Friday, October 22, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดฝนตกหนัก น้ำท่วมโบสถ์และวิหาร วัดกิ่งแก้ว "ฝันดี-ฝันเด่น" นำทีมช่วยเร่งสูบน้ำ 8 2 ก.ย. 64ฝนตกหนักน้ำท่วมโบสถ์และวิหาร วัดกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ...

ฝนตกหนัก น้ำท่วมโบสถ์และวิหาร วัดกิ่งแก้ว "ฝันดี-ฝันเด่น" นำทีมช่วยเร่งสูบน้ำ 8 2 ก.ย. 64ฝนตกหนักน้ำท่วมโบสถ์และวิหาร วัดกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโบราณสถานสูงกว่า 1 เมตร ฝันดี-ฝันเด่น นำทีมเร่งสูบน้ำ


ฝนตกหนักน้ำท่วมโบสถ์และวิหาร วัดกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโบราณสถานสูงกว่า 1 เมตร ฝันดี-ฝันเด่น นำทีมเร่งสูบน้ำ

เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (2 กันยายน 2564) จิตอาสาภาคเอกชานใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกันนำโดยสองฝาแฝด นายฝันดี จรรยาธนากร หรือ ใหญ่ และนายฝันเด่น จรรยาธนากร หรือ เล็ก พร้อมด้วยอาสาบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกันนำเครื่องสูบน้ำแบบหาบหามจำนวน 8 เครื่อง เข้าระดมสูบระบายน้ำที่ท่วมอยู่ภายในวัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่มีปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมภายในโบสถ์และวิหารเก่าแก่ที่เป็นโบราณสถานของวัดกิ่งแก้วแห่งนี้ ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ ทำให้ปริมาณฝนจำนวนมากรวมทั้งน้ำในคลองบัวใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังของวัดได้เอ่อสูงขึ้นมาไหลทะลักเข้ามาตามท่อระบายน้ำของวัด ทำให้ภายในวัดทั้งหมดถูกน้ำท่วม อาสาบรรเทาสาธารณภัยร่วมทั้งจิตอาสาต่างเร่งระดมสูบระบายน้ำออกจากภายในวัดโดยยังไม่มีหน่วยงานราชการไหนเข้าให้การช่วยเหลื่อแต่อย่างใด

1630593461286

นายรัชพล ทองดี มัคทายกของวัดได้เล่าว่า ปริมาณน้ำดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำฝนเข้าท่วมขังภายในโบสถ์และวิหารของวัดกิ่งแก้ว ซึ่งได้จดเป็นโบราณสถาน ทางวัดจึงพยายามสูบน้ำออกอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาโบราณสถานไว้ และจากการตรวจสอบพบว่ามีปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมในโบสถ์สูงประมาณ 20 เซนติเมตร เกรงว่าความเสียหายจะเกิดกับโบสถ์เพราะเป็นโบราณสถานที่มีอายุมายาวนานหลายสิบปี

1630593505243

ด้านนายฝันเด่น จรรยาธนากร ได้กล่าวว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง โดยเมื่อครั้งแรกเมื่อประมาณ 3 วันที่แล้วก็ได้รับแจ้งมาเรื่องของน้ำเข้ามาท่วมในวัดกิ่งแก้วแห่งนี้ ซึ่งทีมงานของตนได้เดินทางมาถึงประมาณบ่ายโมงของวันนั้นก็สู้กันจนถึงประมาณเที่ยงคืนซึ่งน้ำก็แห้งเป็นปกติทั้งโดยรอบวัดและโบราณสถานทั้งสอง และมีการวางกระสอบทรายกั้นไว้ให้เรียบร้อย แต่เมื่อประมาณ 8 โมงเช้าของวันนี้ก็ได้รับรายงานมาว่าน้ำได้ไหลทะลักเข้ามาท่วมวิหารอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้มีประมาณน้ำเพิ่มขึ้นในลำคลองที่ติดอยู่กับด้านหลังวัด บวกกับทางด้านหน้าที่เคยวางถุงทรายกั้นไว้ได้มีการรื้อออก มันก็เลยทำให้น้ำทะลักเข้ามา ตัวไดโว่ดูดน้ำของวัดเองก็เสียมันก็ทำให้เป็นอย่างที่เห็น

1630593537278

น้ำไหลทะลักเข้ามาเต็มพื้นที่ซึ่งปริมาณน้ำมากกว่าครั้งแรกที่สูงประมาณครึ่งหน้าแข้ง แต่วันนี้น้ำสูงมาถึงเอวก็ประมาณ 90 เซนหรือ 1 เมตรในบางจุด เพราะภายในวัดเป็นพื้นที่ลาดเอียง ครั้งแรกที่มาน้ำยังไม่เข้าไปในตัวพื้นของโบสถ์และวิหารแค่ปริ่มขอบประตู แต่ครั้งนี้น้ำเข้าไปในวิหารและโบสถ์แล้ว สิ่งที่น่ากังวลก็คือว่าทางมัคทายกก็อยากให้เราเร่งระบายน้ำออกเพราะด้านในของวิหารก็เป็นโบราณสถาน แต่ตนก็ยังไม่ได้เข้าไปเห็น แต่เขาบอกว่าพื้นมีการปูกระเบื้องต่างๆ เป็นแบบโบราณซึ่งเราก็ดำเนินการตามแผนคือลองสูบน้ำออกด้วยเครื่องสูบน้ำแบบหาบหามของอาสาสมัครที่มีทั้งหมด 8 ตัวลองสูบดูก่อน ตั้งแต่บ่าย 3 น้ำลดลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร

1630593579622

ฝันเด่น เผยอีกว่า แต่มันมีเงื่อนไขเกิดขึ้นคือมีปริมาณน้ำเติมเข้ามาซึ่งก็เหมือนครั้งที่แล้ว ปริมาณน้ำที่เติมเข้ามาจากคลองที่อยู่ด้านหลังวัดซึ่งมีท่อระบายน้ำที่วางลอดใต้โบสถ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งมีฐานสูงกว่าโบราณสถานทั้งสองหลังนี้น่าจะมีช่องทางระบายน้ำเชื่อมต่อกับคลองจึงทำให้มีปริมาณน้ำเข้ามาเติม สูบไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงและหยุดพักเครื่อง 10 นาทีเพื่อรอดูเวลาน้ำที่สูบออกไปประมาณ 10 เซนติเมตร แต่พอพักเครื่อง 10 นาทีปริมาณเติมเข้ามาเท่าเดิม หมายความว่าที่ทำไปเสียเปล่าซึ่งก็หวังว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้ แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะโดยรอบที่เกิดขึ้น

1630593609006

ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือเรื่องบุคลากรและกำลังพลที่จะช่วยกันเติมเรื่องกระสอบทรายเพื่อทำบังเกอร์ซึ่งตอนนี้ทรายมีอยู่ 2 กอง เท่าที่ประเมินดูน่าจะใช้กระสอบทรายอย่างต่ำต้องมีประมาณ 500 ถุงเพื่อวางเป็นบังเกอร์ตามขอบต่างๆ ให้ได้เพราะว่ามันสูงประมาณ 70 เซนติเมตรได้ในการเทิร์นกันเป็นสองชั้นเพราะว่าแรงน้ำมีมหาศาล ตอนนี้ทดลองประเมินเดินเครื่อง 1 ชั่วโมงให้จบและลองดับเครื่องดูว่าจะมีปริมาณน้ำที่เข้ามาเติมเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใดมีแต่อาสาสมัครเข้ามาช่วยเหลือกันเท่านั้น

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments