Tuesday, October 19, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดมาตรการร้านอาหาร ยังไม่บังคับฉีดครบ-ATK งดบุฟเฟต์ ห้ามนั่งเผชิญหน้า-กินเกิน 1 ชม.

มาตรการร้านอาหาร ยังไม่บังคับฉีดครบ-ATK งดบุฟเฟต์ ห้ามนั่งเผชิญหน้า-กินเกิน 1 ชม.


มาตรการร้านอาหาร ยังไม่ต้องฉีดวัคซีนครบหรือตรวจ ATK ต้องมีระบบระบายอากาศ เว้นระยะห่าง งดบุฟเฟต์ ห้ามนั่งเผชิญหน้า-กินเกิน 1 ชม. ป้องกันรวมตัวกัน ไม่ให้แออัด

newsqom.com

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.64 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวมาตรการปลอดภัยสำหรับร้านอาหารและสถานประกอบการ ว่า มาตรการของร้านอาหาร ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 ตามข้อกำหนดฉบับที่ 32 นั้น ในทั้งพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด , พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 11 จังหวัด ยังห้ามบริโภคสุราในร้าน ส่วนระยะเวลาให้บริการพื้นที่สีแดงเข้มเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. พื้นที่สีแดงเปิดไม่เกิน 23.00 น. และพื้นที่สีส้มเปิดได้ตามปกติ ส่วนการรวมกลุ่มคนมีการปรับให้พื้นที่สีแดงเข้มไม่เกิน 25 คน สีแดงไม่เกิน 50 คน และสีส้ม 100 คน ซึ่งหลังจากเปิดร้านอาหาร อาจมีการรวมกลุ่มคนที่ร้านอาหาร นอกจากปฏิบัติตามมาตรการร้านอาหาร ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการรวมกลุ่มคนด้วย

ประเด็นสำคัญคือการบริโภคในร้าน พื้นที่อื่นๆ ยังบริโภคในร้านตามปกติ แต่พื้นที่สีแดงเข้มเดิมไม่อนุญาตให้นั่งบริโภคในร้าน ให้ขายแบบเดลิเวอรี มีการปรับเป็นนั่งบริโภคในร้านได้ โดยห้องปรับอากาศไม่เกิน 50% ของจำนวนที่นั่งปกติ พื้นที่เปิดอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่เกิน 75% นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ใช้มาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลสูงสุดตลอดเวลา (Universal Prevention) ทุกคนควรยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ทุกคน ทุกสถานที่ ทุกเวลาที่พบปะผู้คน

ส่วนมาตรการ COVID Free Setting หรือมาตรการความปลอดภัยองค์กร ที่ใช้ ก.ย.นี้ จะมีการประเมินผล 1 เดือน หากเป็นไปตามที่กำหนด ศบค.อาจพิจารณาเริ่มบังคับใช้ในอนาคต คาดว่าเป็นวันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ประกอบด้วย 1.การจัดสิ่งแวดล้อม โดยต้องทำความสะอาดโต๊ะที่นั่งก่อนและทันทีหลังให้บริการ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำทุก 1-2 ชั่วโมง จัดอุปกรณ์รับประทานอาหารเฉพาะบุคคล เจลแอลกอฮอล์ประจำโต๊ะ งดจัดบริการอาหารรูปแบบบริการตนเอง เช่น บุฟเฟต์ รักษาระยะห่างระหว่างบุคคลและโต๊ะอาหาร 1-2 เมตร บางร้านพื้นที่จำกัด ถ้าเว้นระยะไม่ถึง 1 เมตร พิจารณาทำฉากกั้น โดยไม่เป็นอุปสรรคเรื่องการระบายอากาศ ถ้ามีเครื่องปรับอากาศกำหนดเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ 2 เมตร จัดพื้นที่ให้นั่งไม่ให้แออัด ไม่ให้นั่งตรงข้ามเผชิญหน้ากัน จำกัดระยะเวลานั่งรับประทานไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะให้รับประทานอาหารไม่ใช่สังสรรค์พูดคุยกัน และเพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนลูกค้าไม่ให้แออัด

“ส่วนการระบายอากาศต้องเปิดประตู หน้าต่าง อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก่อนเปิดหรือหลังปิดระบบระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด แต่ละร้านกำหนดจัดระบบระบายอากาศให้เหมาะสม สัมพันธ์กับจำนวนคนในร้าน ห้องน้ำต้องมีระบบระบายอากาศที่ดี และในห้องปรับอากาศให้เปิดระบายอากาศในร้านทุก 1 ชั่วโมง อย่างเหมาะสมกับกิจการ เพื่อปรับให้สอดคล้องกับแต่ละกิจการ โดยประเมินจัดการสภาพแวดล้อมผ่าน Thai Stop COVID+” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

และ 2.ผู้ให้บริการและลูกค้าให้ปลอดภัย กำหนดตัวคนจะต้องมีภูมิคุ้มกัน รับการฉีดวัคซีนครบโดส หรือเคยมีประวัติติดเชื้อ 1-3 เดือนนับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ คนต้องไม่พบเชื้อโดยคัดกรองความเสี่ยง ครอบคลุมประวัติเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง และอาการเสี่ยง ด้วยแอปพลิเคชัน ไทยเซฟไทย (TST) และตรวจด้วย ATK หรือ PCR และต้องป้องกันตนเองตามหลักป้องกันตัวเองสูงสุดตลอดเวลา ส่วนที่จะเริ่มบังคับใช้ 1 ต.ค. ต้องฉีดวัคซีนครบโดส มีประวัติเคยติดเชื้อ 1-3 เดือน จัดหา ATK ให้พนักงานตรวจทุก 7 วันหรือตามความเสี่ยง พบเหตุการณ์เสี่ยงหรือร้านติดกับสถานการณ์เสี่ยงมากอาจตรวจเพิ่มมากขึ้น ลูกค้ามีเอกสารรับรองยืนยันหรือ COVID Free Pass โดยเฉพาะร้านที่มีเครื่องปรับอากาศว่ารับวัคซีนครบโดส

“ประชาชน เจ้าของกิจการอาจถามว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ผู้ประกอบการพื้นที่สีแดงเข้มต้องทำอย่างไร สรุปคือ เปิดร้านได้ตามปกติ ไม่ต้องตรวจ ATK เป็นประจำ แต่ ก.ย.ให้เตรียมความพร้อมและตรวจตามความพร้อมของร้านและผู้ประกอบการ ยึด DMHTT เข้มข้น พนักงานไม่ต้องฉีดครบ 2 เข็ม แต่ร้านและพนักงานควรเร่งรัดให้ไปรับการฉีดให้ครบในก.ย.จะเป็นการดี แต่ที่กล่าวมาคณะกรรมการโรคติตด่อจังหวัดหรือกทม.อาจออกประกาศบังคับใช้เพิ่มมากกว่าข้อกำหนดตามสถานการณ์ของการระบาดหรือและความสามารถในการรองรับระบบสาธารณสุขของจังหวัดนั้น” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า พื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้มยังมีความเสี่ยงการแพร่ระบาดมากอยู่ แต่ข้อกำหนดฉบับที่ 32 ให้ร้านอาหารเปิดและนั่งบริโภคในร้านได้ ภายใต้ความรับผิดชอบของร้าน ผู้ประกอบการ ผู้ไปรับบริการร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ จังหวัดกำกับติดตามดูแลอย่างจริงจัง เข้มข้น เพื่อลดผลกระทบผู้ประกอบการ ร้านอาหารทุกระดับควบคู่กับสมดุลควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด

เมื่อถามว่าเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปีใช้บริการร้านอาหารร่วมผู้ปกครองได้หรือไม่ เพราะเด็กยังไม่ได้ฉีดวัคซีน นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สามารถเข้าไปใช้บริการได้ แต่พื้นที่สีแดงเข้มผู้ติดเชื้อยังมากกว่า 1 หมื่นรายต่อวัน คือมีความเสี่ยงการแพร่โควิดที่สูง เพราะฉะนั้นเด็กเล็ก นักเรียน หรือเด็กที่ยังไม่ได้ฉีด เนื่องจากวัคซีนกำหนดอายุ 12-18 ปี มีแค่ไฟเซอร์ที่บริจาคมาก เด็กต่ำกว่า 12 ปียังไม่มีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนให้ฉีด ถ้าผู้ปกครองจะพาเด็กไปรับประทานอาหารในร้าน ต้องประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อ ถ้าคิดว่าปฏิบัติป้องกัน ร้านทำตามมาตรการน่าเชื่อถือ ก็เข้ารับประทานได้แต่ต้องรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ถ้าจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก็สั่งมาทานที่บ้านจะปลอดภัยกว่า

ถามถึงการติดตามประเมินผล นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดแค่ฝ่ายรัฐอย่างเดียว อาศัยความร่วมมือรับผิดชอบของร้านค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนด้วย ร้านต้องรับผิดชอบโดยประเมินตนเอง ผ่าน Thai Stop COVID+ ถ้าไม่ผ่านต้องปรับปรุง คนต้องประเมินความเสี่ยง Thai Safe Thai หรือแอปประเมินอื่นคัดกรองความเสี่ยง ทั้งประวัติเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง และอาการเสี่ยง ส่วนใหญ่ร้านคัดกรองแต่อาการ แต่ผู้ติดเชื้อมากกว่า 80% ไม่มีอาการและแพร่เชื้อได้อยู่ จึงต้องคัดกรองความเสี่ยงให้ครบ ประชาชนช่วยกันตรวจสอบหากไม่ทำตามมาตรการสามารถสแกนคิวอาร์โคดที่ร้านพิมพ์ออกมาหลังผ่านการประเมิน เพื่อแจ้งข้อมูลกลับมายังกรมอนามัย เพื่อให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น สาธารณสุขจังหวัดดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่กำกับติดตามอาจเกิดการระบาดขึ้นมาอีก ทั้งนี้ ร้านไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ไม่พอใจ บ่นลอยลม โพสต์ในโซเชียลมีเดียไม่น่ามีประโยชน์ ให้สแกนแจ้งเจ้าหน้าที่ดีกว่า



RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments