Home ข่าวเด่น สภาโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง “บิ๊กป้อม” ไม่คิดนั่งนายกฯ ศาลปล่อย "เพนกวิน"

สภาโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง “บิ๊กป้อม” ไม่คิดนั่งนายกฯ ศาลปล่อย "เพนกวิน"

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

รัฐสภาผ่านฉลุยรับหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. 4 ฉบับ ไฟเขียวตั้ง กมธ. 49 คน แปรญัตติ 15 วัน ยึดร่างของ ครม.เป็นหลัก “ระวี” ดิ้นหนีตายร้องศาล รธน.กลับไปใช้บัตรใบเดียว ซื้อเสียง 3 เขตขึ้นไปชงยุบพรรคทิ้ง “ชินวรณ์” ยก รธน.กำหนดชัดกติกาบัตร 2 ใบเบี้ยวไม่ได้ “สุรทิน” ซัดคิดจะคว่ำ ก.ม.ลูก ยุบสภาไปเลย “บิ๊กป้อม” ลั่นไม่คิดอยากเป็นนายกฯ ย้ำไม่แยกทาง “ประยุทธ์” ท้าส่งหลักฐานคนใกล้ตัวพันค้ามนุษย์ ครป. ยื่น “เสรีพิศุทธ์” สอบ 3 ป.พร้อมเครือข่าย ศาลอาญากรุงเทพใต้ปล่อย “เพนกวิน” ไปเรียน 3 เดือน คุมเข้มห้ามปลุกปั่น-ทำกิจกรรม-ใส่กำไลอีเอ็ม

ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 4 ฉบับในวาระแรกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยให้มี ส.ส.เขต 400 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อมให้ใช้บัตร เลือกตั้งสองใบ

“บิ๊กป้อม” โยนสภา “โอ๋” ปัดกลับลำ

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 24 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า เดี๋ยวรอสภาตนคนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก เป็นเรื่องของวิปรัฐบาลต้องไปรวบรวมความเห็น เอาให้เหมือนกัน เมื่อยืนยันว่าไม่มีสภาฯล่มแล้ว เรียบร้อยไม่ต้องห่วง จบแล้วเรื่องสภาฯล่ม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า กระแสข่าวเสนอกลับมาใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่าในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่มีใครยื่นให้แก้กลับเป็นบัตรใบเดียว ต้องรอดูว่าจะมีใครยื่นหรือไม่ คงไม่เกี่ยวกับการกลับไปกลับมา บริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ รัฐสภาต้องคุยกันว่าแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติจะเป็นอย่างไร

พรรคเล็กคว่ำ 10 ก.ม. ลูกยื่นศาล รธน.

ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคเล็กคาดว่าจะลงมติไม่รับร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ไม่เห็นด้วยกับบัตร 2 ใบมาตั้งแต่แรก ได้ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว ถ้าผู้ตรวจการมีมติไม่ยื่นคำร้องของตนให้ศาลรัฐธรรมนูญจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ต้องถึงศาลแน่นอน พปชร.เริ่มฟังเสียงพรรคเล็กมากขึ้น เคยพูดแล้วว่าบัตรสองใบอาจทำให้พปชร.สูญพันธุ์ ช่องทางที่จะกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบได้คือการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกิน 1 เดือนครึ่งได้รู้กัน ส่วนร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้คนต่างแดนชี้นำพรรคได้ ยิ่งร่างของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.พรรคประชาชาติ ยิ่งหนักไปใหญ่ ถึงขั้นเสนอให้ตัดมาตรา 28-29 ทิ้ง มั่นใจว่าพรรคเล็กและพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครเอาด้วย

สภาถก 4 ร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภามีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับคือ 1.ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มี 4 ร่าง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 6 ร่าง เริ่มต้นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้เจ้าของร่างชี้แจงหลักการและเหตุผล โดยนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นตัวแทน ครม.ชี้แจงว่า ร่างฉบับ ครม.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 86 และ 91 เฉพาะการกำหนด ส.ส. 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงร่างพรรคเพื่อไทยมี 31 ประเด็น เนื้อหาสำคัญ อาทิ การใช้บัตรสองใบและใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อเป็นเบอร์เดียวกัน การคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวม ขอความกรุณาสมาชิกรัฐสภารับร่างพรรคเพื่อไทยนำไปพิจารณาร่วมกับร่างรัฐบาล

พปชร.–กก.เห็นต่างบัตรคนละเบอร์

ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.ชี้แจงหลักการร่างพรรค พปชร.ว่าเสนอแก้ไขให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวม ขณะที่บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อเป็นคนละเบอร์ได้ ประชาชนมีความสามารถเข้าใจว่าใครเป็นคนดี เชื่อในวิจารณ ญาณประชาชนจะตัดสินใจเลือกได้ ส่วนนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ชี้แจงร่างพรรคก้าวไกลว่า ร่างของพรรคมี 4ข้อคือ 1.บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเบอร์เดียวกันไม่ให้ประชาชนสับสน 2.กกต.ต้องโปร่งใส เปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยสู่สาธารณะ โดยไม่ต้องร้องขอ 3.แก้ปัญหาบัตรเขย่ง เรื่องคะแนนนอกราชอาณาจักร 4.แก้ปัญหา ส.ส.ปัดเศษ ทำให้เกิดปัญหา ส.ส.รวมกลุ่มต่อรองทางการเมืองสภาฯล่มและอ่อนแอ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดอาชีพรับจ้างทำพรรคการเมือง ทำลายระบบพรรคการเมือง

“ชินวรณ์” ชี้ รธน.มัดใช้บัตร 1 ใบไม่ได้

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า หลายคนซักถามว่าหากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น ได้ย้ำว่าผ่านแน่นอนถ้าไม่ผ่านมีปัญหาแน่นอน แม้ กกต.จะเสนอให้ ครม.ออก พ.ร.ก.ได้ แต่กฎหมายที่ออกเป็น พ.ร.ก.ออกโดยฝ่ายบริหารฝ่ายเดียวจะชอบธรรมและสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ จึงควรรับหลักการทุกฉบับ เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ชั้น กมธ.ต่อไป ความพยายามจะกลับไปสู่บัตรใบเดียวเป็นไปไม่ได้รัฐธรรมนูญระบุชัดให้ใช้กติกาบัตรสองใบจึงต้องทำให้การเลือกตั้งบัตรสองใบสุจริตเที่ยงธรรม โดยเฉพาะแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นธรรม การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้รวมผลคะแนนบัญชีรายชื่อทั่วประเทศแล้วหาร 100 เป็นคะแนนเฉลี่ยต่อคะแนน ส.ส.บัญชีราชื่อ 1 คนของแต่ละพรรค

ไล่ยุบสภาฯ ถ้าคิดจะคว่ำ ก.ม.ลูก

ต่อมาเวลา 12.46 น. นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปไตยใหม่ อภิปรายว่าสนับสนุนทุกร่างในวาระ 1 แก้กติกาเป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ แต่ขอแก้การทำไพรมารีโหวตให้มีไพรมารีโหวตที่ทำได้ทั้งจังหวัด และสนับสนุนบัตรเลือกตั้งแบบเบอร์เดียวทั้งประเทศ สะดวกกับประชาชนลงคะแนน อีกประเด็นคือค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งแต่ละเขต ควรเพิ่มจาก 1.5 ล้านบาท ให้เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาก ส่วนกระแสข่าวคว่ำร่างให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว อยากให้ผ่านร่างนี้อย่ากลับไปใช้บัตรใบเดียว ทำให้มีปัญหามาก ถ้าจะโค่นหรือล้มไม่ให้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองผ่านสภาฯ ขอให้นายกฯยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนไปเลย การยุบสภาก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย

ซื้อเสียงเกิน 3 เขตชงยุบพรรค

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ อภิปรายว่า การคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เอาคะแนนทั่วประเทศมารวมแล้วหาร 100 เป็นคะแนนเฉลี่ยคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่งผลให้เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหายไป 3 ข้อคือ 1.ส.ส.พึงมี 2.คะแนนเสียงไม่ตกน้ำ คิดเฉพาะคนที่ได้คะแนนชนะเลือกตั้งเท่านั้น 3.ระบบจัดสรรปันส่วนผสมหายไป ส่วน ส.ส.ที่ได้มาเป็นเพียง ส.ส.ที่ยกมือตามนายทุนพรรค เอกสิทธิ ส.ส.ในการโหวตเป็นแค่ความฝัน จึงขอเสนอแก้ไขมาตรา 43 ใครซื้อเสียงแล้วถูกจับได้จาก กกต. ถ้าพรรคใดซื้อเสียงตั้งแต่ 3 เขตขึ้นไป ต้องลงโทษผู้สมัครและยุบพรรคการเมืองนั้น

“ยุทธพงศ์” บี้แบ่งเขตให้ชัดเจน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า อยากให้เขียนกติกาการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ชัดเจน เพราะจะได้เปรียบเสียเปรียบ ครั้งที่ผ่านมาสร้างความสับสนทำให้มีบัตรเสียมากขึ้น ขณะที่เบอร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต กับบัญชีรายชื่อ ถ้าเป็นคนละเบอร์ประชาชนจะสับสนมาก การเลือกตั้งปี 62 โดยใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่เป็นผลดีต่อระบบการเมือง และสภาฯ ขณะที่การทำงานของ กกต.ในการดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นทราบว่า มีการซื้อเสียงหัวละ 2,000-4,000 บาท แต่ไม่มีข่าว กกต.ให้ใบเหลือง ใบแดง ดังนั้น การเขียนกฎหมายเลือกตั้งต้องให้ กกต.เข้มข้น การกำราบซื้อเสียงขายเสียงถ้า กกต.หย่อนยานต้องถูกฟ้องร้องได้

รับหลักการ 4 ร่างผ่านฉลุย

กระทั่งเวลา 17.34 น. หลังจากสมาชิกรัฐสภาอภิปรายเสร็จสิ้นใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เปิดให้มีการลงมติว่าจะรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน 4 ร่างหรือไม่ ใช้วิธีการลงมติแยกทีละร่าง ผลปรากฏว่าที่ประชุมลงมติรับหลักการทั้ง 4 ร่าง ผลคะแนนแต่ละฉบับมีดังนี้ 1.ร่างที่ ครม.เป็นผู้เสนอ เห็นด้วย 609 ไม่เห็นด้วย 16 งดออกเสียง 10 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง 2.ร่างที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะเสนอ เห็นด้วย 420 ไม่เห็นด้วย 205 งดออกเสียง 14 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง 3.ร่างที่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.กับคณะเสนอ เห็นด้วย 598 ไม่เห็นด้วย 26 งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 0 เสียง และ 4.ร่างที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับคณะเสนอ เห็นด้วย 418 ไม่เห็นด้วย 202 งดออกเสียง 15 ไม่ลงคะแนน 0 เสียง ที่ประชุมให้ตั้ง กมธ.49 คนสัดส่วนตามจำนวนแต่ละพรรค โดยให้ใช้ร่างของ ครม.เป็นหลักในการพิจารณาวาระ 2 แปรญัตติ 15 วัน และมีหนังสือนัดประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นัดเเรกเวลา 10.00 น.วันที่ 1 มี.ค.65

ปช.เลิก ม.28-29 สกัดยุบพรรค

จากนั้นเวลา 18.05 น. ที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 6 ร่าง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) เป็นตัวแทนชี้แจงร่างพรรคประชาชาติเป็นคนแรกท้วงติงขั้นตอนยุ่งยากการเป็นสมาชิกแต่ละจังหวัด เหมือนแสดงละครให้ กกต.ดู แต่ทางปฏิบัติล็อกโหวต ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ไพรมารีโหวต เป็นระบบขยะของการเลือกตั้ง ส.ส. น่าจะยกเลิกระบบตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และให้ยกเลิกมาตรา 28-29 เรื่องครอบงำชี้นำพรรคการเมืองให้ขาดความอิสระ เพราะคนตัดสินความเติบโตพรรคการเมืองได้คือประชาชน ไม่ใช่กฎระเบียบที่บีบรัดไม่ให้พรรคการเมืองเจริญเติบโต ยังมีมาตรา 45 วรรคสองของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ออกกฎหมายลูกให้กำหนดมาตรการป้องกัน ไม่ให้มีการครอบงำชี้นำเอาไว้อยู่แล้ว มาตรา 28-29 กลายเป็นเครื่องมือเปิดช่องให้ยุบพรรคง่ายเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย

“ชลน่าน” โต้ยัดไส้คนนอกชี้นำ พท.

จากนั้นเวลา 18.40 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงร่างของพรรคเพื่อไทยว่า พท.เสนอสาระสำคัญที่ควรแก้ไข 29 มาตรา อาทิ ขอให้ยกเลิกการเก็บค่าบำรุงพรรคการเมือง การแก้ไขมาตรา 28-29 ถูกกล่าวหาว่ายัดไส้เปิดโอกาสให้คนภายนอกมาครอบงำชี้นำพรรค แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมีการใช้มาตรานี้กลั่นแกล้งทางการเมือง จึงขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม ใช้คำว่า “การกระทำในวรรคหนึ่ง มิให้รวมถึงการชี้แนะ การให้คำปรึกษา การให้ข้อมูล เพื่อประกอบการทำกิจกรรมพรรคการเมือง” เราได้ขยายความให้ชัดเจนมากขึ้นว่าบรรดาการให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แนะ ให้ข้อมูลเสนอแนะ แล้วพรรคนำไปประกอบการทำกิจกรรมในพรรค การเมือง ไม่ถือเป็นการชี้นำ ไม่ได้สอดไส้แต่ป้องกันการตีความเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง มาหาเหตุให้ยุบพรรคได้ จึงต้องเขียนป้องกันเอาไว้

ยุบพรรคได้กรณีเดียวคือล้มล้าง

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การยุบพรรคการเมืองหลายพรรคหวั่นไหวมาก เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เราจึงเขียนให้ชัด เหตุการณ์ยุบพรรคได้จะมีเพียงกรณีเดียวคือการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และคำวินิจฉัยศาลต้องมีหลักฐานโดยปราศจากข้อสงสัย ไม่ใช่เพียงมีเหตุอันเชื่อได้ว่าแล้วยุบพรรค ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนและพรรคการเมืองหายไป ที่ผ่านมาพรรคไทยรักไทยมีสมาชิกพรรค 19 ล้านเสียงต้องหายไป ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น นอกจากนี้ พรรคได้เขียนบทเฉพาะกาลให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

กก.เสนอริบดาบศาล รธน.

ต่อมานายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ภาพรวมแก้ไข 13 มาตรา อาทิ ตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้ง การทำไพรมารีโหวตที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ขณะที่นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงร่างพรรคก้าวไกลว่า เป็นโอกาสดีจะได้แก้ไขผลพวงรัฐบาลสมัย คสช.ที่ออก พ.ร.บ.พรรคการเมืองจนทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ พรรคต้องตั้งง่ายแต่ยุบยาก ไม่บังคับการเก็บค่าสมาชิก ยกเลิกการกำหนดให้พรรคต้องมีเงินทุนประเดิม 1 ล้านบาท ไม่ควรมีอำนาจใดจะมีสิทธิตัดสินยุบพรรคได้ การยุติและยกเลิกการใช้อำนาจที่นอกเหนือจากประชาชนอย่างศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อเสนอสำคัญที่สุดของการพัฒนาประชาธิปไตยไทย จึงเสนอยกเลิกโทษยุบพรรคการเมือง

“บิ๊กป้อม” ลั่นไม่คิดอยากเป็นนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ อภิปรายไว้ระบุว่า พล.อ.ประวิตรมีแผนจะเป็นนายกฯแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า “ถ้าอยากเป็นก็มีชื่อใส่ไปแล้ว นี่ไม่อยากเป็น ปัดโธ่…ถ้าอยากเป็นก็เอาชื่อใส่ไปแล้ว” ส่วน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร.ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย เขาลาออกไปแล้ว ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราตั้งใหม่ เบื้องต้นจะประชุมใหญ่พรรค พปชร.ปลายเดือน มี.ค.โครงสร้างพรรคไม่มีอะไรมาก แค่เอาคนใส่ไป กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย สนับสนุนรัฐบาลแน่นอน ในพรรค พปชร.ไม่หนักใจอะไรเลย ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อก่อนก็ไม่มี พวกสื่อไปว่ากันเอง

การันตีไม่แยกทาง “ประยุทธ์”

เมื่อถามว่า ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่หลังกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสแยกตัวไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ปรับ ครม.ไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของนายกฯไปถามนายกฯโน่น เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวการดูด ส.ส. เช็กในพรรค พปชร.หรือไม่ มีใครถูกดูดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ดูดได้อย่างไร จะย้ายอย่างไรมันย้ายไม่ได้ นอกจากถูกขับออก ตนไม่ได้ขับใครแล้วจะมาดูดได้อย่างไร ไม่มีอะไรหรอกไปพูดกันเอง เมื่อถามว่า ยังไม่ถอดใจใช่หรือไม่กับการคุมพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรย้อนว่า “ถอดใจเรื่องอะไรล่ะ ผมน่ะถอดใจหรือ ถอดกายมากกว่า ถ้ากายผมไม่ไหวผมก็ไม่สู้ ถ้าใจยังไหวอยู่ก็สู้ไป แต่ถ้ากายหมดก็หมด ก็จบไป” เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้ทั้งกายทั้งใจพร้อมแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “กายน่ะไม่พร้อม” เมื่อถามว่า แต่เห็นลงพื้นที่ 4 จังหวัดรวด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “แข็งแรงบ้าอะไร ป่วยอยู่ 2 วันเนี่ย” เมื่อถามว่า ยังยืนยันยืนข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่านายกฯกับผมไม่แยกจากกัน”

มีหลักฐานคนใกล้ตัวค้ามนุษย์ส่งมา

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลนำปัญหาการค้ามนุษย์มาโจมตีว่า เรื่องค้ามนุษย์ทำมาตั้งแต่เทียร์ 3 จนขยับขึ้นมาเทียร์ 2 ปราบปรามมาตลอด หากมีหลักฐานหรือมีเรื่องอะไรให้บอกมาจะไปติดตามสอบถามให้ กระแสวิจารณ์ว่ามีผู้ใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ บอกแล้วไงว่า ถ้าพบว่ามีทีมหรือมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องขอให้บอกมา จะตามให้ถึงที่สุด เมื่อถามว่า การโจมตีแบบไม่มีใบเสร็จจะฟ้องร้องกลับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ดูเอา” เมื่อถามย้ำว่า มีแนวคิดอยู่เหมือนกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เดี๋ยวดูก่อน เมื่อถามว่า อาจนำมาดิสเครดิตปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็โจมตีไปอย่างนั้นว่าไป ไม่เป็นอะไร”

ครป.ยื่น “เสรีพิศุทธ์” สอบ 3 ป.

เมื่อเวลา 08.40 น. ที่รัฐสภา นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตและหามาตรการปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์ โดยนายเมธากล่าวว่า ปัญหากระบวนการค้ามนุษย์ทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรอง ผบช.ภ.8 หัวหน้าชุดทำคดีต้องลี้ภัยไปออสเตรเลีย พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. เสียชีวิตในเรือนจำ ขอให้ กมธ.ป.ป.ช.สอบสวน และเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ 1.นายกฯ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่สั่งย้าย พล.ต.ต.ปวีณไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธาน ก.ตร.ขณะนั้น 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 4.พล.ต.อ.จักรทิพย์

ชัยจินดา 5.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.

ขณะนั้น 6.พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย 7.สอบข้อเท็จจริงจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์และขอผลชันสูตรเป็นทางการ กรณี พล.ท.มนัสเสียชีวิตในเรือนจำจากเหตุหัวใจวาย ตัดตอนคดีหรือไม่ รวมถึงพยานบุคคลโดยเฉพาะนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักโทษการเมืองที่ให้ข้อมูลขณะต้องขังได้พูดคุยกับ พล.ท.มนัสในเรือนจำ โดย พล.ท.มนัสได้รับคำสั่งให้นำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเพื่อไปอุ้ม พล.ต.ต.ปวีณแต่ไม่สำเร็จ 8.แม่ทัพภาคที่ 4 9.ผบ.ทบ. 10.ผบ.ตร.

สาวลึกขบวนการค้ามนุษย์

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า จะดูข้อเท็จจริงและเชิญบุคคลที่ผู้ร้องกล่าวถึงมาให้ปากคำเพื่อขอข้อเท็จจริงมากกว่านี้ ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล จะนำเรื่องนี้เข้า กมธ.กฎหมายฯ ทำร่วมกันได้ ต้องดูว่ารายละเอียดเหมือนกันหรือไม่ กมธ.กฎหมายมีหน้าที่เรื่องนโยบายกฎหมาย แต่ไม่มีหน้าที่เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เป็นเรื่องของ กมธ.ป.ป.ช.

ศาลปล่อย “เพนกวิน” ให้ไปเรียน

อีกเรื่อง กรณีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ยื่นเอกสารการศึกษาและการเตรียมสอบเพื่อขอจบการศึกษาของนายพริษฐ์ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ประกอบคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำ 1671/2564 ภายหลังศาลมีคำสั่งว่าพิเคราะห์จากคำร้องเอกสารประกอบคำร้อง ซึ่งคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ออกหนังสือรับรองสถานภาพการศึกษาและเงื่อนไขที่จำเลยเสนอต่อศาล เห็นควรอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงเวลาอันจำกัด เพื่อให้โอกาสจําเลยได้ออกไปศึกษา ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2564 มีกำหนด 3 เดือนจะครบกำหนดวันที่ 24 พ.ค. ตีราคาหลักประกัน 200,000 บาท

ใส่กำไลอีเอ็ม-ห้ามปลุกปั่น

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ทั้งนี้ มีเงื่อนไข 1.ห้ามจําเลยทำกิจกรรมหรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือด้อยค่าต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาลทุกด้าน 2.ห้ามกระทําการใดๆอันเป็นการขัดขวางกระบวนพิจารณาคดีของศาล 3.ห้ามจำเลยโพสต์ข้อความปลุกปั่นในสื่อโซเชียลมีเดียหรือเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 4.ห้ามจําเลยออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.00 น.ของวันใหม่ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาลหรือได้รับอนุญาตจากศาล 5.ห้ามจําเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล 6.ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ EM เพื่อจำกัดระยะเวลาเดินทาง โดยศาลให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบด้วย หากจําเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนคําสั่ง และให้นายประกันส่งตัวจําเลยมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 24 พ.ค.65 เวลา 10.00 น. โดยศาลปล่อยตัวนายเพนกวินคนเดียว ส่วนนายอานนท์ยังไม่ได้ยื่น เพราะนายอานนท์อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะยื่นหรือไม่ยื่นเป็นสิทธิของนายอานนท์ ต้องดูว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร

พ้นคุกทวงยุติธรรมให้เพื่อนร่วมทาง

ต่อมาเวลา 19.20 น. นายพริษฐ์ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯท่ามกลางความยินดีของแนวร่วมที่มารอต้อนรับและเข้าสวมกอดมารดาด้วยความคิดถึง นายพริษฐ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเป็นกำลังใจให้ตลอดถูกจองจำ 6 เดือน ขอบคุณน้ำใจทุกกำลังใจ ทุกการสนับสนุนและการช่วยเหลือที่หลั่งไหลมา เราจะก้าวไปข้างหน้าต้องให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ข้างหลังด้วย อย่างนายอานนท์ นำภา พี่ชายแสนดี ที่คอยดูแลให้กำลังใจกันมาตลอด และยังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอีกหลายคนที่อาจยังไม่ได้รับความยุติธรรม ยังมีอีกหลายคนยังไม่ได้รับการประกันตัว ถูกคุมขังทั้งที่ยังไม่มีความผิดอะไร เงื่อนไขที่ศาลกำหนดตนให้ความเคารพ แต่เชื่อว่าเงื่อนไขศาลไม่สามารถจะสกัดกั้นความคิดเห็นของประชาชนได้

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign