Thursday, December 2, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุดสาวติดโควิดตาแดงก่ำ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์มีคำตอบ? ...

สาวติดโควิดตาแดงก่ำ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์มีคำตอบ? 2021-08-10 21:14:31

ข่าวด่วน


สาวติดเชื้อโควิด-19 ตาอักเสบ แดงก่ำ ขอบคุณทุกกำลังใจ เผยหมอให้ยาฆ่าเชื้อ ยาหยอดตา อาการดีขึ้นแล้ว  ด้านราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยมีคำตอบเพราะอะไร

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจาก TikTok ชื่อ Boomja paradi ซึ่งมีคนเข้าไปดูกว่า 10 ล้านวิว โดยเธอได้โพสต์คลิปดวงตาตาแดงก่ำ พร้อมระบุว่า #ขอใจหน่อยนะ # สู้ๆ

ต่อมาเธอได้โพสต์คลิปอีกครั้งระบุว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นเยอะแล้วค่ะแต่ยังมองตัวหนังสือไม่ชัดเท่าไรให้หายดีจะตอบทุกคนนะคะ#ขอบคุณทุกคนนะ” พร้อมระบุว่า ที่ลงคลิปไปวันก่อน บางคนก็ไม่เข้าใจ คือ หนูติดเชื้อโควิดแล้วไข้มันขึ้นสูง ลามไปที่ตา มันไม่ได้ลงปอด ระบบช่วงล่างของหนูเลย ทำให้ปวดระหว่างคิ้ว ตาอักเสบ ตอนนี้หมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาหยอดตา อาการดีขึ้นเยอะแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ สู้ ๆ ค่ะ 

ด้านเพจ สุขภาพตา โดย ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย All About Eye by RCOPT ได้ให้ความรู้ว่า ตาแดงแบบไหนใช่โควิด?

ตาแดงจากโควิด

– อาการตาแดงจากโควิด มีได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นจากเยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) โดยในผู้ป่วยโควิด สามารถพบภาวะเยื่อบุตาอักเสบได้ 0.8-31%

– ลักษณะของเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อโควิด จะมีลักษณะเหมือนเยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อไวรัสทั่วไป ได้แก่ เยื่อบุตาที่มีลักษณะเป็น follicular conjunctivitis ไม่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างเชื้อไวรัสทั่วไป

– นอกจากอาการตาแดง อาจมีอาการน้ำตาไหล มีขี้ตาใสๆ ลักษณะเป็นเมือกได้ โดยอาการเหล่านี้ ไม่เฉพาะเจาะจงกับการติดเชื้อโควิด สามารถพบได้ในการติดเชื้อไวรัสทั่วไปเช่นเดียวกัน

– นอกจากอาการตาแดงที่เกิดจากเยื่อบุตาอักเสบแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้มีตาแดงจากการติดเชื้อโควิดได้ ได้แก่ กระจกตาอักเสบเป็นแผล และกระจกตาติดเชื้อ ซึ่งต้องวินิจฉัยแยกโรคกับการติดเชื้อกระจกตาจากสาเหตุอื่นๆ

– อาการตาแดง โดยทั่วไปต้องวินิจฉัยแยกโรค จากภาวะตาแดงจากสาเหตุอื่นๆ ที่พบบ่อย เช่น อาการตาแดงจากภาวะตาแห้ง ภูมิแพ้ที่ตา อาการตาแดงจากการใส่ contact lens

– อาการตาแดงที่จะสงสัยว่าเป็นจากการติดเชื้อโควิด โดยทั่วไปต้องมีอาการทางกายอื่นๆ ของการติดเชื้อโควิดร่วมด้วย เช่น อาการทางระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตามสามารถพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่สามารถมาแสดงอาการทางตาเพียงอย่างเดียวได้ แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก

– อาการเยื่อบุตาอักเสบจากโควิด สามารถเป็นอาการนำมาก่อนการแสดงอาการอื่นๆได้, เกิดร่วมขณะที่มีอาการแสดงอื่นๆของโควิด หรือตามหลังจากอาการแสดงทางกายอื่นๆของโควิดก็ได้ เกิดได้กับความรุนแรงของโรคตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ไปจนถึงระดับรุนแรง โดยพบว่าหากอาการของการติดเชื้อโควิดอยู่ในระดับรุนแรง จะพบอาการแสดงทางตา เยื่อบุตาอักเสบได้มากกว่า

– สามารถพบเชื้อโควิดในน้ำตาซึ่งเป็นสารคัดหลั่งของร่างกายได้ แต่พบได้น้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการและเทคนิคการตรวจ ยังตรวจพบได้ในระดับต่ำ อยู่ในระหว่างการศึกษา และพบว่าเชื้อโควิดสามารถเพิ่มตัวได้ที่เยื่อบุตาได้ เนื่องจากมี receptor (ACE-2 receptor) ชนิดเดียวกันกับที่พบที่เยื่อบุทางเดินหายใจ เนื่องจากสามารถพบเชื้อโควิดได้ในน้ำตา จึงสามารถติดต่อโรคทางน้ำตาได้ ดังนั้นควรระวังการสัมผัสที่ตา และการขยี้ตา อาจน้ำเชื้อเข้าสู่เยื่อบุตาได้ หรืออาจแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้

ลักษณะทางตาอื่นๆ ที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อโควิด นอกเหนือจากอาการตาแดง ได้แก่

จอประสาทตา : การติดเชื้อโควิดทำให้เกิดการกระตุ้นโรคบางอย่างของจอประสาทตาได้ สามารถพบลักษณะวุ้นตาอักเสบ, หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (retinal vein occlusion), จอประสาทตาอักเสบ (retinitis), จุดภาพชัดผิดปกติ (Acute Macular Neuroretinopathy), ตาขาวอับแสบ (posterior scleritis), ม่านตาหรือยูเวียอักเสบ (uveitis) ซึ่งลักษณะต่างๆของจอประสาทตาไม่จำเพาะกับการติดเชื้อโควิด ต้องอาศัยประวัติและอาการทางกายอื่นๆ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค

จักษุประสาท : พบอาการทางระบบประสาทได้ 36% อาการเด่นที่พบบ่อย เช่น ภาวะไม่ได้กลิ่น (Anosmia) แต่อาการทางระบบประสาทที่มาแสดงทางตา พบน้อยมาก ภาวะที่พบได้ ได้แก่ การอักเสบของเส้นประสาทตา (optic neuritis), พยาธิสภาพของสมองส่วนที่เกี่ยวกับการมองเห็น (cortical blindness) ซึ่งอาจเกิดจากการขาดเลือด (occipital infarction) หรือการอักเสบ (จากภาวะ Posterior reversible encephalopathy syndrome (PRES) และ encephalitis) ทำให้มีอาการตามัว, เส้นประสาทสมองอักเสบ (cranial nerve palsy) ทำให้เห็นมีภาพซ้อนได้ โดยอาจเกิดร่วมกับภาวะ Miller-Fischer syndrome, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ocular myasthenia gravis) ทำให้มีหนังตาตกหรือเห็นภาพซ้อนได้

อักเสบเบ้าตา : พบว่าการติดเชื้อโควิด ทำให้มีภาวะเบ้าตาอักเสบได้ มักพบร่วมกับภาวะไซนัสอักเสบโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานที่คุมไม่ดี สามารถพบการติดเชื้อราแทรกซ้อนได้ (Mucormycosis) นอกจากนี้ยังพบภาวะต่อมน้ำตาอักเสบได้ (Dacryoadenitis)

 แนวทางการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการทางตา

-หากอาการทางตาไม่เร่งด่วน ไม่มีอาการทางกายอื่นๆ : ประเมินความเสี่ยง/ ติดต่อ รพ. ว่าสามารถรับการรักษาได้ช่องทางใดบ้าง เลื่อนนัดได้หรือไม่

-หากอาการทางตาไม่เร่งด่วน และมีอาการทางกายอื่นๆ เช่น อาการทางระบบทางเดินหายใจ : ให้ประเมินความเสี่ยงว่าต้องไปตรวจคลินิกที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจก่อนหรือไม่

-ถ้าอาการทางตาเร่งด่วน แต่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ : ให้แพทย์ใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95 ทำหัตถการ

-ถ้าอาการทางตาเร่งด่วน แต่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิดสูงมาก : ให้ไปที่หน่วยแยกโรคของ รพ.ตามระเบียบ

-ถ้าอาการทางตาเร่งด่วน และติดเชื้อโควิด : ให้แพทย์ระมัดระวัง สวมชุดป้องกัน PPE เต็มที่

การปฏิบัติตนในช่วงโควิดสำหรับประชาชนทั่วไป

-ถ้ามีอาการตาแดง อย่าเพิ่งตื่นตระหนกว่าติดเชื้อโควิด เพราะเยื่อบุตาอักเสบจากโควิด พบน้อยกว่าเยื่อบุตาอักเสบจากสาเหตุอื่นๆมาก และมักจะมีอาการทางกายอื่นๆที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อโควิดร่วมด้วย หากมาตรวจให้รวบรวมข้อมูลแจ้งแพทย์ถึงลักษณะอาการของเยื่อบุตาอักเสบ ลักษณะของขี้ตา อาการทางกายอื่นๆ และความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด

-สำหรับคนที่ใส่ contact lens ในช่วงนี้ที่มีการระบาดของโควิด แนะนำควรงดการใส่ contact lens เนื่องจากมีโอกาสสัมผัส contact lens มีโอกาสติดเชื้อได้มากขึ้น แนะนำให้ใส่แว่นตาแทน นอกจากลดการสัมผัสเชื้อแล้ว การใส่แว่นตายังสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย

– ไม่แนะนำให้คนที่มีอาการตาแดง ลงสระว่ายน้ำ ในช่วงนี้ เพราะหากติดเชื้อโควิดอาจแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้ และอาจรับเชื้อจากผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน

-ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด

ขอบคุณ TikTok  Boomja paradi,เพจ สุขภาพตา โดย ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย All About Eye by RCOPT



RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments