Friday, October 22, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดสมุนไพรไทยกับตลาดโลก 3.3 แสนล้าน โอกาสทองยุคโควิด

สมุนไพรไทยกับตลาดโลก 3.3 แสนล้าน โอกาสทองยุคโควิด


#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ชวนสำรวจโอกาสสมุนไพรไทยในตลาดโลก เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศในยุคโควิด

ในเชิงเศรษฐกิจ นับแต่ก่อนมีโควิด-19 ตลาดสมุนไพรภายในประเทศปี 2562 มีมูลค่ามากถึง 5.2 หมื่นล้านบาท การบริโภคสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศระหว่างปี 2560 – 2562 เติบโตถึง 10% ต่อปี ก่อให้เกิดธุรกิจ SMEs สร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และแรงงานจำนวนมาก ตลอดจนเป็นแหล่งรายได้เสริมของหลายครัวเรือน ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ มูลค่าตลาดสมุนไพรและเครื่องเทศทั่วโลกสูงถึงปีละ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.3 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ยังกล่าวได้ว่า “สมุนไพรคือของดีมีอยู่” ของไทยอย่างแท้จริง ในเชิงกายภาพ เราได้แต้มต่อจากสภาพอากาศของประเทศที่เหมาะสม เอื้อต่อการเพาะปลูก มีพันธุ์สมุนไพรที่เป็นพืชท้องถิ่นจำนวนมาก ทั้งนี้จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน 64,917 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ที่มีมาตรฐาน GAP จำนวน 54,755 ไร่ พื้นที่ที่มีมาตรฐาน Organic Thailand จำนวน 13,162 ไร่ โดยกรมพัฒนาที่ดินมีการจัดทำแผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับปลูกพืชสมุนไพร 24 ชนิด คือ ขมิ้นชัน ไพล บัวบก กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร กระชายเหลือง กระวาน ข่า ขิง คำฝอย ตะไคร้ บุก พริกไทย ว่านชักมดลูก กระเจี๊ยบแดง เก๊กฮวย ดีปลี บอระเพ็ด พญายอ เพชรสังฆาต มะระขี้นก มะลิ มะแว้งเครือ และมะแว้งต้น

ในเชิงการตลาด ปัจจุบันสมุนไพรที่เป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ โดยกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการส่งเสริมมี 4 ชนิด คือ กระชายดำ ไพล บัวบก และขมิ้นชัน ขณะที่มีสมุนไพรอื่นที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการ เช่น กวาวเครือขาว มะขามป้อม กระชาย พริก ฟ้าทะลายโจร กระเจี๊ยบแดง หญ้าหวาน และว่านหางจระเข้

ในแง่การเพิ่มมูลค่า หากสามารถนำสมุนไพรไปแปรรูป จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาคธุรกิจมากขึ้น ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร พบว่ามูลค่าการส่งออกสมุนไพรแปรรูปมากถึงปีละกว่าแสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มเสริมอาหาร 80,000 ล้านบาท กลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์ 10,000 ล้านบาท และกลุ่มยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันตลาดส่งออกสำคัญที่บริโภคสมุนไพร ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นแรงส่งให้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทยมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วโลก ประกอบด้วย 1) กระแสรักสุขภาพ 2) กระแสสังคมผู้สูงอายุ 3) ความต้องการดูแลตัวเองในยุคโควิด-19 ที่ทำให้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงนับเป็นโอกาสของสมุนไพรในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่เกษตรกรและภาคธุรกิจไทยควรเตรียมตัวอย่างน้อย 2 ประการ

1. เพื่อให้ผลผลิตได้รับการรองรับจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขายได้ราคาดี เกษตรกรต้องลดความไม่แน่นอนของคุณภาพสมุนไพร เกษตรกรควรปลูกให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้สามารถขอขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้ โดยปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรขึ้นทะเบียนเพียงประมาณ 3,000 ครัวเรือนเท่านั้น (ข้อมูล ณ ก.พ. 2564)

2. เกษตรกรและภาคธุรกิจควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งเชิงคุณภาพและต้นทุน เนื่องจากต้องแข่งขันกับสมุนไพรจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่สามารถปลูกสมุนไพรได้ใกล้เคียงกับไทย และมีแนวโน้มต้นทุนต่ำกว่า

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด เห็นว่า รัฐบาลควรส่งเสริมให้มีการวิจัยและนวัตกรรมมากขึ้น ทั้งในกระบวนการปลูกและแปรรูป เพื่อยกระดับมูลค่าและห่วงโซ่การผลิต พัฒนาสินค้าให้มีความเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดจนโดนใจผู้บริโภคยุคใหม่

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments