที่สีส้ม

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร โดยลดจำนวนพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จากเดิม 44 จังหวัด เหลือ 20 จังหวัด เพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 25 จังหวัด เป็น 47 จังหวัด และเพิ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จาก 8 เป็น 10 จังหวัด และบางพื้นที่ใน 18 จังหวัด โดย 2 จังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาคือ จ.เชียงใหม่ และ จ.เพชรบุรี ทุกพื้นที่ยังไม่ให้เปิดสถานบันเทิง ขณะที่พื้นที่สีส้มยังห้ามการบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ส่วนพื้นที่สีเหลืองจำกัดเวลาบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านไม่เกิน 23.00 น.

จี้ฉีดเข็มกระตุ้นก่อนเทศกาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการให้บริการวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64-17 มี.ค.65 ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป้าหมายจำนวน 12,704,543 ราย ได้รับเข็มที่หนึ่งไป 10,587,376 ราย เข็มที่สอง 10,023,912 ราย และพบว่าได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 4,125,226 ราย คิดเป็น 32.5% เท่านั้น ดังนั้น เรายังมีผู้สูงอายุหลักหลายล้านที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น จึงขอให้เร่งตัดสินใจไปฉีดวัคซีน เพราะเมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีภูมิคุ้มกันหลังการฉีดพอดี ยืนยันว่าวัคซีนเพียงพอแน่นอน เตรียมไว้กว่า 3 ล้านโดส โดยเราตั้งเป้าหมายให้ประชาชนได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น 70% ก่อนเทศกาลสงกรานต์

ห้ามขาดขายเหล้า–สาดน้ำ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมเห็นชอบ มาตรการป้องกันโรคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งสามารถจัดได้ แต่ให้เป็นลักษณะประเพณีดั้งเดิม รดน้ำดำหัว หากจะจัดแบบสันทนาการต้องมีการขออนุญาต เพราะเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก โดยมีข้อแนะนำ 3 ช่วง ได้แก่ 1.การเตรียมตัวก่อนร่วมงาน ผู้ที่จะกลับภูมิลำเนา และกลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ประเมินความเสี่ยงของตนเอง หากพบมีอาการหรือเสี่ยงขอให้หลีกเลี่ยงเข้าร่วมงาน หรือตรวจ ATK ก่อนเดินทาง 2.ระหว่างช่วงสงกรานต์ สำหรับพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับ อนุญาตให้เล่นน้ำและจัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่น การแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ การแสดงดนตรี โดยปฏิบัติตามมาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง แต่ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน ส่วนพื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม และ 3.หลังกลับจากงานสงกรานต์ ให้สังเกตอาการตัวเอง 7 วัน หากสงสัยให้ตรวจ ATK พิจารณาเวิร์กฟรอมโฮมตามความเหมาะสม ทั้งนี้ นายกฯขอให้ดำเนินการตามมาตรการ ได้เน้นย้ำฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับสาธารณสุขให้เข้มงวดใครกระทำผิดฝ่าฝืนให้ดำเนินการเด็ดขาด นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศสถาน การณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน เป็นคราวที่ 17 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.65

เลิกตรวจ PCR ก่อนเข้าไทย

“ที่ประชุมเห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรในระบบเทสต์แอนด์โก และแซนด์บ็อกซ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จากเดิมที่ก่อนเดินทางมาจะต้องตรวจ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงจากประเทศต้นทางแล้วมาตรวจแบบ RT-PCR ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย และตรวจแบบ ATK ในวันที่ 5 จะปรับเป็นไม่ต้องตรวจก่อนเดินทางมาแต่จะตรวจ RT-PCR ตอนมาถึงประเทศไทย หากไม่พบเชื้อสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย และจะตรวจแบบ ATK อีกครั้งในวันที่ 5 โดยให้เริ่มวันที่ 1 เม.ย. ขณะเดียวกันยังได้หารือเรื่องวงเงินประกันที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2 หมื่นเหรียญ อาจจะมีการปรับลดเงินประกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในอนาคตด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือกันว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นจะมีการพิจารณาเปิดด่านทางบกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะใช้เดือน พ.ค.เป็นหมุดหมายให้ทุกจังหวัดที่มีความพร้อมได้เตรียมการไว้ ซึ่งอาจจะเปิดกันได้ทุกที่” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

อนุทินเมินถูกร้องซื้อยาฟาวิฯ

ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นศาลปกครองกลางฟ้องนายอนุทิน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ฐานใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ในการผลักดันการจัดซื้อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มเติมแบบไม่หยุดหย่อน ทั้งที่ยาดังกล่าวประเทศผู้ผลิตยังไม่อนุมัติให้ใช้ เพราะอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบยาฟาวิพิราเวียร์ยังใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ผลมาตลอด ไม่ใช่เพิ่งได้ผล มีการจ่ายยานี้แก่คนไทยจำนวนหลักร้อยล้านเม็ดแล้ว คนไข้ก็หายในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในสรรพคุณของยา ก็แล้วแต่ เป็นอาชีพเขา ซึ่งไม่มีอะไรต้องชี้แจง ถ้าจะชี้แจงก็ตามข้อเท็จจริง เรื่องการจัดซื้อจัดหายาเป็นหน้าที่ของ สธ.อยู่แล้ว มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

เตรียมแจกยาโมลนูพิราเวียร์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังรับมอบยาโมลนูพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ดจากบริษัท เอ็มเอสดี ว่า จะส่งมอบยาให้ บ.ซิลลิคฟาร์มา จำกัด เป็นผู้กระจายยา ปริมาณยาที่กระจายเบื้องต้น คือ 1 ใน 3 ของยาทั้งหมด ให้ รพ.ศูนย์เป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบและจ่ายยาในผู้ป่วย แต่เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมากคาดเพียง 1 สัปดาห์ยาก็คงหมด ทั้งนี้ การจ่ายยาให้กับผู้ป่วยเน้นในคนสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคเรื้อรัง 7 โรค ไม่จ่ายยาให้กับหญิงตั้งครรภ์ และคนที่มีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำ คาดสัดส่วนของยาโมลนูพิราเวียร์ที่จะกระจายส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ กทม.เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยติดเชื้อมากที่สุด สำหรับเกณฑ์การจ่ายยาเป็นดุลพินิจของแพทย์ เกณฑ์คือคนที่รับวัคซีนครบ 3 เข็มอาการไม่มาก จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ แต่คนที่รับวัคซีนไม่ครบ อายุมาก 60 ปีขึ้นไป มีโรคเรื้อรัง อาการเข้าข่ายสีเหลือง ให้จ่ายยาโมลนูพิราเวียร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของยาโมลนูพิราเวียร์ลดอัตราการนอน รพ.และเสียชีวิต ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ ช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาอื่นมีอาการดีขึ้นโดยมีผลการชี้วัดอย่างชัดเจน ส่วนจะสั่งซื้ออีกหรือไม่ต้องรออีกระยะหนึ่งก่อน และต้องรอมติ ครม.

เดลตาครอนยังไม่พบในไทย

ด้าน ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงการพบสายพันธุ์ลูกผสม (Recombi nation) ว่า ลูกผสมเดลตากับโอมิครอนเป็นเดลตาครอน ขณะนี้ส่วนใหญ่พบในฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อังกฤษมีบ้าง เท่าที่ดูข้อมูลยังไม่พบการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คนที่ติดไม่มีอาการรุนแรง ไม่ต่างจากโอมิครอนทั่วไป ข้อมูลในฐานข้อมูลกลางโควิดโลกหรือ GISAID พบสายพันธุ์เดลตาครอนมากบ้างน้อยบ้างในแต่ละพื้นที่ จำนวนไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงว่าเดลตาครอนเปรียบเหมือนเด็กที่เกิดมาเป็นเด็กไม่แข็งแรงสมบูรณ์หรือพิการ เพราะฉะนั้นก็จะแพร่ระบาดสืบทอดลูกหลานได้ไม่ดี ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ก็ไม่ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of concern-VOC) สำหรับประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นโอมิครอนครองพื้นที่ อาจจะเกิดเดลตาครอนได้ยาก หากจะเกิดขึ้นน่าจะเป็นการนำเข้าจากประเทศอื่นมากกว่า

ห่วงพันธุ์ใหม่แพร่เชื้อเร็วกว่า

“ส่วนลูกผสมโอมิครอนด้วยกันระหว่าง BA.1+BA.2 เป็นตัวที่น่าจับตามากกว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่มีการคำนวณผ่านระบบคอมพิวเตอร์คร่าวๆ จากรหัสพันธุกรรมที่ถอดได้กับระยะเวลาที่พบเชื้อ พบอัตราการติดเชื้อที่แพร่ได้มากขึ้นจาก BA.2 ในสัดส่วน 126% แต่ต้องใช้เวลาศึกษาอีกสักพัก อย่างไรก็ตาม นอกจากพบในอิสราเอลตามที่ปรากฏข่าว มีรายงานการพบที่อังกฤษและไอร์แลนด์ 267 ราย เท่าที่ดูข้อมูลรหัสพันธุกรรมยังไม่มีการนำส่วนสำคัญที่สร้างโปรตีนหนามสไปค์มาแลกเปลี่ยนกันเป็นลูกผสม ความรุนแรงก็อาจจะยังไม่ต่างจากสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตามองว่าท้ายที่สุดจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ส่งผลให้เกิดการระบาดระลอกที่ 6 หรือไม่ ยังไม่สามารถระบุเป็นฆาตกรหรือคนดี จนกว่าจะเห็นพฤติกรรมความรุนแรง ทั้งนี้ WHO ได้ออกมาเตือนถึงการมองโอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์สุดท้าย ทำให้คนการ์ดตก หรือมองว่ากำลังจะเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่ง WHO มองว่าน่าจะมีสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ได้มากกว่าโอมิครอนที่อาจจะเป็นการระบาดระลอกที่ 6 ซึ่งโอมิครอนกลายพันธุ์ไปจากอู่ฮั่นประมาณ 100 ตำแหน่งตัวที่ 6 จะต้องกลายพันธุ์มากกว่าโอมิครอนหลายตำแหน่ง แต่จะร้ายกาจรุนแรงหรือไม่ ยังไม่รู้ ลูกผสม BA.1+BA.2 เป็นแคนดิเดตหนึ่งที่ต้องจับตา สำหรับประเทศไทยที่ศูนย์จีโนมฯ ยังไม่พบลูกผสม BA.1+BA.2

สภาผวา กมธ.ติดเชื้อโควิด

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ผลยังเป็นลบ แต่มาช่วงเย็นวันที่ 17 มี.ค. หลังเลิกประชุมมาครึ่งวัน รู้สึกคัดจมูกเลยเช็ก ATK ดู ขึ้น 2 ขีด เช็กซ้ำกับอีกชนิดหนึ่งก็ 2 ขีด เบื้องต้นแจ้งให้นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประธาน กมธ.ร่างกฎหมายลูกเลือกตั้งทราบแล้ว ที่รู้สึกเป็นห่วงมากคือเพื่อนกรรมาธิการ 49 คน ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วย ด้านนายชินวรณ์ บุณเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน กมธ.สามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงผลการตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ผลออกมายืนยันการติดเชื้อโควิด แต่ไม่มีอาการ หมอจึงแนะนำให้มาพักที่บ้าน Home Isolation จนถึงวันที่ 26 มี.ค. ได้แจ้งให้ผู้ใกล้ชิดได้รับทราบแล้ว “หมายเหตุ ผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมนะครับ รีบออกมากักตัวเองเลย ขอให้ทุกท่านแข็งแรงปลอดภัย”

คนบันเทิงไม่พ้นเจอสองขีด

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในแวดวงบันเทิง “โบว์-แวนดา สหวงษ์” แจ้งข่าวติดเชื้อโควิด-19 โดยโพสต์ผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และได้รับการตรวจ RT-PCR และผลออกมาพบว่าพบเชื้อ ส่วนน้องมะลิ-ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาว และคนในครอบครัวขณะนี้ยังปลอดภัยดี รวมทั้งนักแสดงสาว “ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์” แจ้งว่า ติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน อีกรายคือ จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ

คปภ.นัด 3 ฝ่ายจับเข่าคุย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้จัดการประชุมหารือร่วมกัน 4 ฝ่าย คือ สำนักงาน คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อหาแนวทางลดข้อพิพาทและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิดที่เข้ารับการรักษาตัวแบบ Home Isolation (HI) แบบ Community Isolation (CI) หรือแบบ Hotel Isolation แต่ไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลและ/หรือค่าชดเชยรายวันได้ เนื่องจากเงื่อนไขกรมธรรม์ต้องเป็นกรณีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเท่านั้น และไม่มีการคิดเบี้ยประกันภัยสำหรับความคุ้มครองในลักษณะนี้ไว้ ซึ่งรูปแบบการรักษาตัวแบบ HI, CI หรือ Hotel Isolation เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการกำหนดเงื่อนไขกรมธรรม์แล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขด้วยเหตุผลเฉพาะเพื่อการบริหารจัดการในเชิงสาธารณสุข แต่การขยายคำจำกัดความดังกล่าว ไม่ส่งผลทางกฎหมายให้เป็นการขยายความคุ้มครองที่บริษัทประกันภัยได้ออกไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่เดิมและที่คู่สัญญาตกลงกันแต่แรก

ปรับวิธีเคลมประกันโควิดใหม่

“เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ.ได้หารือกับภาคธุรกิจประกันภัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตระหนักถึงสภาพปัญหาดังกล่าว จึงตกลงให้อนุโลมจ่ายในบางกรณีที่จำเป็นสำหรับพักรักษาตัวแบบ HI, CI แม้ว่าจะอยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์และไม่ได้คำนวณค่าเบี้ยประกันเพิ่มเติมก็ตาม โดยบริษัทประกันภัยยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่รักษาตัวแบบ HI หรือ CI ตามเงื่อนไขที่ได้ประชุมตกลงร่วมกัน 4 ฝ่าย ดังนั้น เพื่อให้แนวทางปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้มีหนังสือแจ้งบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ให้ถือปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันแล้ว เมื่อวันที่ 16 มี.ค.” เลขาธิการ คปภ.กล่าว

อังกฤษพร้อมอยู่ร่วมกับโควิด

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อังกฤษกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ ประเทศแรกของโลก ที่ดำเนินนโยบายอยู่ร่วมกับไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ หลังตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 มี.ค. รัฐบาลอังกฤษประกาศยกเลิกมาตรการกำกับดูแลนักเดินทางจากต่างประเทศทั้งหมด อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าอังกฤษได้โดยไม่ต้องแสดงผลการตรวจเชื้อก่อนบิน ไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ 2 วันหลังพำนักในอังกฤษ และไม่ต้องลงทะเบียนติดตามตัว แม้ว่านักเดินทางผู้นั้นจะฉีดวัคซีนครบโดสหรือไม่ครบก็ตาม ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ชี้แจงว่าประชากรอังกฤษฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว 86 เปอร์เซ็นต์ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 แล้ว 67 เปอร์เซ็นต์ โดยมียอดผู้ติดเชื้อในวันเดียวอยู่ที่ 90,815 คน เสียชีวิตในวันเดียว 138 คน

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign