Home ข่าวเด่น สทน.ปลื้มเตรียมเดินสายบริการ ตปท.หลัง 64 กวาดรายได้ 105 ล้าน

สทน.ปลื้มเตรียมเดินสายบริการ ตปท.หลัง 64 กวาดรายได้ 105 ล้าน

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

สทน. สยายปีกเตรียมเดินสายให้บริการต่างประเทศ ปี 64 กวาดรายได้ 105 ล้านบาท สร้างมูลค่าได้ 16,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 65 รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า เนื่องจาก สทน. เป็นองค์กรหลักของประเทศการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ นอกเหนือจากการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวแล้ว สทน. มีภารกิจสำคัญในการให้บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มีหน่วยงานที่ให้บริการ 5 ศูนย์ คือ ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ศูนย์ไอโซโทปรังสี ศูนย์ฉายรังสี ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี ศูนย์วิศวกรรมนิวเคลียร์ ในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ สทน. ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 105 ล้านบาท แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการให้บริการของ สทน. กลับได้มากถึง 16,000 ล้านบาท นอกเหนือจากการให้บริการในประเทศแล้ว สทน. มีแนวคิดที่จะขยายขอบเขตการให้บริการประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกด้วย

ดร.ธนรรจน์ แสงจันทร์ ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน. เปิดเผยว่า ในแต่ละปีศูนย์ทำรายได้จากการให้บริการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ประมาณปีละ 40-50 ล้านบาท ซึ่งมาจากการให้บริการใน 3 ด้าน คือ 1. การตรวจวิเคราะห์โดยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ เช่น การตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ตรวจวัดรังสีที่ปนเปื้อนในอาหารนำเข้า-ส่งออก การวิเคราะห์ธาตุจากวัตถุตัวอย่าง
2. การตรวจวัดและประเมินรังสี ในบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับรังสี หรือใช้เครื่องมือที่มีรังสี การสอบเทียบเครื่องวัดรังสี ตรวจสอบความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสี
3. บริการเทคนิคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการนำเครื่องมือที่ใช้เทคนิคทางด้านรังสีหรือนิวเคลียร์ไปให้บริการตรวจวิเคราะห์ภายในโครงสร้างทางอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การตรวจสอบความผิดปกติของท่อส่งแก๊ส การตรวจสอบความผิดปกติของโครงสร้างภายในหอกลั่นปิโตรเลียมในระหว่างการผลิต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการสำหรับการเตรียมตัวซ่อมบำรุงตามวงรอบเวลาที่กำหนดไว้

ในอดีตการตรวจสอบด้านนี้ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ปัจจุบัน สทน. เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียว จึงช่วยลดการพึ่งพาจากต่างประเทศได้ ในภาวะปกติ ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะมีรายได้จากการบริการในส่วนนี้ประมาณปีละ 10 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดปัญหาโควิด-19 โรงกลั่นปิโตรเลียมลดการตรวจสอบลง อีกทั้งไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าในโรงกลั่น รายได้จากการบริการตรวจสอบจึงลดลงเหลือประมาณ 5-6 ล้านบาท สทน. จึงพยายามขยายการให้บริการไปตรวจสอบโรงกลั่นประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เพราะมีแท่นขุดเจาะน้ำมันและโรงกลั่นอยู่หลายแห่ง จากการที่ได้พูดคุยในเบื้องต้น อินโดนีเซียให้ความสนใจค่อนข้างมากเพราะต้องใช้บริการจากต่างประเทศอยู่แล้ว อีกทั้งผู้ให้บริการด้านนี้มีน้อย อินโดนีเซียจึงให้ความสนใจ สทน. ค่อนข้างมาก ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา สำหรับประเทศที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ ฟิลิปปินส์.

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign