Saturday, September 25, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดผู้ป่วยเล่าประสบการณ์ ติดโควิด-19 ยกบ้าน 8 คน เชื้อลงปอดทุกคน สุดหดหู่ เตือนอย่าชะล่าใจ

ผู้ป่วยเล่าประสบการณ์ ติดโควิด-19 ยกบ้าน 8 คน เชื้อลงปอดทุกคน สุดหดหู่ เตือนอย่าชะล่าใจ


ผู้ใช้เพซบุ๊ก Joy Thitiporn Lertnavalim ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าประสบการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั้งครอบครัว เป็นช่วงที่เวลาที่แสนหดหู่ วอนทุกคนดูแลตัวเองให้มาก โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

และนี่คือปอดเราเองค่ะ… สวัสดีค่ะทุกคน เราและครอบครัวของเรากว่า 8 ชีวิตติดโควิดค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย มันจะยาวหน่อยนะ

เราเริ่มมีอาการวันแรก วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคมค่ะ อาการแรกที่มาเลยคือ เจ็บคอ แล้วมันก็รวดเร็วมาก เจ็บคอ มีไข้ตอน 5 ทุ่ม จากนั้นเรากินยาลดไข้ ตีห้าวัดไข้ได้ 38.5 กินยา เรานอนไม่ได้เลย หนาวสั่นตลอดทั้งคืน สิบโมงเช้าวัดไข้ 39.3 กินยา ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าผิดปกติ แล้วที่สำคัญ เสียงของเราเปลี่ยนเลย เสียงแบบเป็นหวัดมาเต็ม ทั้งๆที่ไม่ได้มีน้ำมูกเสมหะอะไร

มนุษย์แม่อึกถึกไม่เคยป่วยอย่างเรา ไม่เคยติดไข้ลูกเลย แม้ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่มา3 ครั้ง เรารอดทุกครั้ง ลูกเป็นอิสุกอิใสยังไม่ติด ทั้งที่ไม่มีภูมิ ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว

เราคุยกับแม่เรา แม่เราเริ่มมีอาการพร้อมกันกับเราเลย ประกอบกับยายเรามีอาการเป็นหวัดหนักเสียงเปลี่ยนก่อนหน้าเรากับแม่ประมาณ 3-4วัน มันทำให้เราคิดว่าไม่ใช่ความบังเอิญ

เช้าวันอาทิตย์ เราให้พ่อเราไปซื้อชุดตรวจมาให้ครบจำนวนที่บ้าน เราเริ่มแหย่ของตัวเองคนแรก แล้วชุดตรวจมันไม่ให้เราลุ้นเหมือนตอนท้องเลย แม่งขึ้นเร็วมาก 2 ขีดภายในไม่ถึง 2 นาที สาดดดด ตอนลุ้นท้องนี่ตรูทิ้งไว้15 นาที ยังจ๊างงจาง อินี่เมิงไม่ให้กรูทำใจเลย จากนั้นเราจิ้มให้แม่ 2 ขีดรวดเร็ว จิ้มให้ยาย 2 ขีดรวดเร็ว แล้วเราก้อจิ้มให้ลูก 2 คน ลูกรอด! น้าเรารอด พี่ชายเรารอด หลานชายเรารอด แม่บ้านเรารอด ตั้งสติกันได้รวดเร็วมาก พวกเราทำการแยกส่วนทันที เราเอาลูกๆไว้ชั้นสอง น้าเราแม่บ้านเราและไปรับตัวลูกแม่บ้านมาอยู่ด้วย ส่วนพี่ชายกับหลานชาย แยกบ้านไปอีกหลังทันที ทุกอย่างรวดเร็วมาก เอาถังแก๊สปิ๊กนิค อาหารต่างๆไปไว้ชั้นสอง มันก็ทุกลักทุเล แต่ในสภาพนั้นถือว่าทำได้ดีมากๆ

จากนั้น เราเริ่มลงทะเบียนตามช่องทางต่างๆ ใช่ค่ะ ทุกช่องที่พวกคุณรู้ พวกคุณแชร์กัน ทุกช่องที่รัฐฯประชาสัมพันธ์ 1330 1668 1669 กรมควบคุมโรค เพจเส้นด้าย เพจต้องรอด เพจแม่งทุกเพจ เป็นสิบๆช่องทาง เชื่อเถอะ เราทำมาแล้ว โดยที่ครั้งแรกเราคาดหวัง ว่ายายเราอาจจะพอมีโอกาสได้เตียงบ้าง หรืออะไรก็ตามจะช่วยเหลือครอบครัวเราได้บ้าง แต่ไม่มีใครช่วยเราได้ค่ะ เอาเป็นว่าเราได้ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในวันแรกที่เรารู้ผลเทสก็แล้วกัน

จากนั้น ก็ส่งตัวคนที่ไม่ติดไปตรวจ PCR Test ค่ะ เพื่อความชัวร์กันอีกที แล้วเราก้อเริ่มทานยาค่ะ ยาที่ควรมีในการติดโควิทเบื้องต้นมีดังนี้นะคะ

1.ยาลดไข้ สำคัญมาก ไข้จะมีตลอด

2.ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก

3.ยาแก้ไอ

4. คามิโลซาน เอาไว้พ่นมันจะไอหนัก

5. ฟ้าทะลายโจร อันนี้แล้วแต่จะเชื่อไม่เชื่อ แต่เรากินไป 5 วันก่อนได้ยาฟาวิ ไม่รู้ช่วยรึป่าวเหมือนกัน ผล PCR Test ออกในอีกสองวันค่ะ ปรากฎว่าน้าเราติด แน่นอน น้าเรานอนกะลูกเราไปเรียบร้อย 2 คืน น้าเราก็เลยลงมาอยู่ข้างล่างกับเราแม่ยาย แล้วลูกเราก็อยู่กับแม่บ้านแทน ตอนนี้มีเด็กสามคนด้านบนกับแม่บ้านคนเดียว ลูกเราก็เริ่มร้องไห้หาเรากันแล้ว โดยเฉพาะริณร้องไห้หาเราหนัก สงสารลูกมาก ก็กักตัวกันต่อ รอตรวจรอบที่สองกันไป

จากนั้นเราก็เริ่มหาข้อมูลทันทีค่ะ เรามีประกันสุขภาพ เอาจริงถ้าเราจะหาที่แอดมิดจริงๆเราว่าเราทำได้นะ แม่เราก็มีค่ะ แต่ยายเราไม่มี ยายเรามีบัตรทองรพ.แห่งหนึ่งที่รักษากันประจำ พวกเราพยายามอย่างมากที่จะให้ยายได้มีเตียงหรือได้ยาฟาวิ มาก่อนก็ยังดี เราพายายไปรพ. 2 รอบตามสิทธิ์บัตรยาย ออกจากบ้านตีสี่เลย ก็ไม่ทัน เต็มๆๆๆๆๆๆ เค้าไม่รับยายเรา แล้วยายเรามีโรคประจำตัวคือปอดอักเสบ

คือเราต้องหาที่ให้ยายให้ได้ไม่งั้นยายแย่แน่ๆ ระหว่างนั้นไม่มีใครโทรมาเลย 1330 บ้าบอคอแตกไม่มี รอไปเหอะ บางเพจที่เราลงทะเบียนไปยังไม่อ่านเลยจนตอนนี้ ระหว่างนี้มีใครบอกว่าที่ไหนจะมีโอกาสให้ยายเราได้เตียง เราก็พายายไป ไปถึงรพ.แถวปทุม ไปถึงก็เต็มอีก สรุปเราพายายอายุ 84 ออกจากบ้านทุกวัน 4 วัน ตีสามตีสี่ทุกวันนะ แล้วก็เหลวเป๋วกลับมา ร่างกายยายเราช้ำมาก โชคดีที่ที่บ้านเราอุปกรณ์พร้อมมาก คือ บ้านเรามีเครื่องผลิตออกซิเจน มีมาสองปีแล้ว มีที่วัดค่าออกซิเจนที่นิ้วมานานมาก มีปรอทวัดไข้ มีทุกอย่างอะ ยาเอย แบบพร้อม ยายเราก็เลยสามารถประคองช่วงเวลานั้นไปได้ พวกเรานั่งเฝ้ายายกัน ถ้าสายออกซิเจนหลุดบางทีค่าออกซิเจนยายเรานี่ 40-50 เลยนะ ต้องเอาสก็อตเทปมาติดที่หน้ายายไม่ให้สายหลุดเพื่อให้ค่าออกซิเจน เกิน 90 ให้ได้ ซึ่งปกติต้องเกิน 95 ถึงจะเรียกว่าดีพอ

วันที่ 4 ของการป่วย เราพายายไปศูนย์ราชการที่เค้าบอกว่าตรวจปุ๊บจะได้ยาฟาวิมาทันที เราตื่นกันตอนตีสอง ค่อยๆพาร่างยายหนัก 72 กก. ลงบ้าน ปกติเราจะใช้เวลาเป็นชม. กว่าจะออกจากบ้านได้ เพราะยายไม่มีแรงเลย เราต้องจับขายายยกทีละข้างๆ และเผื่อทุกคนจะลืมไป พวกเราเป็นคนป่วยผู้หญิงทั้งหมด ตลอดระยะเวลาที่เราไปข้างนอกกัน เรามีไข้ แต่เราไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เราต้องได้ยา และในที่สุด เรา ยาย แม่ น้า ก็ได้ยาฟาวิมากิน

ในขั้นตอนนี้ เราขอแทรกสาระสำคัญนิดนึง ทันทีที่คุณรู้ว่าติดการที่คุณมี ผล PCR เทส จะทำให้ทุกอย่างง่ายและเร็วขึ้น เราขอเน้นตรงนี้นะ ถ้าคุณติดแล้วคุณไปตรวจได้ผลแลปมา แล้วคุณไปใช้สิทธิ์ตามที่คุณมี เช่น ประกันสังคม หรือ บัตรทอง คุณจะได้ยามาเร็วมากขึ้น คุณไม่ต้องไปรอตรวจซ้ำกับทางรพ.นะ มันจะเร็วขึ้นมากๆ

เราได้มีโอกาสเข้าระบบประกันสังคม เราจงใจเลย เพราะต้องการยาก่อนหน้านั้นไม่มีให้รับยาที่ศูนย์ราชการ เราไม่มีผลแลป เราต้องไปนั่งต่อคิววันนึงรอxray อีกสองวันนัด swab ช้ามากกว่าจะได้ยาคือใช้เวลาสัก 4-5วันเลย เหนื่อยและท้อมาก แต่การมาที่นี่ทำให้เราได้เห็น ทำให้เรารู้ซึ้ง ว่าคนอื่นๆเจออะไรบ้าง เราได้เห็นว่าที่เราไปรอตรวจ ทุกคนเป็นโควิทกันหมด!!! ขีดเส้นใต้หนาๆเลย ที่นั่งรอกันอยู่เนี่ยกว่าร้อยชีวิต เป็นโควิทกันหมด อ้าวแล้วยังไงล่ะ ทุกคนมีชุดความคิดในหัวใช่มั้ยว่า อ้าวเป็นโควิท กักตัวสิ อยู่บ้านสิ เห็นแก่ตัวว่ะ ออกมากันทำไม นี่นั่นนั่นนี่……เธอเราจะบอกพวกเธอว่า ถ้าให้พวกเราเค้ารอ

ก็นั่นแหละตามที่เป็นข่าว นอนตายอยู่บ้าน การที่เราเป็นโควิทเอง มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่ควรจะตัดสินใคร แล้วการที่คุณมีเพื่อนเยอะช่วยเหลือ ส่งนั่นส่งนี่ส่งของกินมาให้ ส่งยามาให้ นั่นคือคุณเป็นคนส่วนน้อย มันมีคนส่วนมากที่ยากจน ไม่มีคนส่งของกินมาให้ ไม่มีแม้แต่พารา เพราะงั้นเนี่ย คุณอย่าไปด่าเค้า อย่าไปบอกว่าไอ้นี่เดินร่อนไปมาไม่กักตัวเลย อ้าวเฮ้ย เค้าจะตายไงคุณ คุณส่งของกินให้เค้าปะล่ะ คุณให้ยาเค้ารึป่าว แล้วเค้าไม่มีรถส่วนตัว พึงคิดไว้เลยนะทุกคน ที่เดินสวนกันไปมาเนี่ย คุณจะแจ๊กพอตเจอคนติดโควิท มันไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรอีกต่อไปแล้ว มันไม่ได้ติดกันวันละร้อยสองร้อย มันติดกันวันละสองหมื่น เพราะฉะนั้น เนี่ย เราอยากให้เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันบ้าง เราเป็นเองเราถึงรู้ซึ้ง เราสงสารพวกเค้าจริงๆ สงสารตัวเองด้วย แง…อยากกลับบ้านรอนานเหลือเกิน

คืนวันที่4ของการป่วย หลังจากเราได้ยามา เรากับยายก็น็อคแทบจะทันที เหมือนว่าไม่ไหวแล้ว เรานอนพะงาบเลย ไข้ขึ้นสูง ไอหนัก แต่ค่าออกซิเจนยังดี ส่วนยาย นอนอย่างเดียว เริ่มกินไม่ได้แล้ว นอนทั้งวันตลอดๆๆๆ ในคืนนั้นเอง ก็มีเรื่องอีกผลPCR แม่บ้านออกมาว่าติดโควิท! สรุปคือ แม่บ้านเราก้อลงมา ตอนเที่ยงคืนที่รู้ผล เหลือ แค่เด็กสามคน อยู่บนบ้าน คืนนั้นเป็นวันที่เราเริ่มร้องไห้ละ คนมีลูกจะเข้าใจถึงความลำบากในเคสแบบนี้ เราต้องหาคนเลี้ยงลูก หลังจากคุยกันสามชม. กับสามี และพี่ชายสามี อาแปะของเด็กๆก็เป็นฮีโร่ขี้ม้าขาว มารับหลานไปตอนตีสาม ขอรับความเสี่ยงนี้ไป ทั้ืงที่ตัวเองก็ไม่ได้เลี้ยงเด็กเป็นเลย มาเพราะความรักล้วนๆ

ก่อนไปเราจับลูกจิ้มจมูกอีกคนละที ถ้าสองขีดอาแปะจะได้ไม่ต้องเสี่ยง ปรากฎมันยังขีดเดียวก็ไปบ้านอาแปะ โดยที่ไม่ให้เจออากงอาม่านะแยกชั้นอยู่ ลูกๆเราต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ กันสองคน โดยที่อาแปะวิ่งไปมา ทำงานไปด้วย ดูลูกเราไปด้วย เราและสามี ก็ต้องเริ่มปฏิบิตการเลี้ยงลูกออนไลน์กันทันที โดยการที่วิดีโอคอลกะลูกตลอด ระหว่างที่อาแปะมีประชุมในภาพเราจะเห็นลูกเรา นั่งเล่นกันเอง มีเดินไปเอาข้าวหน้าห้อง มานั่งกินกันสองคนกันเอง ลูกเราแกร่งและโตขึ้นมากๆ ริณสามารถนอนเองได้ ตรงไหนก็ได้ของห้อง แล้วก็หลับเลย จีนดูแลน้องดีมากๆ ริณจ๋าๆตลอด แต่ริณพอเห็นเราก็จะร้องไห้บ่อยๆ เราก็ปลอบใจลูกแบบออนไลน์ไป ทำได้ดีที่สุดเท่านั้นจริงๆตอนนั้น

วันที่ 5 ของการป่วย เราและยายยังน็อคอยู่ เราว่าแม่กะน้าเราอาการดีกว่าเรา แต่โควิท อาการมันจะสวิง มันเหมือนจะดีวันนี้ แต่อีกวันก็อาจจะไม่ดี มันเป็นแบบนั้น ตอนนั้นเราเริ่มคิดว่า ไม่ได้แล้วนะ ต้องหาเตียงให้ยายให้ได้ เราเริ่มคิดว่าจะทำไงดี เริ่มหารพ. รอบๆกทม. นี่คือสาระสำคัญอีกอย่างนึงคือ ทุกคนถ้าเป็นโควิทตอนนี้ เราอยากให้ลองมองไปที่รพ. ต่างจังหวัดกันดูนะ ลองดูไปเรื่อยๆอาจจะมีที่ว่างสักที่ที่เป็นของคุณ

เราก็โทรไปเรื่อยๆ จนเพื่อนสนิทเราแนะนำน้องคนนึง บอกว่าอยู่ที่โคราช ลองคุยดูมั้ย แล้วเราก็มีญาติอยู่ อุทัยธานี ก็เป็นอีกทางเลือกนึง สรุปน้องที่อยู่ที่โคราชรับปากว่าพี่มาเลย หารถมา หนูจะช่วยให้ได้ เราติดต่อรถพยาบาลเอกชน จ่ายค่ารถเองหนึ่งหมื่นบาท แล้วให้พาแม่กะยายขึ้นรถพยาบาลไปโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางด้วยซ้ำว่าจะได้มั้ย แต่น้องคนนั้นรับปากจะช่วยให้ได้ หนูรู้ว่าจะมีเตียงเหลือพี่ให้ยายมาเลย สี่ทุ่มไปถึงรพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รถพยาบาลแม่และยายเราไปจอดรถกว่าหนึ่งชม. ทางรพ.ไม่รับ เพราะเค้าไมไม่ได้รับการติดต่อใดๆอย่างเป็นทางการ

เค้าบอกไม่มีห้องไอซียูให้ยาย เราก็เริ่มเฟล เริ่มนั่งคิดถึงท่านย่าโมแล้ว ช่วยยายกะแม่หนูด้วยเถอะ เป็นครั้งที่สองที่เราเริ่มร้องไห้ แต่จะด้วยอะไรสักอย่าง น้องคนนั้นสามารถติดต่อประสานกับทางรพ.มหาราช โคราชได้ ในที่สุด แม่และยายเราได้เข้ารับการรักษาตัวในรพ.มหาราช โดยที่ยายเราเข้ารักษาตัวอยู่ในห้องICU ส่วนแม่เราอยู๋ในห้องผู้ป่วยรวม 3 คน เป็นช่วงเวลาที่บอกไม่ถูกมันเหมือนยกภูเขาออกจากอก ในที่สุดก็มีวันนี้ แล้วเราก็นอนพะงาบต่อ ส่วนน้าเราอีกวันนึงก็ได้รับการส่งตัวกลับไปรักษาตัวจังหวัดพิจิตร สรุปว่า ทุกๆคนถึงมือหมอแล้ว ทุกคนได้เตียงอยู่ใน รพ. แล้ว เราดีใจที่สุด…..แล้วเราก็เซอร์ไพรส์อีก เมื่อได้รู้ว่า ผล PCR Test ของแม่บ้านเราผิด มันตรวจผิด แม่บ้านเรายังไม่ติดโควิท….เราอุทานว่าเชี่ยทันที พี่ชายเราโทรไปวีน มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนจากขาวเป็นดำ มันรับผิดชอบโดยการจะตรวจซ้ำให้อีกที เราโกรธมากจริงๆ แต่สภาพร่างก็ทำอะไรไม่ได้มาก ก็ปล่อยเลยตามเลย

เช้าวันที่ 6 หลังจากที่ทุกคนออกไปจากบ้านกันทั้งหมด เราอยู่กับตัวเองในบ้านคนเดียวครั้งแรก หลังจากผ่านมหกรรมมาราธอนมาเกือบ 1 สัปดาห์ เรานั่งหน้าบ้าน กินน้ำอุ่น เปิดเพลง La vie en rose เวอร์ชั่น Ann Besana และตัดสินใจจะ home isolation ที่บ้านต่อ เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่เป็นอะไรมากช่างเถอะ มีไข้ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น แต่พอ 10 โมง เราก็ได้รู้ผล PCR Test ลูกๆเรากับอาแปะ ว่าติดโควิท…….

สัญชาติญาณความเป็นแม่มันเข้าสิง เราจะอยู่บ้านก็ได้ แต่ลูกเราต้องได้แอดมิด!!!!!! เราประชุมสายกับเพื่อนๆและสามีทันที รวมถึงตัวแทนประกันเรารบกวนช่วยหารพ.ให้ลูกเราหน่อย เพื่อนเราคนนึงรวดเร็วมาก โทรมาบอกว่าภาายในบ่ายวันนั้นว่า จอยไปรพ.กรุงเทพเลย กรุงเทพฯไหน กรุงเทพ โคราช จอย….ห๊ะ กรุงเทพโคราช สามีเราบอกไปเลยจอย ไปเลย เย็นวันนั้น เราได้เจอลูกหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมา 7วัน แล้วลูกเราก็ไข้ขึ้นสูงมากเลยทันที จีนไข้ขึ้น 39.5 พอรุ่งเช้า เรากับอาแปะ และเด็กๆ ก็เดินทางไปกันสี่คน ขับรถกันไปด้วยกันด้วย ร่างไม่เต็มร้อย ไปเข้าแอดมิดและรักษาตัวนอนรพ. ไป 10 วัน

เราและลูกๆ เชื้อลงปอดกันทุกคน อาแปะลงนิดหน่อย เพราะไปถึงเร็ว เราหนักสุด นั่นทำให้รู้ว่า เชื้อลงปอดเรากว่า 30% ดูที่รูปข้างขวา หมอบอกว่าถ้าเราไม่มาพบหมอ เราอาจจะต้องเข้า ICU ปอดคุณเยินมากๆเลย นอนคว่ำนะ ถ้าตะแคงให้ตะแคงขวานะ เราต้องฉีดยารักษาปอดทุกวัน รวมถึงค่าเลือดที่เกี่ยวกับลิ่มเลือดเราขึ้นสูง ก็ต้องมาฉีดยาที่พุงทุกวัน เพื่อให้ค่าลิ่มเลือดกลับมาเป็นปกติ ขณะที่พิมพ์อยู่เราเพิ่งออกจากรพ. มาได้ 1 วันค่ะ เรากับลูกๆแม่เราน้าเราอาแปะ จะกักตัวที่บ้านต่อจนครบ 30 วันเพื่อความปลอดภัย

รวมระยะเวลาการป่วย ก็ เกือบ 20 วันแล้วค่ะ แล้วตอนนี้เรายังมีอาการไออยู่ แล้วก็เจ็บเนื้อต้ว ตามต้นคอ เราไม่เหนื่อยมาก แต่เชื่อมั้ย เราที่เคยหายใจสบายๆตอนเล่นโยคะ ตอนออกกำลังกาย เรา ณ ตอนนี้ หายใจไปไอไป หมอกายภาพบอกว่าปอดที่มันเสียไปแล้วคงทำอะไรไม่ได้ แต่ที่เหลืออยู่ ก็สามารถออกกำลังกายปอด ทำให้กลับมาแข็งแรงใกล้เคียงเดิมได้ แต่ต้องใช้เวลา ต้องใจเย็น ตอนนี้เด็กๆโอเค แม่เราโอเค น้าเราโอเค ส่วนยายเราข่าวดีคือ เพิ่งออกจากห้องไอซียูได้ 2 วัน ที่ต้องเยียวยาต่อคือสภาพจิตใจ ทุกคนอาจจะไม่เชื่อว่า การเป็นโควิท ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจมากแค่ไหน

เราเองเป็นคนที่เข้มแข็งมาก แต่ช่วงที่อยู่รพ. เรามีภาวะจะเรียกว่าซึมเศร้าเลยคงไม่ใช่ เราร้องไห้กับสามีอยู่ 2 คืน มันเป็นความรู้สึกที่สะเทือนอารมณ์ เหมือนเราผ่านอะไรมามากมาย เราได้เห็นผู้คนที่ไปนั่งรอยากับเราเป็นพันๆคนที่ศูนย์ราชการ เราได้เห็นระบบที่ห่วยแตก เราเห็นยายเราลำบากนั่งรถเข็น มีถังออกซินเจนข้างๆ เห็นแม่อุ้มเด็กสองเดือนติดโควิทไปรอรับยา เห็นคนพิการ คนตาบอดจูงมือกันไปรอรับยา

ภาพเหล่านี้สร้างบาดแผลในใจเรา มันสะเทือนใจมากจนตอนนี้ เราโกรธอนุทิน ที่บอกว่าจะมีวัคซีนเต็มแขนตอนไตรมาสสาม เราโกรธนายก เราโกรธการบริหารงานห่วยแตกของรัฐบาลชุดนี้ เพราะถ้าทุกคนได้มีโอกาสรับวัคซีนดีๆได้ทันท่วงที ทุกคนจะไม่ต้องมาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ทุกคนคิดภาพตามเรานะ เรารู้ว่าในเฟสนี้ มีทั้งคนที่รักรัฐบาล คนที่เกลียดรัฐบาล แต่เรามามองภาพแบบไม่เฟคตามความเป็นจริงว่ามันดีกว่านี้ได้ มันดีกว่านี้ได้จริงๆ เชื่อม้ั้ืยว่าทุกวันนี้ 1330 ยังโทรหาเรา ไม่ได้บอกว่าได้เตียงนะ โทรมาถามว่าได้เตียงยัง ได้รับการรักษาที่ไหน รพ.อะไร แอดมิดเมื่อไหร่ เหมือนจะดีใช่มะ ไม่ใช่เลย โทรมาถาม สิบรอบ ถามเหมือนเดิม จนเราถามว่า น้องคะ น้องไม่มีคอมพิวเตอร์ใช่มั้ย นี่น้องโทรมาจดใส่กระดาษรึป่าว

มีเจ้าหน้าที่โทรมาถามเหมือนน้องเนี่ย 10 รอบแล้ว พี่ขอโทษนะที่ต้องตำหนิน้องไป น้องก็ทำตามหน้านี้ แต่ช่วยไปบอกข้างบน ทำให้ข้อมูลมันลิงค์กันหน่อยเถอะ แบบนี้มันเกินไป แล้วบอกเลยว่า การที่ยายเราหลุดจากห้องไอซียูมาได้เนี่ย ส่วนนึงเพราะยายเราได้รับวัคซีนไปแล้วหนึ่งเข็ม ในเวลาพอเหมาะพอเจาะพอดี หมอก็ยังบอก คนที่ตายส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ได้รับวัคซีน

สุดท้ายนี้ เราขออวยพรให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคร้ายนี้จริงๆ มันไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา สำหรับคนที่ไม่มีอาการมากเราดีใจกับคุณด้วย แต่ส่วนใหญ่มันไม่ใช่ ไม่งั้นคงไม่ตายกันขนาดนี้ เราเป็นห่วงทุกๆคนจริงๆในฐานะคนที่เป็นมาแล้ว ภาพมองเราที่เป็นเอง กับที่ทุกคนที่ไม่เคยเป็นมันไม่เหมือนกันและจะไม่มีทางเหมือนกัน

เราอยากให้ทุกคนมีความรอบคอบ รัดกุม ที่คิดว่ารัดกุมแล้ว รัดไปอีก20-30% เลย แล้วอยากให้แบ่งเวลาออกกำลังกายแม้ในบ้านก็ยังดี การออกกำลังกายมันลดความเครียดในจิตใจได้ประมาณนึงเลยข่าวที่เสพทุกวันนี้ถ้าเครียดเกินไปก็หยุดพัก เอาที่ตัวเองสบายใจที่สุด ตอนนี้เราอยู่ในสภาพหลอนแดกประมาณนึง กลัวเป็นอีก แล้วเราไม่อยากให้ใครรู้สึกแบบเราเลย เราหวังว่าตัวเองจะหายจากอาการนี้เร็วๆ แบบเป็นเราคนเดิมที่แข็งแรงทั้งกายและจิตใจแบบ 100%

โชคดีกันนะทุกคน รักทุกคนนะ ห่วงมากจริงๆ

#ในวันที่ติดโควิท
#covidstory

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Joy Thitiporn Lertnavalim

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments