Tuesday, October 19, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดศาล สั่งพิจารณาคดีพืช “กระท่อม'ใหม่ หลังปลดล็อกออกจากยาเสพติด ระงับจำหน่ายคดี-ยกฟ้อง-ปล่อยตัวผู้ต้องหา

ศาล สั่งพิจารณาคดีพืช “กระท่อม'ใหม่ หลังปลดล็อกออกจากยาเสพติด ระงับจำหน่ายคดี-ยกฟ้อง-ปล่อยตัวผู้ต้องหา


(24 ส.ค. 2564)  นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้เปิดเผยว่า ผลบังคับใช้ พ.ร บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังใช้เป็นวันแรก เกี่ยวกับพืช”กระท่อม” โดยให้ถือว่าประชาชนสามารถบริโภค ปลูกและซื้อ-ขายพืชกระท่อมได้อย่างเสรี  ว่า เรื่องนี้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ศย016/ว903 เรื่องข้อพิจารณาเกี่ยวกับพรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ลงวันที่ 18 ส.ค.ที่จัดทำโดย สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรมสำนักงานศาลยุติธรรม

ความว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ในสาระสำคัญคือยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และยกเลิกความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564  ซึ่งมาตรา 2ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 ส.ค.2564 การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวมีข้อพิจารณาดังนี้
(1) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษโดยไม่กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และการยกเลิกบทบัญญัติความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมทำให้การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอีกต่อไปถือว่าบทบัญญัติแห่ง พรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ที่บัญญัติในภายหลังการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไปซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสอง ให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง
(2) ผลของกฎหมายดังกล่าวทำให้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในความผิดฐานดังกล่าวพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(5) ศาลจึงไม่อาจขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาลได้ดังนั้น
หากผู้ต้องหาในความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมอยู่ระหว่างฝากขังไม่มีเหตุที่จะขังผู้ต้องหาอีกต่อไปได้ต้องยกเลิกการฝากขังปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือตรวจคืนหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว (ถ้ามี) หรือหากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง
(3) สำหรับคดีความผิดฐานดังกล่าวที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วโดยผลของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสองจำเลยที่ได้รับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ดังนั้นหากเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษและคุมประพฤติหากจำเลยชำระค่าปรับแล้วถือว่าการบังคับโทษปรับเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่อาจขอคืนค่าปรับได้ แต่หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกกักขังแทนค่าปรับ ศาลก็ต้องปล่อยจำเลยเนื่องจากไม่มีโทษปรับอันจะกักขังแทนค่าปรับต่อไปได้ หรือหากจำเลยอยู่ระหว่างการคุมประพฤติเมื่อถือว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นจึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลจะรอการลงโทษและคุมประพฤติได้จำเลยจึงพ้นจากการคุมประพฤติ ต้องยกเลิกการคุมประพฤติทั้งนี้หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกจำคุกในการกระทำความผิดฐานอื่นด้วยก็จะต้องมีการแก้ไขหมายจำคุกหรือหมายจำคุกคดีถึงที่สุดเพื่อยกเลิกการบังคับโทษสำหรับความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมที่ได้แก้ไขตามกฎหมายนี้
(4) คดีความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีเหตุที่จะขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ในความผิดฐานดังกล่าว ทั้งนี้หากมีกรณีที่ศาลอุทธรณ์ต้องอ่านคำพิพากษาในคดีความผิดฐานดังกล่าวที่จำเลยถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ อาจนำระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลสูงในคดีอาญาและคดีแพ่งที่ศาลสูงโดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 มาใช้ในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับเพื่อลดขั้นตอนการส่งคำพิพากษาไปอ่านที่ศาลชั้นต้น

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการตามเเนวปฏิบัตินั้นหากมีคดีอยู่ที่ศาลยุติธรรม ศาลก็จะมีอำนาจพิจารณามีคำสั่งจำหน่ายคดีได้ตามกฎหมายที่เเก้ไขใหม่ ส่วนคดีที่ยังไม่ได้มีการยื่นฟ้อง หรือคดีที่ตัดสินเเล้ว ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการประสานงานกัน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments