Home ข่าวเด่น หยัน "ฝ่ายค้าน" ไร้หมัดเด็ดน็อก พลังประชารัฐไม่กลัว ศึกซักฟอกรัฐบาล

หยัน "ฝ่ายค้าน" ไร้หมัดเด็ดน็อก พลังประชารัฐไม่กลัว ศึกซักฟอกรัฐบาล

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

พปชร.เย้ยฝ่ายค้านบ้อท่า ยึกยักยื่นญัตติซักฟอก “ชัยวุฒิ” ประเมินไร้หมัดเด็ดน็อกรัฐบาล โวรัฐบาลปั่นผลงานลุล่วงหลายเรื่อง เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้อง “นิโรธ” ไม่แปลกใจ คาดไว้แล้วไทม์ไลน์ไม่ได้ ต้องเลื่อนไปเปิดฉากเดือน ส.ค. ย้ำ “ลุงป้อม” ติดป้ายสงกรานต์ไม่มีอะไรผิด ยัน 2 ป.ไม่เคยทะเลาะกันมีแต่พวกเสี้ยม พรรคเล็กไม่แตกแถว ผูกมติยกมือไว้วางใจนายกฯแต่ไก่โห่ “สมคิด” ยัน 26 เม.ย. ชัดเจนฤกษ์เชือดรัฐบาล ฟุ้ง พท.ข้อมูลครบถ้วน บริหารไม่ โปร่งใส ทึ้งผลประโยชน์แก้หวยแพง “ก้าวไกล”จองกฐินขย่ม “จุรินทร์-อนุทิน” นั่งร้านพยุงปีก “บิ๊กตู่”

จากกรณีพรรคฝ่ายค้านยังไม่มีข้อสรุป ว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อใดแน่นอน ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำรัฐบาลประเมินว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ไม่น่าจะมีหมัดเด็ดที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล

“ชัยวุฒิ” ประเมินซักฟอกไร้หมัดเด็ด

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความกังวลว่า ฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ดน็อกรัฐบาลหรือไม่ว่า หมัดเด็ดไม่น่ามีแล้ว เพราะรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดหรือเสียหาย ตอนนี้มีแต่ข่าวที่รัฐบาลแก้ปัญหาได้หลายเรื่องลุล่วงไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องโควิด-19 หรือเรื่องการเปิดประเทศ ที่ตอนนี้ก็เริ่มเปิดและรับนักท่องเที่ยวเข้ามา เศรษฐกิจก็เริ่มฟื้น จึงคิดว่าไม่น่ากลัว ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่รัฐบาลทำเสียหายเท่าที่ตนได้ดูอยู่

“นิโรธ” ไม่แปลกใจต้องเลื่อนไป ส.ค.

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านอาจรอดูการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ก่อน ค่อยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้นแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะฝ่ายค้านเพิ่งอภิปรายตามมาตรา 152 ไป ไม่ได้มีประเด็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 จะเอาประเด็นใดมาอภิปราย ตีปี๊บกันไปเรื่อยไม่ได้ปรามาสแต่ว่าไทม์ไลน์ไม่ได้ อย่างร่างกฎหมายลูกยังไม่เสร็จกว่าจะเสร็จก็เดือน ก.ค. พอเสร็จฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน ส.ค.ไม่ใช่ว่าเราคาดการณ์ไม่ได้แต่เราคาดไว้อยู่แล้ว ที่พูดว่าจะรีบยื่นแต่ในที่สุดก็ไม่ได้ยื่น ฝ่ายค้านจะมาห่วงอะไรวาระงบประมาณเห็นจะคว่ำกันตลอด

ป้าย “ลุงป้อม” ไม่เห็นว่าผิดอะไร

นายนิโรธยังกล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ติดอวยพรวันสงกรานต์ว่า ว่ากันไป แต่มองไม่เห็นว่าผิดอย่างไร ทางหลวงมีระเบียบภายในเขา ถ้าว่าผิดเขาก็เก็บป้ายไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาอะไร ไม่ทราบแน่ชัดเพราะเพิ่งหายป่วย ปกติทางหลวงจะแจ้งเตือนมาที่พรรคว่าพรรคได้มาติดป้ายหรือเปล่า และหากไม่ได้ขออนุญาตให้มาเก็บไป ถ้าไม่มาเก็บทางหลวงจะมีวิธีปฏิบัติ โดยจะเก็บป้ายให้ไว้และเราไปรับคืน

2 ป.ไม่เคยทะเลาะมีแต่คนเสี้ยม

เมื่อถามว่านายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) บอกว่า ที่ พล.อ.ประวิตร ขึ้นป้ายผิดเวลา เพราะช่วงเวลานี้ 3 ป.เผชิญกับวิกฤติในความสัมพันธ์ และ พล.อ.ประวิตรอาจหวังฟลุกได้ขึ้นเป็นนายกฯ นายนิโรธกล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ บางครั้งคนเราร่างกายแก่ไปตามสภาพ ความคิดก็แก่ไปตามสภาพ แต่หัวใจที่ดีไม่แก่ไปตามสภาพของร่างกาย ถามว่า พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ความสัมพันธ์ไม่ดีตรงไหน ไม่เคยเห็นเขาทะเลาะกันเลย มีแต่คนเสี้ยมไปเสี้ยมมา

ป้อง หน.พรรคไม่ได้สั่งติดป้าย

นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมทางหลวง กรณีมีการขึ้นป้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. อวยพรวัน สงกรานต์ว่า การขึ้นป้ายอวยพรวันสงกรานต์เป็นเรื่องปกติของสังคมไทยที่มีมาช้านาน ไม่น่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไร หากกีดขวางทางจราจรก็เก็บออก เสียค่าปรับตามกฎหมาย แต่คนติดป้ายดังกล่าวอาจเป็นคนที่ชื่นชม พล.อ.ประวิตรเป็นการส่วนตัว จึงติดเพราะไม่มีแนวทางจากพรรค พปชร.ให้ติดป้ายอะไร ตนเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราชไม่มีใครมาบอกให้ติด ถ้าผิดกฎหมายจราจรหรือภาษีป้ายก็ดำเนินการไป ไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โตเหมือนที่พยายามสร้างกันขึ้นมา

จวกปั้นประเด็นปั่นกระแส

นายสายัณห์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ไปไกลถึงขั้นจะร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง เพราะเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทำเรื่องผิดกฎหมายนั้น เมื่อเจ้าตัวไม่ได้สั่งให้ติดป้ายแล้วจะผิดจริยธรรมได้อย่างไร การติดป้ายดังกล่าว พล.อ.ประวิตรอาจไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างกรณีตนเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช เสนอสร้างสะพานจันทร์โอชาที่เกาะสมุย แล้วมีคนชื่นชอบนำป้ายตนไปติดที่เกาะสมุย โดยที่ตนไม่รู้เรื่องแล้วจะมีความผิดอย่างไร จึงมองว่าการนำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นเป็นการสร้างกระแสมากกว่า

พรรคเล็กไม่แตกแถวไว้วางใจ“บิ๊กตู่”

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กล่าวถึงแนวทางของพรรคเล็กในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลถือว่าคุยกันจบแล้ว พรรคเล็กเห็นพ้องต้องกันว่าหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กินข้าวร่วมกับพรรคเล็ก เมื่อวันที่ 17 มี.ค.65 ได้ช่วยเหลือขับเคลื่อนผลักดันนโยบายต่างๆของพรรคเล็ก เช่น นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของพรรคไทรักธรรม นโยบายเรื่องการศึกษาของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน หรือนโยบายเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ทุกเรื่องมีความคืบหน้าอย่างมาก ได้รับการดำเนินการหมด ถือเป็นการต่อรองเรื่องผลประโยชน์ แต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นเบื้องต้นพรรคเล็กยินดียกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีการแตกแถว

โยนคน พปชร.ทำหน้าที่องครักษ์

นายพีระวิทย์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคงต้องขอฟังข้อมูลของฝ่ายค้านและการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีประกอบกันในวันอภิปรายอีกครั้ง แต่เท่าที่ฟังข้อมูลของฝ่ายค้านตอนอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ไม่พบว่ามีประเด็นเชิงลึก หรือแปลกใหม่อะไร แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเล็กคงไม่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ปล่อยให้เป็นหน้าที่พรรคพลังประชารัฐ

“สมคิด” ชี้ 26 เม.ย.ชัดฤกษ์เวทีเชือด

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 26 เม.ย. จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ว่า เข้าใจว่าหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านคงได้พูดคุยกันในรายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แล้วจะนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 เมื่อใด เพราะเป็นกฎหมายสำคัญมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ว่าจะเอาอะไรก่อนหลัง และวันที่ 2 มิ.ย. ร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 66 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวาระแรก เรื่องนี้คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องสับหลีกกันให้ดีว่าจะพิจารณาอะไรก่อนหลัง ซึ่งการตัดสินใจก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าและเลขาฯจะไปดำเนินการ เชื่อว่าวันที่ 26 จะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวออกมา ส่วนที่มีการตั้งประเด็นว่าจะซูเอี๋ยกับรัฐบาลนั้นยืนยันว่าเราไม่มีเหตุผลใดๆที่จะไปเอาอกเอาใจรัฐบาล

คุยข้อมูลล้นบริหารกลิ่นตุยันหวยแพง

“ผมยังยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมยื่นอภิปราย ไม่ไว้วางใจได้ทุกเมื่อ หากพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องการให้ยื่นเมื่อไหร่เพื่อไทยก็พร้อมเมื่อนั้น เพราะเรามีข้อมูลและมีเรื่องที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลในการบริหาร แม้กระทั่งเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์ เราก็มีข้อมูลพร้อม” นายสมคิดกล่าว

ก้าวไกลจองกฐินขย่ม “อู๊ดด้า–อนุทิน”

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคก้าวไกลเรารักษามาตรฐานเดิมจะไม่เปิดเผยข้อมูล ไม่เปิดเผยตัวบุคคล จะอภิปรายใคร วันไหน อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ใครไปข่มขู่ เจรจาต่อรอง นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กำชับ ส.ส.ในพรรคที่ประสงค์อภิปรายหาข้อมูลช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ จะสังเกตได้ว่าช่วงนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกลเงียบไป เนื่องจากกำลังไปทำข้อมูลสำหรับศึกซักฟอก เบื้องต้นซักฟอกรอบนี้จะไม่พุ่งเป้าไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะอภิปรายไปถึงหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นสองพรรคหลักที่พยุงหิ้วปีกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้ หากครั้งนี้รัฐบาลหาเสียงในสภาฯมาได้ครบจนผ่านไปได้ก็อยู่อีกไม่นาน เพราะโดนเสียงประชาชนลงมติในคูหาเลือกตั้งในเร็ววันนี้ จะเป็นผลพวงที่มาจากข้อมูลของพรรคก้าวไกลที่นำมาแฉในศึกซักฟอก

แซะ “บิ๊กตู่” ไม่เจ๋งไม่กล้าตั้ง 2 รมต.

“ซักฟอกหนนี้ พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องเตรียมของเป็นคันรถสิบล้อถึงจะผ่านไปได้ ลากกระเป๋าเอกสาร อาจจะไม่มีภาพให้เห็นแล้ว อาจต้องขนกันเป็นรถสิบล้อ และรอบที่แล้วถือว่าหักหลังกลุ่มที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลายๆคน หลายฝ่ายที่ผมได้ยินมาทั้งรับปากแล้วไม่ได้ตามต้องการ ทั้งนัดเจรจาต่อรองแล้วรับปากลมๆแล้งๆต่างๆ ครั้งนี้อาจไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์สร้างศัตรูไว้หลายด้านเหลือเกิน จนไม่สามารถพยุงตัวเองต่อไปได้แล้ว สังเกตให้ดีๆแค่การตั้งรัฐมนตรี 2 คนที่ว่างเว้นอยู่ยังไม่กล้าตั้งเลย เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตั้งรัฐมนตรีที่ว่าง จะมีมิตรอยู่ 10 คน แต่ถ้าดันไปตั้งเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์จะเหลือมิตรแค่ 2 คน แต่อีก 8 คนพร้อมทิ่มแทง พล.อ.ประยุทธ์ทันที นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกให้รู้ว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้จะรอดหรือไม่รอด ขนาดรัฐมนตรี 2 คน นายกฯยังไม่กล้าแต่งตั้งเลย” โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าว

“ราเมศ” ชี้ถ้า “ปริญญ์” ผิดโทษถูกขับ

ส่วนผลกระทบทางการเมืองที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยและ ผอ.ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.พรรคประชา ธิปัตย์ ถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศ วันเดียวกัน นายราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตรวจสอบนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศ ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ กระทบความรู้สึกประชาชน พรรคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ส่วนจะมีการตั้งกรรมการสอบในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา หากพิจารณาเห็นแล้วว่านายปริญญ์มีความผิดจริงกรณีดังกล่าวโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรค ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญและเน้นหนักมาโดยตลอดในเรื่องสิทธิสตรีเป็นสำคัญ และกรณีนี้พรรคจะไม่ไปก้าวล่วง ให้ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนประเด็นนายปริญญ์ลาออกจาก ผอ.ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. พรรคยังไม่มีการหารือกันเรื่องนี้ เชื่อว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.ของพรรค เพราะยังมีรอง ผอ.การเลือกตั้ง 9 คนที่ทำหน้าที่ดูแลอยู่

“ดร.เอ้” เชื่อคนกรุงแยกแยะได้

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ตอนหนึ่งถึงกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการ (ผอ.) ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถูกกล่าวหากรณีลวนลามหญิงสาววัย 18 ปี ได้ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมว่า หลังจากรู้ข่าวรู้สึกตกใจมาก ส่วนเรื่องนี้จะกระทบกระแสพรรคมากน้อยขนาดไหนต้องไปถามทางพรรค แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ประชาชนแยกแยะได้ ไม่น่าจะกระทบการสมัครผู้ว่าฯ กทม.ของตน การลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ตอนนี้เรามีแผนถึงวันที่ 22 พ.ค.แล้ว จะเป็นเรื่องการลงพื้นที่ดีเบต เน้นการนำเสนอนโยบายและไม่จำเป็นต้องมีแคมเปญพิเศษเพื่อแก้เกมเรื่องนายปริญญ์ ส่วนใครจะมาทำหน้าที่ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แทนต้องไปถามพรรค ที่ผ่านมายุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคจะมีทีมใหญ่ช่วยกันอยู่แล้ว ทำงานเป็นทีมไม่ได้เน้นตัวบุคคล ปกติพรรคมีการให้คนในพรรคเวียนลงพื้นที่อยู่แล้ว อยากบอกว่าที่จริงแล้วคนกรุงเทพฯได้เห็นภาพชัดว่าตนเสนอตัวเองเป็นผู้ว่าฯกทม. เสนอนโยบาย เสนอความคิด ความสามารถ ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เชื่อได้ว่าประชาชนจะแยกแยะได้ ระหว่างตัวบุคคลกับผู้ที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign