Home ข่าวเด่น เกาเหลา "ทัพเรือ" ระเบิดเวลา "เรือดำน้ำ" สู่ปมย้ายทหาร เด้งสลับขั้ว

เกาเหลา "ทัพเรือ" ระเบิดเวลา "เรือดำน้ำ" สู่ปมย้ายทหาร เด้งสลับขั้ว

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ระเบิดลูกใหญ่กำลังลงที่ “กองทัพเรือ” ทำเอา “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. นั่งกุมขมับ เพราะสารพัดเรื่องประดังเข้ามา ทั้งปมจัดซื้อเรือดำน้ำที่กำลังถูกแรงกระแทกจากจีน ในสัญญาการติดเครื่องยนต์ที่ส่อเค้ามีปัญหา จนถูกฝ่ายค้านโดย “โจ้” ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย งัดข้อมูลตามถล่มรายวัน แถมด้วยศึกภายในที่กำลังมี “คลื่นใต้น้ำ” ก่อตัวในความนิ่งสงบ และอาจกลายเป็น “สึนามิ” หลัง ทร. อยู่ในช่วงวางแผนผ่าตัด ล้างบางทหารน้ำ รวมทั้งปัญหากำลังพลบางส่วนที่สร้างวีรกรรม จนเป็นข่าวเปรี้ยงปร้าง

ย้อนตำนานศึกฉลาม หลัง “บิ๊กเฒ่า” กลับมานั่งแม่ทัพทหารน้ำ สั่งรื้อป้าย ต้นไผ่ สมัย “บิ๊กลือ”

โดยเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ พล.ร.อ.สมประสงค์ ได้กลับมาเป็น “ผบ.ทร.” เมื่อ 1 ต.ค.64 ก็สั่งปรับภูมิทัศน์ ทั้งที่พระราชวังเดิม และ บก.ทร.วังนันทอุทยาน รื้อทุกสิ่งอย่างที่ “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีต ผบ.ทร. ได้ทำเอาไว้ เพราะมองว่าการที่ ตัวเองถูกเด้งไปเป็น “รองปลัดกลาโหม” และถูกตีกัน ไม่ให้กลับกองทัพเรือ

แล้ววันหนึ่งได้กลับมา จึงอาจเกิดการเอาคืน เพราะการนั่งเก้าอี้ 2 ปี ของ พล.ร.อ.ลือชัย ที่เป็นคนแรงและเชื่อมั่นตัวเองสูง และได้ทำหลายโครงการ รวมถึงย้ายคนที่ทำงานไม่เข้าตาออกจากตำแหน่ง จึงดูเหมือนว่าอาจได้สร้างศัตรูไว้เยอะ

ดังนั้นเมื่อ พล.ร.อ.สมประสงค์ ขึ้นมานั่งเก้าอี้หมายเลข 1 ทัพเรือ ก็เริ่มปฏิบัติเอาคืน โดยสั่งรื้อถอนต้นไผ่ ที่อาคาร บก.ทร. ในพระราชวังเดิม และตัดแนวต้นไผ่ ที่ บก.ทร. วังนันทอุทยาน ที่ พล.ร.อ.ลือชัย สั่งให้ปลูกไว้ และเปิดช่องตีนกาที่กำแพง ที่ถูกปิดมา 3 ปี รวมถึงรื้อถอนป้ายข้อความ ม็อตโต้ ที่ พล.ร.อ.ลือชัย ทำไว้หน้าวังนันทอุทยานทิ้ง จนเปลี่ยนมาเป็น “กยิรา เจ กยิราเถนํ” จะทำสิ่งไร ควรทำจริง ที่เป็นคติสอนใจของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” พระบิดาของทหารเรือแทน

ปฐมบทศึกเกาเหลา “บิ๊กเฒ่า-บิ๊กลือ” แค่เริ่มต้น หรือหนังม้วนยาว

โดย พล.ร.อ.สมประสงค์ ยืนยันว่า ไม่ใช่เพราะความขัดแย้งกับ พล.ร.อ.ลือชัย แต่ เป็นไปตามคำแนะนำของ อดีต ผบ.ทร. หลายท่าน และเสียงสะท้อนจากกำลังพล อีกทั้งป้ายข้อความ ควรจะเป็นคำสอน “เสด็จเตี่ย” ไม่ใช่เปลี่ยน ผบ.ทร. ทีก็เปลี่ยนป้าย ข้อความทีหนึ่ง นอกจากนี้สะท้อนได้เห็นงาน “วันกองทัพเรือ” เมื่อ 19 พ.ย.2564 พล.ร.อ.สมประสงค์ ไม่ได้เชิญ พล.ร.อ.ลือชัย ร่วมงาน มีเพียงอดีต ผบ.ทร. 10 คน ที่มาร่วมงาน

ประกอบด้วย พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง, พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ,  พล.ร.อ.ทวีศักดิ์ โสมาภา, พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์, พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ, พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์, พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์, พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ และ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ที่สำคัญทั้งหมดยังนั่งถ่ายภาพประวัติศาสตร์ร่วมกัน หน้าอาคาร บก.ทร. ที่เพิ่งรื้อถอนต้นไผ่ ออกไปด้วย

จากนั้นมา ความสัมพันธ์ของ พล.ร.อ.สมประสงค์ กับ พล.ร.อ.ลือชัย ก็ยิ่งถูกจับตามอง ว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้น หรือจะมีหนังม้วนยาว

เรือดำน้ำจีนถูกผลักดันสมัย “ลือชัย” แต่อาจโดนล้มสมัย “สมประสงค์” เพราะเกิดปัญหาเครื่องยนต์ไม่ตามสเปก

เป็นที่รู้กันดีว่า พล.ร.อ.ลือชัย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ สำเร็จ สมัยเป็นเสนาธิการทหารเรือ ในยุครัฐบาล คสช. ที่ตอนนั้น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นกำลังหลัก และมอบให้ พล.ร.อ.ลือชัย ไปเจรจากับ บิ๊กทหารจีน จนใกล้ชิดแนบแน่น จึงทำให้โครงการราบรื่น และได้อาวุธติดเรือและการฝึกศึกษาที่เพิ่มเติมมา

โดย พล.ร.อ.ลือชัย เป็นตัวแทน ผบ.ทร. ได้เซ็นสัญญา ต่อเรือดำน้ำลำแรก S26T งบฯ 12,500 ล้านบาทไปแล้วตั้งแต่ปี 2560 มีกำหนดสร้างเสร็จ กย.2566 และได้เสนอขอซื้อ เรือดำน้ำ ลำที่ 2-3 อีก 22,500 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2563 ซึ่งก็ผ่านกรรมาธิการงบประมาณ จนไปนอนรอใน พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 แล้ว แต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมืองอู่ฮั่น ที่เป็นเมืองอู่ต่อเรือ ของ CSOC รัฐวิสาหกิจของกลาโหมจีน ทำให้การต่อเรือดำน้ำลำแรกของกองทัพเรือไทยต้องชนักไป และส่งผลให้ทางจีนขอเลื่อนระยะเวลาส่งมอบจากกันยายน 2566 เป็นเมษายน 2567

จนต่อมามีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเยอรมนีไม่ยอมขายเครื่องยนต์ MTU เพื่อใส่ในเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย และการต่อเรือยังคงดำเนินต่อไปหลังสถานการณ์โควิดในจีนคลี่คลายลง จนส่งผลให้ โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำและอาวุธยุทโธปกรณ์ ถูกฝ่ายค้านและกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก

จนที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ต้องสั่งชะลอโครงการจะซื้อเรือดำน้ำจีนลำที่ 2 และลำที่ 3 ออกไปก่อน ทั้งๆ ที่บรรจุอยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 แล้ว โดยมีการวางแผน ผูกพันงบฯผูกพันรายปี ที่กำหนดไว้ในปี 2563 งวดแรก 3,375 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 3,925 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 2,640 ล้านบาท ปี 2566 จำนวน 2,500 ล้านบาท 2567 จำนวน 3,060 ล้านบาท ปี 2568 จำนวน 3,500 ล้านบาท และ ปี 2569 จำนวน 3,500 ล้านบาท รวม 22,500 ล้านบาท

สถานการณ์โควิดระบาดหนัก “ทัพเรือ” ยอมถอยจัดซื้อเรือดำน้ำ เป็นปีที่ 3

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จึงตัดสินใจ สั่งให้นำงบประมาณโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของทุกเหล่าทัพคืนกระทรวงกลาโหม ราว 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเข้างบกลาง นำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 จนต่อมาในปีงบประมาณ 2564 พล.ร.อ.ลือชัย ก็พยายามอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์โควิด ยังไม่คลี่คลายดีนัก โครงการเรือดำน้ำจึงถูกโจมตีอย่างหนัก จึงถูกสั่งถอยในชั้นกรรมาธิการ

ต่อมาในยุค “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน เป็น ผบ.ทร. ก็สานต่อด้วยการเสนอของบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ในปีงบประมาณ 2565 อีกครั้ง แต่ก็ถูกโจมตีหนัก ต้องถอนออกไปเป็นปีที่ 3 รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้กองทัพเรือเจรจากับทางการจีนขอลดจำนวนงบประมาณผูกพัน งวดแรกลงไว้สำหรับงบประมาณปีต่อไป จากกว่า 3 พันล้าน เหลือราว 900 ล้าน แต่ก็ไม่ผ่าน ดังนั้นโครงการจะซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ของกองทัพเรือ จึงถูกชะลอมาต่อเนื่องถึง 3 ปี

สั่งชะลอโครงการ ไม่สานต่อ ลำที่ 2-3 เป็นสัญญาณไม่สนับสนุนโครงการ “บิ๊กลือ” ขอนำงบพัฒนา และสวัสดิการกำลังพล

จนมีกระแสข่าวจากกองทัพเรือว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ จะไม่สานต่อโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน ลำที่ 2 และ3 ดังนั้นจึงไม่ได้เสนอของบประมาณในปี 2566 ถือเป็นการขอชะลอโครงการด้วยตัวเองของกองทัพเรือเป็นครั้งแรก ที่ถือว่าโครงการนี้ถูกชะลอมาแล้ว 4 ปีต่อเนื่อง โดยให้เหตุผลว่า งบประมาณของกองทัพเรือ ไม่เพียงพอ และไม่อาจเสี่ยงกับการเสนอแล้วถูกชะลออีกปีหนึ่ง งบประมาณจะสูญเสียไป เพราะ 3 ปีที่ผ่านมา ทร.สูญงบฯที่ตั้งไว้เป็นผูกพันงวดแรก รวมกว่า 3 พันล้านบาท

จึงนับเป็นครั้งแรกที่ “กองทัพเรือ” เป็นฝ่ายถอย ไม่เสนอของบฯเอง ชะลอโครงการเอง ไม่ใช่การถูกเบรก โดย “นายกฯ” หรือ “สภาฯ” เช่นที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.ร.อ.สมประสงค์ รู้สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่ยังไม่จบ หากเสนอขอจัดซื้อในเวลานี้ เชื่อว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วย จะเกิดการต่อต้านอีก

โดยเฉพาะฝ่ายค้านคงถล่มโจมตีอย่างหนัก ซึ่ง พล.ร.อ.สมประสงค์ เห็นว่างบฯผูกพัน ปี 2566 ของ ทร. มีจำนวนสูง หากเสนอซื้อเรือดำน้ำ อีก 2 ลำ อาจกระทบส่วนอื่นของ ทร. จึงมีนโยบาย ที่จะให้นำงบประมาณ ส่วนนี้ ไปพัฒนากองทัพเรือ ซ่อมบำรุง ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ และสวัสดิการกำลังพลทหารเรือ

แม้จะเป็นเหตุผลที่สวยงาม แต่สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ พล.ร.อ.สมประสงค์ ไม่สนับสนุนสิ่งที่ พล.ร.อ.ลือชัย ได้วางเอาไว้ด้วยนั่นเอง ดังนั้นเรือดำน้ำจีนลำที่ 2 และ 3 จึงยังไม่โผล่ในยุคที่นั่งเป็น ผบ.ทร.แน่

ส่อเค้าล้มโครงการ โจ้ ยุทธพงศ์ ตามแซะถูกหลอกให้ซื้อ ท่าเรือไม่คืบหน้า

รวมถึงสัญญาณเรือดำน้ำลำแรกที่ส่อมีปัญหา เมื่อมีการยืนยันชัดเจนจากทางเยอรมนี ว่าจะไม่ขายเครื่องยนต์ MTU ให้จีน มาใส่ในเรือดำน้ำให้ ทร.ไทย กระทั่ง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เกาะติดโครงการเรือดำน้ำจีน และต่อต้านการจะซื้อมาโดยตลอด ก็นำปัญหาเรื่องนี้ออกมาแฉว่า กองทัพเรือถูกหลอกให้ซื้อเรือดำน้ำเปล่า แต่ไม่มีเครื่องยนต์ดีเซล เพราะเยอรมนีไม่ขายให้

รวมทั้งแฉโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ ที่สัตหีบ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ตัวแทนบริษัท CSOC ของจีนกลับเบิกค่าใช้จ่ายไปแล้ว 15% พร้อมแชร์ข้อมูลว่าตัวแทนที่มาก็เป็นแค่ครูสอนภาษาจีนเท่านั้นไม่ใช่วิศวกร ผู้มีความรู้ในการควบคุมงานก่อสร้าง

ทร.โต้ เรือดำน้ำ S26T จัดซื้อแบบ G to G ต้องได้เครื่อง MTU ตามสัญญาจัดซื้อ

จนกองทัพเรือนิ่งเชยไม่ได้ ต้องส่ง พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าเป็นการจัดซื้อแบบ G to G หรือรัฐบาลต่อรัฐบาล การดำเนินการดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการในทุกขั้นตอน เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและได้ผ่านการพิจารณาความถูกต้องด้านกฎหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก่อนที่จะเสนอให้ ครม. อนุมัติให้ ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือผู้แทน เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 ดังกล่าว

ทร.ย้ำว่าในข้อตกลงจ้างฯ กำหนดให้เรือดำน้ำแบบ S26T มีเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมนีได้ จำนวน 3 เครื่องชัดเจน เป็นปัญหาที่ทางจีนต้องดำเนินการแก้ไข เนื่องจากกองทัพเรือได้ยืนยันความต้องการเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมนี ตามข้อตกลงไปแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ทางจีนจะต้องทำตามข้อตกลง โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างกองทัพเรือกับบริษัท CSOC ในการหาทางออกแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน

เยอรมนี ยันไม่ขายเครื่องยนต์ให้ จีนต้องแก้เกมเสนอเรือดำน้ำมือ 2 ชดเชยให้ไทย

แต่ในที่สุดหาก เยอรมนี ไม่ขายเครื่องยนต์ให้ จีนอาจจะชดเชยให้กองทัพเรือด้วยการเสนอเรือดำน้ำมือสอง 2 ลำ ให้มาใช้ฝึกศึกษาแทน ที่ก่อนหน้านี้ ก็มีการติดต่อจากตัวแทนของจีนมา 2 สาย คือ เรือดำน้ำชั้นหมิง Type 035 ที่เก่า อายุมากกว่า 30 ปี ที่ปลดประจำการแล้ว ที่จะให้ฟรี แต่กองทัพเรืออาจต้องจ่ายค่าปรับปรุงคืนสภาพ และดูแลอะไหล่ในระยะยาวเอง

ส่วนอีกสายคือ สายเรือดำน้ำชั้น ซ่ง Type 039 ที่ ใหม่กว่า ใช้มากว่า 20 ปี ที่เสนอจะขายให้กองทัพเรือ 2 ลำ ในราคามิตรภาพ แต่กองทัพเรืออาจต้องจ่ายค่าปรับปรุงคืนสภาพ และดูแลค่าอะไหล่เอง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ พล.ร.อ.สมประสงค์ ได้ตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาพิจารณาท่ามกลาง เสียงค้าน เพราะกลัวไม่ปลอดภัยต่อกำลังพล และอาจไม่คุ้มค่างบประมาณ

ดังนั้น จึงต้องรอฟังข้อเสนอจากทางจีน เพราะหากข้อเสนอไม่ดี อาจนำไปสู่การยกเลิกโครงการก็เป็นได้ เพราะแม้เรือจะต่อไปราว 50% แล้วก็ตาม แต่ ก็หากจีนยินยอมก็ยกเลิกได้ เนื่องจากลำ 2-3 ยังไม่เซ็นสัญญา รวมถึง ทร.ยังมีงบประมาณ ซึ่งลำพัง พล.ร.อ.สมประสงค์ ก็คงไม่อยากสานต่อ เรือดำน้ำจีนนี้

จากเรือดำน้ำ ถูกโยงโยกย้ายกลางปี “บิ๊กเฒ่า” จ่อเด้งเด็ก “บิ๊กลือ”

เป็นไปได้ที่ พล.ร.อ.สมประสงค์ พยายามจัดทัพวางกำลังใน ทร.ใหม่ เพื่อวางตัวนายทหารที่สนิท หรือไว้ใจกันขึ้นมาแทนที่ทหารในสาย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผบ.ทร. ที่ได้วางกำลัง จัดคน เข้าคุมเกือบทุกสายงานในกองทัพเรือ จนมีสัญญาณโยกย้าย เม.ย.นี้ อาจถึงล้างบางทายาท ด้วยเหตุที่ พล.ร.อ.ลือชัย เป็น ผบ.ทร. 2 ปี แล้ว ดัน พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน จาก ผช.ผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ ต่อจากตนเอง ทำให้มีเครือข่ายในทุกหน่วยที่กำลังเติบโตตามหน้าที่ ตำแหน่ง

หรือแม้แต่ พล.ร.อ.ชาติชาย ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.20 ที่สนิทสนมกับ พล.ร.อ.สมประสงค์ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกคาใจกันมา ว่าไม่ช่วยเพื่อน เพราะได้เสนอชื่อ “บิ๊กโต้ง” พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสธ.ทร. ขณะนั้น ขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่แทน จึงทำให้ พล.ร.อ.สมประสงค์ งอน ที่เพื่อนรัก ไม่เสนอชื่อตนเอง เพราะเกรงใจ พล.ร.อ.ลือชัย กระทั่งได้ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม เป็นคนเสนอชื่อในบอร์ด 7 เสือกลาโหม จนในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ ให้ พล.ร.อ.ชาติชาย แก้โผในการโยกย้ายที่ผ่านมา

ย้าย “บิ๊กจอร์จ” กลับมาเป็น ผช.ผบ.ทร. สลับ “บิ๊กปู” ข้ามเป็น รองเสธ.ทหาร

และในโยกย้ายกลางปี เม.ย.65 พล.ร.อ.สมประสงค์ ได้ส่งบัญชีรายชื่อไปยัง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด กลับมีชื่อ “บิ๊กจอร์จ” พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ รองเสนาธิการทหาร (ตท.22) ข้ามกลับมากองทัพเรือ เพื่อนั่งในตำแหน่ง “ผช.ผบ.ทร.” เพื่อเตรียมให้มาเป็น “ผบ.ทร.” ต่อจากตนเอง
โดยโยก “บิ๊กปู” พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผช.ผบ.ทร. (ตท.22) น้องรัก พล.ร.อ.ลือชัย สลับข้ามไปเป็น รองเสนาธิการทหาร แทน โดยได้หารือ พล.อ.เฉลิมพล แม้จะดูว่าผิดธรรมเนียม และถูกขัด แต่ในเมื่อเป็นความประสงค์ของ พล.ร.อ.สมประสงค์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ พล.อ.เฉลิมพล ก็ต้องให้สิทธิ์ในฐานะคนที่ถูกโยกเป็นคนในกองทัพเรือ ซึ่งเชื่อว่าหากโผออกมาเป็นเช่นนี้ จะสร้างความฮือฮาแน่

จึงอาจทำให้มีการมองคนที่จะเจ็บช้ำต่อไปหากโผกลางปีเป็นเช่นนี้ก็หมายถึง พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ รอง ผบ.ทร. (ตท.21) ที่มีความเหมาะสม และอาวุโสที่สุดใน ทร. อาจต้องชวดในการย้ายปลายปี ทั้งที่ตัวเองจ่อเป็น ผบ.ทร.อยู่

จนมีกระแสข่าวใน “กองทัพเรือ” มีการเปิดศึกเกมใต้ดิน ของเหล่าแคนดิเดต “ผบ.ทร.” เพื่อกรุยทางให้กับให้ทหารคนสนิทมาลงตำแหน่งสำคัญ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ ผู้บังคับบัญชา ที่จะให้ความเป็นธรรมผู้ใต้บังคับบัญชาได้แค่ไหน เพราะไม่นั้นสิ่งที่ฝังอยู่ มันอาจจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign