Thursday, December 2, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลดเหลือ 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก/ธนาคาร เริ่มวันที่ 11 สิงหาคมนี้

วงเงินคุ้มครองเงินฝากลดเหลือ 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก/ธนาคาร เริ่มวันที่ 11 สิงหาคมนี้


#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด จะมาไขความกระจ่าง
– การคุ้มครองเงินฝากคืออะไร สำคัญยังไงกับผู้มีเงินออม
– ต้องทำยังไงเมื่อวงเงินคุ้มครองเงินฝากลดจาก 5 ล้านต่อผู้ฝาก/ธนาคาร เป็น 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก/ธนาคาร ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

การปรับลดวงเงินครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกระทันหัน แต่เป็นสิ่งที่เราควรรู้มาไม่ต่ำกว่า 5 ปี เพราะตามแผนคุ้มครองเงินฝากที่ออกมา ตั้งแต่มีการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองจะลดลงเรื่อยๆ การตั้งวงเงินคุ้มครองไว้สูงในตอนต้นของการเริ่มมีการคุ้มครองเงินฝาก เป็นการให้สถาบันรับฝากเงินและผู้ฝากเงินมีเวลาปรับตัว แผนการลดวงเงินคุ้มครองมีดังนี้

วงเงินที่ได้รับการคุ้มครองลดจาก 15 ล้าน เหลือ 10 ล้านในวันที่ 11 สิงหาคม 2561
วงเงินที่ได้รับการคุ้มครองลดจาก 10 ล้าน เหลือ 5 ล้านในวันที่ 11 สิงหาคม 2562
วงเงินที่ได้รับการคุ้มครองลดจาก 5 ล้าน เหลือ 1 ล้าน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2563

แต่ช่วงมีนาคม-มิถุนายน 2563 ประเทศไทยเจอการระบาดของโควิดระลอกแรก สถาบันคุ้มครองเงินฝากจึงประกาศเลื่อนการลดวงเงินคุ้มครองออกไป 1 ปี (สิ้นสุดลงวันที่ 10 สิงหาคม 2564)

การคุ้มครองเงินฝากคือการรับประกันว่าผู้ฝากเงินกับสถาบันการเงินที่ทำประกันไว้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะได้เงินคืนเป็นจำนวนไม่เกินวงเงินที่ได้รับการคุ้มครอง หากสถาบันการเงินถูกปิดกิจการ

วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน คือ 5 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร และกำลังจะลดเหลือ 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

ผู้จ่ายเบี้ยประกันเงินฝาก ไม่ใช่เราเจ้าของเงินฝาก แต่เป็นสถาบันการเงิน

ในช่วงก่อนปี 2553 เมื่อเกิดวิกฤตกับสถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ภาครัฐของประเทศนั้นๆ ก็มักต้องช่วยอุ้มสถาบันการเงินที่ประสบภาวะล้มละลาย เพื่อป้องกันผลกระทบส่งต่อไปยังผู้ฝากเงินและการสูญเสียความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน จนเกิดเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นไทยในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 หรืออเมริกาและอังกฤษในช่วงวิกฤตการเงินโลกในปี 2561 รัฐเข้าซื้อธนาคารบางแห่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบ ทำให้ประชาชนลดความตระหนก เพราะคิดว่าเงินที่ฝากไว้ยังไงก็ได้คืน

แต่วิธีแบบนี้ ทำให้คนฝากเงินไม่ระมัดระวังในการเลือกสถาบันรับฝากเงินเพราะเชื่อว่ายังไงก็ได้เงินคืน มุ่งเอาแต่ดอกเบี้ยสูงๆ โดยไม่สนใจความเสี่ยงในการบริหารเงินของสถาบันรับฝากเงิน ทำให้สถาบันที่เติบโตเร็ว กำไรเยอะ ก็คือ สถาบันที่ลงทุนเสี่ยง ปล่อยสินเชื่อง่ายหรือที่มีการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนสูงๆ ซึ่งทำให้สามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงินได้ในอัตราที่สูงกว่าสถาบันที่ลงทุนหรือปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ

เพื่อจัดการกับปัญหานี้

ในหลายประเทศรวมอังกฤษและไทย มีการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เพื่อ
(1) จำกัดวงเงินที่ได้รับความคุ้มครอง
(2) ให้ผู้ฝากมีการกระจายเงินฝากไปหลายๆสถาบันโดยคำนึงถึงความเสี่ยงของสถาบันการเงินที่เอาเงินไปฝาก
(3) ส่งเสริมการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมการเงิน
เพราะแต่เดิมคนจะเลือกฝากสถาบันขนาดใหญ่ ที่อาจเติบโตได้เพราะมีการลงทุนหรือการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง หรือเลือกฝากกับสถาบันขนาดเล็กที่ให้ดอกเบี้ยสูง โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจไม่ได้เงินคืน การลดวงเงินคุ้มครองทำให้ผู้ฝากเงินจำเป็นต้องกระจายเงินฝากไว้กับหลายๆ ธนาคาร ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยง และช่วยลดการผูกขาดในธุรกิจการเงิน
(4) ให้ผู้มีเงินออมกระจายเงินทุนไปยังกิจกรรมอื่น เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นชนิดต่างๆ กองทุน หรือลงทุนรูปแบบอื่น

แล้วเราจะต้องทำอะไร เมื่อวงเงินคุ้มครองลดลง?

สมมติว่ามี 5 ล้านและฝากในธนาคารแห่งเดียวอยู่ หากอยากได้ความคุ้มครองครบ 5 ล้านเหมือนเดิม หลัง 10 สิงหาคม 2564 คุณต้องกระจายฝากเงิน 1 ล้านบาทกับ 5 สถาบันการเงินที่มีการทำสัญญาประกันเงินฝากไว้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

ทั้งนี้ หากผู้ฝากเงินเลือกฝากเงินกับสถาบันรับฝากเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยมีการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการเปิดบัญชีหรือนำเงินไปฝาก โอกาสที่สถาบันที่ฝากเงินไว้จะเกิดวิกฤตก็ต่ำอยู่แล้ว นั่นหมายถึงโอกาสที่จะต้องเคลมเงินฝากคืนจากสถาบันคุ้มครองก็จะน้อยด้วย การลดวงเงินก็จะแทบไม่มีผลกระทบอะไรแม้จะไม่ได้มีการกระจายเงินฝากไปหลายๆ สถาบัน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments