Home ข่าวเด่น วางเป้าถอดแมสก์ ศบค.ชูนําร่องสวนสาธารณะ เข้าสู่ชีวิตปกติ จับแก๊งปลอมผลตรวจโควิด

วางเป้าถอดแมสก์ ศบค.ชูนําร่องสวนสาธารณะ เข้าสู่ชีวิตปกติ จับแก๊งปลอมผลตรวจโควิด

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

กระทรวงสาธารณสุขชง ศบค. ผ่อนมาตรการ Test and go ไม่ต้อง ตรวจ RT-PCR ใน 72 ชั่วโมง ก่อน เข้าไทย ลดเงินประกันสุขภาพ เหลือ 10,000 ดอลลาร์ รองรับโรค เบาลง ปรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็น พ.ร.บ.โรคติดต่อในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงเสนอแผนการปรับโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ตั้งเป้าสวนสาธารณะจะเป็นแห่งแรกที่ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยเวลาไปเที่ยวอาจผ่อนคลาย กีฬา ฟุตบอล คอนเสิร์ต แต่ต้องมีมาตรการเฝ้าระวังคลัสเตอร์ใหญ่ ตำรวจ ปคบ.ร่วมกับตำรวจกองปราบฯ จับเครือข่ายขายผลตรวจเชื้อโควิด-19 ปลอม รวมทั้ง ปลอมวุฒิการศึกษา บัตรประจำตัวต่างๆ ทำมาปีเศษ รวยอู้ฟู่กวาดเงินกว่า 5 ล้านบาท อุบลฯสุดพีกไม่มีแผ่ว ติดโควิดกว่า 2 พันราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังแตะหลัก 2 หมื่น แต่ ยอดตายกลับพุ่งขึ้น กทม.ยังครองแชมป์ไม่เลิกติดเชื้อสูงสุด ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอ ศบค.ผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศแบบเทสต์แอนด์โก

ติดเชื้อ 2.3 หมื่น ตายพุ่ง 70 ศพ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 23,945 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 70 ราย เป็นชาย 34 ราย หญิง 36 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 57 ราย มีโรคเรื้อรัง 12 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 1 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 รวม 3,250,642 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 3,004,752 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 23,918 ราย ยอดฉีดวัคซีนวันที่ 15 มี.ค. 163,264 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 462,012,958 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 6,073,733 ราย 10 จังหวัดติดเชื้อมากที่สุดได้แก่กทม. 3,457 ราย นครศรีธรรมราช 1,440 ราย ชลบุรี1,320 ราย สมุทรปราการ 886 ราย สมุทรสาคร678ราย ฉะเชิงเทรา 617 ราย ราชบุรี 554 ราย พระนครศรีอยุธยา 548 ราย สงขลา 500 ราย ปทุมธานี 473 ราย

เสนอ ศบค.ผ่อนเทสต์แอนด์โก

วันเดียวกัน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 18 มี.ค. กระทรวงเตรียมเสนอผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศระบบไม่กักตัว Test and go เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ จากเดิมกำหนดว่า ผู้เดินทางจะต้องมีผลตรวจ RT-PCR ใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามา เมื่อมาถึงแล้วให้ตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้งทันที จะเสนอการตรวจ RT-PCR ใน 72 ชั่วโมงไม่จำเป็นแล้ว ปรับให้มาทำครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางเข้าถึงไทยให้ตรวจ RT-PCR ก่อน จากนั้นตรวจ ATK ซ้ำอีกครั้งใน วันที่ 5 ของการเดินทางมาถึง ขณะที่เงินประกันสุขภาพผู้เดินทางจะลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 10,000 ดอลลาร์ คำนวณจากค่าเฉลี่ยการรักษาพยาบาล แต่ตอนนี้โรคเบาลงแล้วจากเดิมที่เราเฉลี่ยค่ารักษา 1 ล้านบาทต่อราย ตอนนี้ก็เหลือเพียง 2 หมื่นบาทต่อราย

ตั้งเป้าถอดแมสก์

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะรายงานศบค. เรื่องแผนปรับโควิด-19 เข้าสู่โรคประจำถิ่น ตามที่กระทรวงวางแผนไว้ จะมีผลต่อการควบคุมโรค การรักษา สังคม และกฎหมาย ด้านการแพทย์ได้รับการสนับสนุนให้การแพทย์นำอยู่แล้ว แต่ต้องพิจารณาทางสังคมและการแพทย์ให้สมดุล เนื่องจากเราออกกฎหมายหลายสิบฉบับในช่วงการระบาด ฉะนั้นต้องปรับกฎหมายเข้าสู่ปกติ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลได้เตรียมปรับเป็น พ.ร.บ.โรคติดต่อในภาวะ ฉุกเฉินแล้ว การทำให้เป็นโรคประจำถิ่น อาจต้องดูการประกาศจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ทั้งหมดต้องอยู่ในเงื่อนไขว่า ไวรัสไม่กลายพันธุ์รุนแรงเข้ามา ต้องทำเป็นขั้นตอนไม่ใช่ว่า 4 เดือนแล้วจะเปิดหน้ากาก มีกิจกรรมสังคมเต็มที่ แต่ตั้งเป้าหมายว่า สวนสาธารณะจะเป็นแห่งแรกที่ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อให้ชีวิตเป็นปกติ กิจกรรมรวมกลุ่มอาจผ่อนคลายมากขึ้น เช่น กีฬา ฟุตบอล คอนเสิร์ต แต่ต้องมีมาตรการป้องกันคลัสเตอร์ใหญ่

เชื่อไทยยังสถานการณ์ค่อนข้างดี

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวด้วยว่าสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ เป็นไปตามที่เราจำลองสถานการณ์ไว้ ว่าช่วงกลางเดือน มี.ค. การติดเชื้อจะเริ่มชะลอตัว เนื่องจากเราใช้มาตรการคล้ายการกั้นน้ำ ที่น้ำค่อยๆ เอ่อล้นและเริ่มลดลง สายพันธุ์โอมิครอนข้อมูลจากนักวิชาการ รพ.ศิริราชและต่างประเทศระบุว่าอยู่ในช่วงกลางๆ กำลังจะเข้าขาลงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ไทยถือว่าอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างดี ตอนนี้ดูเหมือนว่าโรคจะแรง เพราะตัวเลขจำนวนติดเชื้อ แต่ดูเฉพาะตรงนี้ไม่ได้ ต้องมองมากกว่ามิติการระบาด ไม่ใช่เพียงตัวเลขติดเชื้อรายวัน แต่ต้องมองการครอบคลุมวัคซีน ระบบบริการ มองตัวเชื้อและลดความรุนแรงลง

แนะอย่าถอดหน้ากากอนามัย

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เดิมเรามีการกักตัวผู้ติดเชื้อ หรือสัมผัสโรคนานถึง 14 วัน เมื่อเข้าสู่ยุคโอมิครอน และส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้วมีภูมิต้านทาน ทำให้ระยะเวลาในการแพร่กระจายโรคหรือติดเชื้อสั้นลง การศึกษาในญี่ปุ่น การติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนตรวจพบเชื้อได้สูงสุดในน้ำลาย ลำคอ หรือโพรงจมูกช่วง 2-5 วัน หลังตรวจพบหรือมีอาการเชื้อจะลดลงอย่างรวดเร็ว ระยะแพร่กระจายโรคจะอยู่นาน 6-9 วัน การติดต่อของโรคจะเกิดได้สูงในช่วง 7 วันแรก โดยเฉพาะ 2 ถึง 5 วัน หลังตรวจพบหรือมีอาการของโรคการกักตัวในระยะหลังมีแนวโน้มสั้นลง มาอยู่ที่ 7 วันก็ออกจากการกักตัวและให้ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการป้องกันการแพร่กระจายโรค เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน อยู่ให้ห่างจากบุคคลอื่น ล้างมือลดการจับต้องเป็นเวลาอย่างน้อยอีก 3 วัน เราจะต้องอยู่กับโควิด-19 ตลอดไป แนวทางการปฏิบัติตนจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา องค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผล เพื่อให้การกระทบต่อชีวิตประจำวันให้น้อยที่สุด

ปคบ.จับแก๊งปลอมผลตรวจโควิด

ขณะเดียวกันตำรวจ ปคบ.ร่วมกับกองปราบฯ ได้จับกุมเครือข่ายขายเอกสารผลตรวจเชื้อโควิด-19 ปลอมและยังพบมีการปลอมทั้งวุฒิการศึกษา บัตรประจำตัวต่างๆ ตั้งแต่ปลายปี 64 ถึงต้นปี 65 สร้างรายได้ให้แก๊งนี้เป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. มอบหมาย พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันขายเอกสารใบรับรองผลตรวจโควิดปลอม 3 ราย คือ น.ส.พลอย เตชะปัน อายุ 24 ปี นายวีรพล หรือมะตูม พรหมแทนสุด อายุ 26 ปี นายมูนีร หรือนิด บือราเฮง อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 3 มี.ค.65

ใบละ 890 บาทได้ใน 15 นาที

พ.ต.อ.ธนากรกล่าวว่า ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กก.4 บก.ปคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ว่ามีผู้ปลอมแปลงเอกสารผลตรวจโควิด แล้วนำมาจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป เพื่อใช้สมัครงานต่างๆ หรือไปต่างประเทศ โดยผู้ที่ได้รับรองผลไม่ต้องไปตรวจหาเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนพบเบาะแสว่ามีเว็บไซต์ https://covid-lab.airsite.co โฆษณาขายใบรับรองผลการตรวจโควิดในราคาฉบับละ 890 บาท รับผลใน 15 นาที โดยไม่ต้องไปตรวจ เจ้าหน้าที่ติดต่อล่อซื้อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “PCR TEST 890-” เพียงแค่แจ้งชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด วันที่ต้องการให้ระบุในผลตรวจ จากนั้นผู้ต้องหาจะส่งใบรับรองผลการตรวจโควิดให้ผ่านบัญชีผู้ใช้ไลน์ดังกล่าว พบว่า ใบรับรองผลการตรวจโควิดดังกล่าว เป็นของบริษัท พีซีที ลาบอราตอรี่ เซอร์วิส จำกัด ตรวจสอบกับบริษัทพบว่าเป็นใบรับรองผลการตรวจโควิดปลอม บริษัทมิได้เป็นผู้ออกให้ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.เพิ่มเติม

ฝน ธนสุนทร ไม่รอดติดเชื้อ

คนบันเทิงติดเชื้อโควิด-19 รายวัน ล่าสุด นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฝน ธนสุนทร แจ้งข่าวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่าหลังจากตรวจ ATK ผลตรวจออกมาว่าพบเชื้อ Covid-19 และได้แจ้งผู้เกี่ยวข้องทุกท่านเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบมา ณ ที่นี้ด้วย

พบคลัสเตอร์ในภาคอีสานเพียบ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากรายงานการสอบสวนโรครายวันตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.64-15 มี.ค.65 ยังพบการระบาดเป็นคลัสเตอร์จากกิจกรรมกลุ่มคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานศพ งานแต่งงาน งานบุญ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึง จ.กาญจนบุรี กิจกรรมที่มีรายงานการระบาดเป็นกลุ่มก้อนสูงสุดคือ งานศพร้อยละ 56 รองลงมางานแต่งงานร้อยละ 23 งานบุญร้อยละ 14 งานบวชร้อยละ 5 และยังมีการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่แออัด ไม่เว้นระยะห่าง ไม่สวมหน้ากากหรือสวมไม่ถูกต้อง ตั้งวงดื่มเหล้าหรือเล่นการพนัน แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมในชุมชนยังละเลยมาตรการความปลอดภัย จึงขอเน้นย้ำให้ทุกคนที่จะจัดงานและร่วมงานให้มีวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัย

จับตา ศบค.ถกคลายล็อก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเป็นประธาน มีการหารือเพื่อเตรียมผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติม กรณีมาตรการการเดินทางเข้าประเทศในเรื่องการตรวจหาเชื้อ ส่วนจะยังคงเดินหน้าเพื่อประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.หรือไม่ต้องรอที่ประชุม ศปก. ศบค.ที่จะหารือในวันที่ 17 มี.ค.เพื่อสรุปเบื้องต้นก่อนที่จะเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันศุกร์ที่ 18 มี.ค. สำหรับกรณีที่มีการเรียกร้องให้คลายล็อกเพื่อผ่อนมาตรการ โดยการเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ มีข้อเสนอที่จะให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาผ่อนคลาย ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่จะมีการหารือในประเด็นดังกล่าวในที่ประชุม ศปก. ศบค. ก่อนเพื่อกลั่นกรองเรื่อง ก่อนที่จะพิจารณาว่าจะเสนอมาตรการดังกล่าวเข้าที่ประชุมชุด ศบค.ใหญ่หรือไม่ด้วยเช่นกัน

จ่อชงผ่อนสถานบันเทิง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่นานมานี้ ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (อีโอซี) ได้พิจารณาร่างมาตรการเข้มงวดด้านสาธารณสุข ในการป้องกันโควิดสำหรับสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยจะมีข้อเสนอให้กลับมาเปิดให้บริการ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ สำหรับสถานประกอบการจะต้องประเมินตนผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid 2Plus ของกรมอนามัย จากนั้นให้ขออนุญาตเปิดดำเนินการต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต่อไป และยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมในการควบคุมโรค ให้นักร้อง นักดนตรี พนักงาน ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม หรือได้รับวัคซีน 2 เข็มภายใน 3 เดือน ตรวจ ATK ทุก 3 วัน ปฏิบัติการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขณะที่ผู้ใช้บริการจะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม หรือได้รับวัคซีน 2 เข็มภายใน 3 เดือนเช่นกัน ให้แสดงผล ATK ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง ข้อเสนอดังกล่าวยังกำหนดให้งดจัดพื้นที่เต้นรำส่วนกลาง งดบริการเครื่องดื่มที่มีการใช้แก้วเดียวกัน งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การให้บริการสัมผัสใกล้ชิด เช่น พนักงานบริการนั่งดริงก์หรือเอนเตอร์เทนลูกค้า พนักงานเชียร์เบียร์ รวมถึงการให้บริการนวดสัมผัสในห้องน้ำ เป็นต้น

คปภ.หารือ 3 สมาคมจ่ายชดเชย

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือเลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคปภ.ได้หารือกับสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพิจารณาเกี่ยวกับการอนุโลมให้มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายวันให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่รักษาตัวแบบ HI หรือ CI หรือ Hotel Isolation จากผลการประชุม ได้ข้อยุติร่วมกันใน 2 ประเด็น ดังนี้ 1.การจ่ายค่ารักษาพยาบาล กรณีรักษาตัวแบบ HI แบบ CI หรือแบบ Hotel Isolation กรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยมีความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก ให้อนุโลมจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก หรือกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยมีความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน ให้อนุโลมจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองแบบผู้ป่วยในและไม่เกิน 12,000 บาท ส่วนกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอกและแบบผู้ป่วยใน ให้อนุโลมจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก หากมีค่าใช้จ่ายที่เกินกว่าวงเงินความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก ให้อนุโลมจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน และไม่เกิน 12,000 บาท

นำหลักเกณฑ์ออกเป็นคำสั่ง

นายสุทธิพลกล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 การจ่ายค่าชดเชยรายวันหรือค่าชดเชยรายได้ กรณีรักษาตัวแบบ HI แบบ CI หรือแบบ Hotel Isolation จะอนุโลมการจ่ายค่าชดเชยรายวันหรือค่าชดเชยรายได้ เฉพาะกรณีผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีผลตรวจโดยวิธี RT-PCR มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล แต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ ดังต่อไปนี้ อายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 90 กก. หรือ BMI ตั้งแต่ 30 กก./ตร.ม.ขึ้นไป) ตับแข็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำและ lymphocyte น้อยกว่า 1,000 เซลล์/ลบ.มม. สำนักงาน คปภ.จะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปออกเป็นคำสั่งนายทะเบียนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไปโดยจะให้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 2 เดือน และจะติดตามพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะต่อไป

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign