Home ข่าวเด่น เปรียบมวย กล่องสุ่ม กระบะสยาม

เปรียบมวย กล่องสุ่ม กระบะสยาม

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

รถปิกอัพ หรือรถกระบะ กลายเป็นตัวเลือกสำคัญเมื่อคิดจะซื้อยานพาหนะคันใหม่ จากความหลากหลายและประสิทธิภาพของการใช้งาน ต้องเป็นรถที่แข็งแกร่งทนทาน รองรับการขับแบบสมบุกสมบัน มีความเหมาะสมกับชนบทที่ห่างไกลของประเทศไทย จากความต้องการรถกระบะที่มีสมรรถนะดีของผู้ใช้รถยนต์ในไทย ก่อกำเนิดรถปิกอัพรุ่นท็อปที่มีราคาทะลุล้านไปพอสมควร สำหรับการเลือกซื้อรถกระบะอย่าง Hilux หมายถึงการเลือกความเหนียวแน่นทนทาน บวกงานบริการหลังการขายและความสามารถในการลุย เมื่อคุณตกลงปลงใจที่จะเลือก Isuzu D-MAX หมายถึงคุณกำลังมองไปที่ความประหยัด การดูแลลูกค้าที่โดดเด่นและความแข็งแกร่งของระบบขับเคลื่อน สำหรับการเป็นเจ้าของ Nissan Navara มันหมายความถึงการครอบครองรถที่มีช่วงล่างดี รองรับงานหนักได้อย่างสบายๆ โดยไม่ก่อปัญหาขณะลุยฝ่าทางโหดๆ และเมื่อมองไปที่ Ford Ranger การเป็นเจ้าของกระบะอเมริกัน นอกจากความสามารถในด้านการควบคุมที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการกระบะในไทย Ranger ยังเป็นรถที่ใช้ขับบนเส้นทางหลากหลายได้ดี แต่ยังคงมีปัญหาจุกจิกกวนใจหลังการใช้งานอยู่บ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าว Ford ก็พยายามที่จะแก้ใขให้เครื่องยนต์และเกียร์มีความเสถียรมากกว่าเดิม เมื่อคุณเลือกเป็นเจ้าของ Mazda new BT-50 นั่นหมายความว่าคุณกำลังขับรถกระบะร่างทรงที่ถูกครอบด้วยโครงตัวถังของ Mazda แต่ไส้ในและฟิลลิ่งการขับทั้งหมดนั้นคือ D-Max และถ้าคุณอาจหาญซื้อกระบะตำรวจอวกาศเกียบัน MG รุ่น Extender นั่นหมายถึงความต้องการส่วนตัวของคุณที่จะต้องไม่ซ้ำกับใครบนถนน รูปลักษณ์ด้านหน้าที่แหวกแนวของกระบะ Extender ทำให้หลายคนรู้สึกชอบ หรือไม่ก็เกลียดกันไปเลย Extender แม้จะมีเรี่ยวแรงน้อยที่สุดในทริปทดสอบเปรียบเทียบ กล่องสุม กระบะสยาม ตามการเรียกของหมียักษ์ แพน จาก Day Dream Drive แต่ก็มีความสามารถมากพอในการเอาตัวรอดบนเส้นทางภูเขาที่สวยงามของจังหวัดน่าน

ไล่เรียงราคาค่าตัวของกระบะสยามตัวท็อปที่มาครบทั้งอุปกรณ์และระดับของการลุยที่เข้มข้น ด้วยชุดขับเคลื่อนสี่ล้อ 

Toyota Hilux Revo GR Sport
ชื่อชั้นของกระบะพี่โตนั้นยืนยงคงกระพันมานานแล้ว สำหรับ Hilux Revo รุ่นท็อปสุด Gr Sport 2.8 6A/T 4WD วางเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD Super Power 1GD-FTV (High) เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ แถวเรียง 4 วาล์วต่อสูบ DOHC VN Turbo ชุดลดอุณหภูมิไอดี Intercooler กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร แรงพอที่จะไปแบบปลิวบนภูเขาแม้จะมีสัมภาระที่จะต้องนำไปให้กับเด็กๆบนยอดดอยสูง เครื่องยนต์ GD Super Power 1GD-FTV (High) ถูกปรับให้มีกำลังสูงขึ้นจาก 177 แรงม้า เป็น 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากของเดิม 450 นิวตันเมตร เพิ่มเป็น 500 นิวตันเมตร อันนี้ดีเลย การอัปเกรดเครื่องยนต์ในปี 2563 มีประจำการอยู่ใน REVO Rocco 2.8 และ Fortuner Legender 2.8 ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์มีการเปลี่ยนเทอร์โบให้ใหญ่ขึ้น  หัวฉีดเชื้อเพลิงคอมมอลเรลไดเรคอินเจ็คชั่น i-ART เพิ่มประสิทธิภาพในการฉีดจ่ายน้ำมันซึ่งตอนนี้ก็ไม่อยากให้ฉีดแรงเพราะแพงเหลือกำลังลาก ทั้งหมดทั้งปวงเป็นที่มาของแรงบิดอันน่าประทับใจของ Hilux GR รุ่นล่าสุด ราคา 1,299,000 บาท แพงกว่าใครเค้าทั้งหมดในกลุ่มกระบะรุ่นสูงสุด

Ford FX 4MAX
เครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ใน Ranger FX 4 Max เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ แรงบิดดีแต่ใช้รอบสูงกว่า Hilux GR เนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็กกว่า ความจุน้อยกว่า 800 ซีซี. มีน้ำหนักเบา ปล่อยมลพิษไม่มาก แรงบิดและแรงม้าจัดเต็ม ด้วยการบูสต์อากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วยเทอร์โบ 2 ลูก และอัตราทดเกียร์ที่แคบลง เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) ลูกสูบอะลูมิเนียม มีการหล่อซ้ำที่ขอบแอ่งหัวลูกสูบ Bowl Edge Re-Melt ระบบกรองน้ำมันเกียร์ Sump Filtration and ULV ปั๊มน้ำมันเกียร์ชนิดใบพัดแปรผันแบบเยื้องศูนย์ Off-Axis Variable-Displacement Vane Pump คลัตช์แบบ Rollover One-way Clutch (OWC) เครื่องยนต์ของ Ranger Raptor ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย แต่ใช้การกดสวิตช์ +/- ที่หัวคันเกียร์แทน กล้องมองหลังก็ไม่มีมาให้ แต่ความดีงามของ FX4 MAX ก็คือ ระบบบังคับเลี้ยว และช่วงล่างแสนสบาย ใช่ครับ ช่วงล่างของรถกระบะรุ่นนี้เหนือกว่ากระบะคู่แข่งราคา 1 ล้านบาททุกรุ่นทุกแบรนด์ ชุดแต่งอย่าง ระบบกันสะเทือนตราหมาจิ้งจอก FOX ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง AT ออลเทอร์เรนประสิทธิภาพสูง รุ่น KO2 จาก BF Goodrich ขนาด 265/70 R17 ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ และการออกแบบในสไตล์ของ Ford พร้อมช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch ที่มีช่องต่อ AUX ถึง 6 ตำแหน่ง การแปลงร่าง FX4 MAX เป็น Baby Raptor แม้จะมีอุปกรณ์และฟังก์ชันการใช้งานที่ด้อยกว่า Ranger Raptor ของแท้ แต่การลุยและการขับบนไฮเวย์นั้น FX4 MAX ทำได้ใกล้เคียง สิ่งที่แตกต่างก็คือราคา เนื่องจาก Raptor นั้นแพงกว่าเกือบๆ 6 แสนบาทเลยทีเดียว เมื่อมองที่การขับอันดีงามของ FX4 MAX จุดเด่นก็คือความนิ่มนวลที่มากกว่ากระบะยกสูงขับสี่ทั่วไป เปิดราคามาที่ 1,189,000 บาท 

Nissan Navara Pro 4X
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ รุ่นล่าสุด รหัส YS23DDTT ความจุ 2.3 ลิตร 4 วาว์ลต่อสูบ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้มีการปรับสมรรถนะเพื่อความประหยัดและทำให้มีแรงบิดรอบต่ำเพียงพอต่อความต้องการในการเอาตัวรอดบนทางวิบาก เรหัส YD25 DDTi ประกอบด้วยพาราเรลพอร์ตฝาสูบ ที่ถูกปรับให้ดีขึ้น วาล์ว EGR มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยบายพาสอินเจคเตอร์แรงดัน 200 MPa ระบบอัดอากาศหรือเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบทวินเทอร์โบ ระบบเชื้อเพลิง ใช้หัวฉีดไฟฟ้าคอมมอลเรล-ไดเรคอินเจคชั่น พร้อมอัตราการบีบอัดต่ำ ให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มากพอที่จะส่งแรงบิดลงไปตะกุยทั้งสี่ล้อเพื่อเอาตัวรอดในเส้นทางออฟโรด ความจุถังเชื้อเพลิงดีเซล 80 ลิตร มีค่ามาตรฐานมลพิษค่อนข้างต่ำอยู่ที่ EURO-4 ระบบส่งกำลัง ใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล เกียร์บนเส้นทางภูเขายังตอบสนองได้ช้ากว่ารถคู่แข่ง แต่พวงมาลัยและช่วงล่างที่ดีของ Navara Pro 4X เข้ามาช่วยกู้หน้าในเรื่องความไม่ทันอกทันใจกับการตอบสนองของเกียร์บนทางลาดชันที่ช้ากว่าชาวบ้านอยู่นิดๆ ราคา 1,149,000 บาท ไม่ถูกไม่แพง กำลังพอดี ที่จะได้ก็คือ ช่วงล่างที่รับงานหนักได้ดี อาการกระด้างน้อยลง และพวงมาลัยที่แม่นยำ 

Isuzu D-MAX V-Cross 3.0 M 6AT 4×4
หน้าตาท่าทางบ่งบอกถึงพลานุภาพในด้านยอดขาย นี่คือกระบะที่ขายดีติดอันดับของไทย เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 4JJ3-TCX ขนาด 3.0 ลิตร 2,999 ซีซี. 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อม Turbocharger VGS แบบครีบแปรผัน และ Intercooler กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ดูจากตัวเลขสูสีกับ Navara Pro 4X  เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานได้ดีบนเส้นทางภูเขา แต่ท้ายจะเบาๆไปนิด เข้าแรงๆ ก็มีอาการอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้มากจนทำให้รู้สึกแย่ แค่ลดความเร็ว เจ้า D-MAX  ตัวท็อปก็จะกลับมาอยู่ในร่องในรอยเหมือนเดิม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อก็ทำงานคล้ายกับรถคู่แข่ง สามารถเอาตัวรอดได้ในสภาพเส้นทางที่ยากลำบาก แรงบิด 450 นิวตันเมตร เบ่งขึ้นดอยได้ไม่น้อยหน้า Ford Ranger และ Hilux REVO แต่ต้องกดคันเร่งไล่กันลึกหน่อยเพราะแรงบิดเป็นรองถึง 50 นิวตันเมตร ราคา 1,172,000 บาท สมเหตุผล จ่ายเพื่อความมั่นใจในบริการหลังการขายที่ถือว่าทำได้ดีมาก ลูกค้าใช้แล้วไม่อยากเปลี่ยนยี่ห้อ ว่ากันยังงั้น ส่วนอานุภาพ หรือพลานุภาพของ D-MAX V-Cross 3.0 4×4 นั้น ยังเป็นรองพี่โตที่มีแรงบิดมากกว่าชนิดกดเป็นพุ่ง ทางโค้งบนเขาทรงตัวได้ดี แต่ด้วยความที่ไม่ได้แต่งโช้คอัพหรือช่วงล่างมาเหมือนรถคู่แข่ง พี่ D-MAX V-Cross กับน้ำหนักบรรทุก 300 กิโลกรัม พอที่จะเอาตัวรอดบนเส้นทางน่านใต้ได้แบบไม่เหนื่อยมากนัก 

Mazda BT-50 DBL 3.0 SP 6 AT 4WD
ถ้าเป็นคนที่ชอบเดินทางพร้อมครอบครัวและรับกับความรู้สึกของช่วงล่างในรถปิคอัพได้ ก็ขอให้เลือกรุ่น 3.0 ลิตรไปเลย จะหมดปัญหาในเรื่องของแรงบิด ความคล่องแคล่วและการบรรทุกสัมภาระที่ให้กำลังเหนือกว่ารุ่น 1.9 สำหรับเจ้า BT-50 คันทดสอบซึ่งเป็นรถรุ่นสูงสุด DBL 4×4 3.0 SP 6 AT ค่าตัว 1,153,000 บาท วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรความจุ 2,999 ซีซี กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3.2 ของ Ford ที่ประจำการอยู่ใน BT-50 รุ่นท็อปสุดโฉมที่แล้วก็พบว่าเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรของ Ford ที่อยู่ใน BT-50 ตัวสุดท้ายมีกำลัง 200 แรงม้า และมีแรงบิดมากกว่าที่ 470 นิวตันเมตร แต่ความแข็งแกร่งทนทานและความเสถียรของเครื่องยนต์นั้น เครื่องดีเซล 3.0 ลิตร ของ D-MAX ที่วางอยู่ใน New BT-50 เหนือกว่าในด้านความเหนียว ระบบส่งกำลังก็ยังยกชุดเกียร์ของ new D-MAX มาให้ใช้ เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รถทดสอบรุ่นท็อปเครื่อง 3.0 ลิตร ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งเป็นชุดเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีขนาดกะทัดรัด ทอร์คคอนเวอร์เตอร์มีน้ำหนักเบาพร้อมระบบล็อกอัพที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มีการตอบสนองพอใช้ได้ เมื่อลองโยกคันเกียร์เพื่อเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเอง เกียร์ไหลลื่นพอใช้และเปลี่ยนเกียร์ได้ไม่ถึงกับเร็วมากนัก ฟิลลิ่งหลังพวงมาลัยเหมือน D-MAX V Cross ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสของการยึดเกาะ ความแม่นของพวงมาลัยและอาการเมื่อวิ่งผ่านผิวทางที่ไม่เรียบ 

MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD X
กระบะหน้าตำรวจอวกาศเกียบันคันนี้ วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น ระบบหัวฉีดแรงดันสูงของ Bosch มีแรงดันสูง 2000 บาร์ ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ EURO 4 ระบบควบคุมไอดีแบบแปรผัน ชุดระบายความร้อนของเครื่องยนต์แบบแยกส่วน แยกส่วนของฝาสูบและเสื้อสูบออกจากกันเพื่อการระบายความร้อนที่รวดเร็ว เหมาะสมกับทุกสภาวะของการใช้งาน ออกแบบเพลาข้อเหวี่ยงแบบเยื้องศูนย์ ลดแรงสั่นสะเทือนจากการหมุนและลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ รหัสเครื่อง 20D4N เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,996 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 92.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.9:1 กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนวล รวมถึงโหมดการขับมาตรฐาน 3 รูปแบบ เช่น Normal /Eco / Power หน้าตาอย่างที่บอกว่า ถ้าไม่ชอบก็เกลียดกันไปเลยกับชุดกระจังเว่อร์วังอลังการ ช่วงล่าง พวงมาลัย พอจะรับมือกับทางที่น่านใต้ได้ แต่ กำลังนั้นเป็นรองกระบะตัวท็อปของคู่แข่งทั้งหมด เรียกได้ว่าไล่กันเหนื่อยลิ้นห้อยถ้าพวก 500 นิวตันเมตรไปเต็มนี่ 375 ของ Extender นี่ต้องจุ่มคันเร่งกันจนมิดด้าม ทางตรงยาวเจอพี่ GR กับ FX 4 MAX ทิ้งเป็นทุ่ง ช่วงล่างกับพวงมาลัยก็ช่วยอะไรไม่ได้เมื่ อGazoo Racing ระเบิดพลังงานออกมา ไล่หูตาแตกยังไงก็ไม่ทัน โดยเฉพาะเส้นทางภูเขาที่มีโค้งหน้าตาแปลกๆ ดักอยู่เต็มไปหมด ไล่หนักๆ เข้าไม่ไหวก็ต้องยก ราคา 1,039,000 บาท

Autolifethailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และยาง Goodyear ร่วมกับสื่อสายรถยนต์ โดยเฉพาะสายยูทูปอย่าง Coke P /Day Dream Drive / Bangkok Autosalon / Manager ช่วยกันนำสิ่งของที่จำเป็นออกเดินทางจากกรุงเทพฯขึ้นไปยังโรงเรียนบนดอยสูงในจังหวัดน่าน เพื่อนำของอุปโภค บริโภคที่มีการร่วมบริจาก จากบริษัทห้างร้านต่างๆ ทำการมอบให้กับเด็กนักเรียนในเขตที่ห่างไกลและมีความยากลำบากในการหาซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น ต้นเรื่องก็อยู่ที่ นิธิ ท้วมประถม หรือบังเต้ย หัวเรือใหญ่ที่มีแนวคิดรวบรวมเพื่อนสื่อกับรถกระบะที่สามารถใช้งานได้อย่างสมบุกสมบัน แล้วออกเดินทางไปทำความดี เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นให้กับหลานๆบนพื้นท่ีที่ค่อนข้างยากต่อการเข้าถึง พร้อมๆ ไปกับการทดสอบสมรรถนะของรถกระบะรุ่นท็อปที่กำลังต่อสู้กันในตลาดรถปิกอัพของไทย 

เช้าวันแรกของการเดินทาง ผมเปลี่ยนจาก BT-50 มาเป็น Hilux REVO GR Sport พร้อมๆ กับความพยายามในการถ่ายน้ำหนักอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกระบะท้ายมีข้าวรัชมงคลของ Toyota กว่า 500  กิโลกรัมบรรทุกมาเต็มเพื่อนำไปบริจากให้กับวัดและโรงเรียนในจังหวัดน่าน ทำให้ท้ายของเจ้ากระบะ GR ถึงกับห้อยเลยทีเดียว หลังจากแบ่งกระสอบข้าวสารไปใส่รถ BT-50 ทำให้เหลือน้ำหนักกดท้าย 300 กิโลกรัม เป็นข้าวสารกระสอบใหญ่ที่ไม่ค่อยเคลื่อนที่แม้จะเทโค้งแรงๆ นั่นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะข้าวสารรัชมงคลที่บรรทุกมาเกือบเต็มกระบะหลัง ช่วยทำให้ท้ายรถนิ่งขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนที่เข้าโค้งเร็วๆ

ขบวนกล่องสุ่มกระบะสยามออกเดินทางกันแต่เช้าจากจุดแรกแถบถนนเอเซียก่อนถึงอยุธยา โดยมีจุดหมายที่ ชนินทร์การยาง (1995) จังหวัดนครสวรรค์ ชนินทร์การยางเป็นศูนย์บริการตรวจเช็ก ซ่อมบำรุงและดูแลยาง ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ยี่ห้อ Goodyear หนึ่งในผู้สนับสนุนของงานในครั้งนี้ หลังจากขับเข้ามาถึงก็มีการนำรถทดสอบเข้าไปตรวจเช็คเพื่อความมั่นใจในการขับทางไกล เจ้า MG Extender ที่ขับโดยตี้เดย์ดรีมไดรฟ์ มีอาการสั่นที่พวงมาลัย เลยโดนจับตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่ ทำให้อาการดังกล่าวหายเป็นปลิดทิ้ง เจ้าของชนินทร์การยางที่นครสวรรค์ยังมอบขนมสำหรับเด็กๆบนดอยสูงอีกเป็นร้อยกล่องเพื่อร่วมสมทบการทำความดีในครั้งนี้ 

GR สังเวยใบสั่งไปหนึ่งครั้งด้วยความเร็ว 132 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (พยายามเบาแล้ว แต่ไม่ทัน) คุณตำรวจแสนน่ารักยังเดินมาชมว่า Hilux รุ่นใหม่นั้นสวยจริงๆ โดยเฉพาะชุดแต่ง GR Gazoo Racing ผมยิ้มแห้งๆ แล้วควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าปรับ 500 บาทสำหรับความผิดพลาดในการใช้ความเร็วที่เกินกว่ากฏหมายกำหนด ออกจากนครสวรรค์เป็นทางตรงยาวแสนน่าเบื่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังอุตรดิตถ์ มีแอบทำความเร็วไล่ตามรถตำรวจอวกาศเกียบันที่ขับโดยแชมป์รถคลาสสิกในสนามแก่งกระจานอย่างน้องตี้ หรือที่แพนเรียกว่าไอ้ตี้ Extender ที่ไม่ได้แรงอะไรทั้งนั้น แต่ดันไปอยู่ในมือของนักขับระดับแชมป์แบบตี้ แถมยังมีลูกบ้าที่มาเป็นช่วงๆ เล่นเอารอบเครื่องของ Hilux GR ตวัดสูงอย่างต่อเนื่อง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 สายนครสวรรค์ – จุดผ่านแดนภูดู่ เป็นทางหลวงแผ่นดินสายหลักที่เชื่อมการขนส่งจราจรระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก และเป็นทางหลวงสายรองในช่วงจังหวัดพิษณุโลกถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมระยะทางตลอดทั้งสาย 396 กิโลเมตร

นับเป็นช่วงปลดปล่อยพลังงานของเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ด้วยการขับแบบไล่ล่ารถตำรวจอวกาศเกียบันแบบกัดไม่ปล่อย ส่วนรถนำข้างหน้าก็กลัวว่าจะถึงจุดหมายมืดค่ำ กดกระหน่ำกันอย่างเร็วบนเส้นทางภูเขา ทางหลวงชนบทหมายเลข 1339 ค่อยๆเพิ่มความลาดชันขึ้นไปเรื่อย จนไปสิ้นสุดที่หน่วยพิทักษ์ อช ลำน้ำน่าน เนินเขาที่สงบเงียบเหมาะกับการนั่งเล่นและกินกับข้าวอร่อยๆที่แพลุงตี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับน้องตี้เดย์ดรีมไดรฟ์ ผมแนะนำปลาส้มทอดไข่ ทอดมันปลายี่สกและผัดเผ็ดปลาคัง นั่นนับว่าเป็นอาหารสามจานที่มีรสชาติขั้นเทพแม้จะตั้งอยู่กลางป่ากลางเขาแต่ทำออกมาได้อร่อยกว่าร้านดีๆในเมือง จากนั้น ก็นั่งแพขนานยนต์ลงแม่น้ำน่านเพื่อข้ามไปยังท่าเรือหมู่บ้านประมงปากนาย ใช้เวลาข้ามแพขนานยนต์แค่ 20 นาที ก็ถึงท่าเรือที่เชื่อมต่อด้วยทางหลวงชนบทหมายเลข 1026 เส้นทางในช่วงเย็นสวยงามมากๆ จากทางลาดยางขึ้นลงเนินสูงชันพร้อมๆกับทัศนียภาพสองข้างทางของผืนป่าที่เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลและสีแดง ความสงบเงียบของเส้นทาง นานๆจะมีรถกระบะของชาวบ้านขับผ่านทำให้สามารถขับแบบเปิดกระจกเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบๆ ตัวระหว่างการเดินทาง 

596 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯมายังอำเภอนาหมื่นในจังหวัดน่าน Toyota Hilux GR สำแดงฤทธิ์เดชของการวิ่งทางไกลได้อย่างเด็ดขาด แรงบิด 500 นิวตันเมตร คือพลังของวการเบ่งบานความเร็วทางตรง Monotupe โช้คอัพแบบวาว์ลพิเศษที่ดีกว่าโช้คเดิม มาดมั่นในโค้งและยึดให้อยู่รถวิ่งอยู่กับร่องกับรอยได้ดีเอาเรื่อง พวงมาลัยค่อยข้างหนัก และชัดเจนว่ามันหนักกว่า FX 4MAX กระสอบข้าวช่วยถ่วงให้ท้ายรถนิ่งดีมากในโค้งแคบๆ ลองขยับพวงมาลัยแล้วเติมคันเร่งในโค้งเพื่อสร้างอาการท้ายกวาดแต่ข้าวสารสามร้อยกิโลกรัมกดท้ายเอาไว้อย่างนิ่ง น้ำหนักดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรค์ในการตะกายเนินสูง เรียกว่าขึ้นแบบพรวดพราดได้เลยไม่ต้องไปกลัวว่าจะคาอยู่กลางเนินแบบขึ้นไม่ไหวหรือขึ้นช้าเกินไป ช่วงเย็นก่อนค่ำเดินทางไปจนถึงวัดบ่อแก้ว เพื่อนำข้าวสารไปถวายพระครูพิพิธนันทสาร ท่านเจ้าอาวาส วัดบ่อแก้วที่ออกมาต้อนรับคณะเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยส้มตำและข้าวซอยรสเด็ด จบวันแรกด้วยความประทับใจใน Toyota Hilux REVO GR Sport ซึ่งครบเครื่องทุกอย่าง 

วันที่สองผมจับกล่องสุ่มเพื่อเลือกรถ ถ้าจับได้คันเดิมก็ต้องจับใหม่ แต่ไม่ต้องแล้วเพราะได้ขับ Mazda BT-50 รุ่นท็อป DBL 3.0 SP 6 AT 4WD กระบะ Zoom Zoom ที่มีอาการทุกอย่างคล้าย Isuzu D-MAX V Cross ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำของพวงมาลัย อาการโคลงตัวเมื่อเจอกับผิวถนนที่ไม่เรียบและความมาดมั่นที่อาจไม่เท่ากับ FX4 MAX  และ Hilux GR ซึ่งเป็นรถที่มีจุดเด่นด้านระบบรองรับและพลังงานในรูปของแรงฉุดลาก BT-50 วิ่งเร็วใช้ได้บนไฮเวย์ มีไล่ตามและขึ้นไปนำในบางจังหวะจะโคน ขับไม่ไกลในเช้าวันที่สอง คณะก็โดนต้อนลงไปล่องแก่งแม่น้ำว้า ในระยะทางที่ไม่ไกลและความยากในระดับเด็กอนุบาลยังอมยิ้ม แก่งน้ำว้า ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน เกิดจากธรรมชาติของน้ำ ไหลจากที่สูงลงไปยังที่ต่ำ ที่ตั้งแก่งอยู่บนทิวเขาหลวงพระบาง ไหลลงมาตามหุบเขาจนเกิดเป็นแก่งหินและวังน้ำวน สองฝั่งเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ หาดทรายเล็กๆ ที่ชาวบ้านนำฝูงวัวและควายมาเลี้ยงอยู่ริมน้ำในฤดูน้ำน้อย แก่งน้ำว้าตอนล่าง จุดเริ่มต้นจะอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม ระยะทางรวม 15 กิโลเมตร มีจุดเล่นน้ำบนหาดทราย ใช้เวลาล่องไม่นานนักประมาณ 2.5 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ขึ้นไปเปลี่ยนรถเพื่อขับไปเลี้ยงช้างที่ปางช้างน่าน 

Mazda BT-50 รุ่นท็อป DBL 3.0 SP 6 AT 4WD ขับได้ดีเหมือน D MAX V Cross เครื่องยนต์ DDi 3.0 ลิตร แรงบิด 450 นิวตันเมตร รับมือกับความลาดชันของเส้นทางได้ดี ทำความเร็วทางตรงก็ไล่ตามรถที่แรงกว่าอย่าง GR และ FX 4MAX ได้ไม่ถึงกับเหนื่อยมาก แต่ถ้าวิ่งเรื่อยๆ เป็นกระบะที่เน้นความสบายคล้ายรถเก๋ง กำลัง 190 แรงม้า พอเพียงต่อการใช้งานแม้จะมีกระสอบข้าวและสิ่งของที่จะไปมอบให้กับเด็กนักเรียนบรรทุกอยู่กว่า 400 กิโลกรัมก็ไม่ใช่ปัญหาในการดันตัวขึ้นภูสูง ที่ขายไม่ดีเพราะคาแลคเตอร์ Mazda เฉพาะแค่หน้าตายังไม่โดนใจลูกค้าเท่าที่ควร มันขายดีในออสเตรเลียไม่ได้หมายความว่าจะไปได้สวยในไทย Mazda Sales Thailand ต้องหาทางสร้างจุดต่างให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดึงความสามารถของระบบรองรับสไตล์ Mazda ออกมาด้วยการปรับใหม่ หรือทำอะไรก็ได้ดีกว่าปล่อยให้ขายไม่ออก 

ช่วงบ่ายมีเวลาสั้นๆ กับ Pro 4X กระบะที่ผมเคยประทับใจบนเส้นทางบ้านใต้-แก่นมะกรูด อุทัยธานี มาวันนี้กับเส้นทางสั้นๆ มุ่งไปยังปางช้างน่าน Pro 4X มีพวงมาลัยและช่วงล่างดีโดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดันราคาให้ไปถึง 1.2 ล้าน เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ทำหน้าที่ได้ดีบนทางภูเขา  เกียร์ 7 สปีดเปลี่ยนอัตราทดตอบสนองช้าไปหน่อย เมื่อต้องใช้เกียร์ช่วย มันเป็นชุดส่งกำลังที่ตอบสนองไม่เร็วเท่าใจอยากได้ แต่พวงมาลัยที่แม่นยำและช่วงล่างที่ปรับมาใหม่ เข้ามาช่วยเรื่องเกียร์ช้าไม่ทันใจได้พอสมควร คุณจะชอบการยึดเกาะของส่วนหน้าขณะเลี้ยวเป็นวงซ้ายสลับขวาบนทางภูเขา ขับลงเนินเร็วๆก็เกาะถนนใช้ได้ เบรกดีเอาเรื่อง ตอนที่อยู่ใน BT-50 โดนน้องหมูที่อยู่ใน Pro 4X ตามกดจนก้นแทบไหม้ แสดงให้เห็นถึงช่วงล่างที่รับมือกับโค้งได้ดีกว่า BT-50 แต่ยังดีไม่เท่ากับ FX 4MAX อันนั้นเหมาะสมมากกับเส้นทางที่ต้องใช้กำลังดันตัวเองขึ้นไปบนยอดเนินแบบเร่งรีบ  Pro 4X สีเทากับชุดแต่งนั้นดูดีมาก ความสามารถอยู่ในระดับกลางๆ เป็นรองไม่มากเมื่อเทียบกับ GR และ FX4 MAX นี่ถ้าแรงบิด 500 นิวตันเมตรเท่ากันและได้เกียร์ไวกว่านี้จะดีที่สุดเลยละครับ 

มาที่ Ford Ranger FX4 MAX เครื่อง Bi Turbo 215 แรงม้า 500 นิวตันเมตร กับเกียร์ 10 สปีด และโช้คหมาป่าที่เจ๋งจริง ทำให้กระบะตัวก่อนเต็มของ Ford มีประสิทธิภาพสูงมากพอที่จะโลดแล่นได้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจบนทางภูเขา มันทำคะแนนการวิ่งได้สูสีกับ Hilux GR ที่มีราคาแพงกว่าแบบเบียดกันกระดูกแตก จุดที่เหนือกว่าก็คือ ระบบรองรับที่ใช้โช้ค FOX และพวงมาลัยไฟฟ้าที่เล็งไปตรงไหนก็ทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อคุณต้องใช้พวงมาลัยเยอะบนเส้นทางที่สูงชัน การหน่วงน้ำหนักพวงมาลัยใน FX 4MAX ทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายขึ้น โช้คอัพราคาแพงทำให้นั่งสบายบนผิวทางที่ขรุขระ จุดที่ไม่ค่อยชอบก็คือ มันไม่มีกล้องมองหลังและที่เหยียบหรือบันไดข้างที่ชอบโดนหน้าแข้ง นอกนั้นถือว่าทำคะแนนเกือบจะสูสีกับ Hilux GR Sport  

ปางช้างน่าน มีช้างอยู่ 6 เชือก เป็นตัวเมียทั้งหมดและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อ้วนท้วนทุกตัว ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช้างอ้วนทั้งหมด รับงานต้องรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปางช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด ไม่มีนักท่องเที่ยว เลยทำให้ช้างตกงาน ปางช้างน่าน ได้พาช้างกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้นำกลับมา 6 เลี้ยงไว้ที่สวนริมน้ำน่าน ระหว่างทางเข้าบ้านบุญเรืองต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน เป็นการชั่วคราว และได้จัดลานกิจกรรมไว้สำหรับเด็กๆเพื่อให้ได้มาเล่นพร้อมกับมานั่งดู ถ่ายรูป ให้อาหารช้างได้ ปางช้าง น่าน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-17.00 น. 

เช้าวันที่สาม ผมเปลี่ยนมาขับ Isuzu D-MAX V Cross 4×4 จากอำเภอเวียงสา ขึ้นไปยังโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงของน่านใต้ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดน พีระยานุเคราะห์ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม ใช้ทางหลวงชนบทหมายเลข 1168 มุ่งหน้าจากเวียงสาไปยังตำบลบ้านสว่างซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนของลาว ทางจากเวียงสา ระยะทางประมาณ 127 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบๆ สามชั่วโมง จากเส้นทางที่มีทางราบไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นทางภูเขาที่ค่อนข้างแคบและสูงชัน วิวสองข้างทางสวยงามเหมาะกับการขับรถเล่น แต่ก็ต้องใช้พวงมาลัยเยอะมากเพราะเส้นทางอุดมไปด้วยโค้งขึ้นลงเนินเกือบจะตลอดเส้น บางช่วงก็ต้องวิ่งอยู่บนสันเนินที่สูงชัน สองข้างทางเป็นหุบลึกที่ต้องใช้ความระมัดระวังให้ดีๆ D-MAX ไล่ตามหลังรถนำอย่าง Pro 4X อย่างไม่ลดละ แต่เนินชันที่หักพับลงอย่างหน้ากลัวทำให้ต้องใช้เบรกหนักๆไปตลอดทาง เปิดกระจกทีไรกลิ่นผ้าเบรกเริ่มจะไหม้โชยมาเข้าจมูกทันที แต่เบรกของ V-Cross ก็ไม่มีอาการเฟดหรือเบรกไม่อยู่ ยังสามารถใช้งานได้อย่างปกติ ผมใช้เกียร์ช่วยลดความเร็ว ด้วยการผลักคันเกียร์มาด้านขวาในตำแหน่ง +/- เพื่อซิฟเกียร์เองเพื่อช่วยหน่วงความเร็วขณะที่พุ่งลงเนิน ช่วยลดอุณหภูมิเบรกได้บ้าง โชคดีท่ีช่วงเช้า อากาศบนดอยแค่ 19 องศาฯ ทำให้อุณหภูมิของจานเบรกไม่สูงมากจนเบรกไม่อยู่ 

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 เป็นต้นมา การดำเนินการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่ตำรวจตระเวนชายแดน สำหรับจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ คือ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์และโรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ อีกทั้งในปี พ.ศ.2507 สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาล พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ได้พระราชทานการสนับสนุนและทรงอุปถัมภ์การดำเนินงานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอย่างกว้างขวาง โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินที่มีผู้บริจาคถวายโดยเสด็จพระราชกุศล นำไปจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และจะเสด็จฯ ไปทรงเปิดโรงเรียนด้วยพระองค์เองทุกแห่ง อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนคณะบุคคลต่างๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่งด้วย กิจการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ

จากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เยี่ยมเยียนราษฎร ได้ทรงทราบว่าเยาวชนในชนบทส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาทุพโภชนาการ ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งจะมีผลเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาด้านการศึกษาเพราะเมื่อเด็กเยาวชนมีสุขภาพไม่ดี ก็ไม่สามารถจะเข้ารับการศึกษาได้ดี จึงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยให้เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี พ.ศ.2523 ต่อมาทรงมีพระราชดำริว่าเด็กนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นสูงสุดจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแล้วแทบไม่มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงต่อไปได้ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนและขาดทุนทรัพย์ที่จะสนับสนุนได้ กอปรกับมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หากต้องการที่จะศึกษาต่อก็ต้องเดินทางเข้ามาศึกษาในสถานศึกษาของอำเภอหรือจังหวัด ซึ่งก็จะประสบกับปัญหาในเรื่องที่พักอาศัยจึงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเด็กนักเรียนเหล่านี้โดยได้พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี มีสติปัญญาที่จะศึกษาต่อไปได้ ให้ได้รับการศึกษาต่อจนถึงขั้นสูงสุดตามระดับสติปัญญาความสามารถและความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการศึกษาต่อไปได้ รวมทั้งพวกที่ไม่มีสัญชาติก็มีพระราชประสงค์ให้ฝึกอาชีพที่สามารถใช้ได้ในท้องถิ่นนั้น จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน จึงได้มีโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกิดขึ้นทั้งสิ้น 8 โครงการ ได้แก่
1) โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
2) โครงการส่งเสริมสุขภาพการศึกษา
3) โครงการฝึกอาชีพ
4) โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
5) โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน
6) โครงการส่งเสริมสหกรณ์
7) โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก
8) โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้เด็กเยาวชนและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และด้อยโอกาสทางการศึกษาได้รับโอกาสเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนในเขตเมืองหรือเขตชนบท กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้พัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติงานใหม่สำหรับการให้การศึกษาเด็กและเยาวชนตามแนวชายแดนและถิ่นทุรกันดาร โดยกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คือ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดโอกาสของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ไกลคมนาคมหรือเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคงให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เสมอภาค และมีคุณภาพตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และในช่วงเวลานั้นเอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานคำแนะนำว่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนควรกำหนดปรัชญาให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอย่างแท้จริง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจึงได้กำหนดปรัชญาของโรงเรียนขึ้นว่า “สร้างภูมิปัญญา พัฒนาคุณภาพชีวิต สัมฤทธิผลความมั่นคง” ซึ่งสะท้อนบทบาทของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่สำคัญ 3 ประการ คือ บทบาทเป็นสถานศึกษา บทบาทเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และบทบาทเป็นหน่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน

สำหรับโรงเรียนบ้านน้ำตวง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สองในการขนสิ่งของไปให้กับเด็กนักเรียนในเขตทุรกันดาน โรงเรียนบ้านน้ำตวง ตั้งอยู่บ้านน้ำตวง หมู่ที่ 9 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2532 เดิม เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนบ้านกิ่วน้ำ เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงลุ่มน้ำน่าน( อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ) บ้านกิ่วน้ำ และบ้านน้ำตวง กลุ่มที่ 1 ต่อมาได้แยกตั้งเป็นโรงเรียนเอกเทศเมือวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ชื่อว่าโรงเรียนบ้านน้ำตวง โรงเรียนอยู่ห่างจากอำเภอแม่จริมระยะทาง 49 กิโลเมตร และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 ระยะทาง 89 กิโลเมตร จัดการศึกษา 3 ระดับ ได้แก่ ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีเด็กนักเรียนประมาณ 300 คน 

วันสุดท้ายในการขับมุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัดน่าน ความเร็วที่ใช้ในช่วงเย็นก่อนถึงร้านกาแฟในตัวเมืองน่านยังคงเร็วจี๋อยู่เหมือนเดิม Isuzu D-MAX แสดงออกถึงความสามารถในการไล่ตามรถที่มีแรงบิดมากกว่าอย่าง FX 4MAX และ Hilux GR Sport แม้จะเข้าโค้งได้ไม่เนียนเท่าแต่ก็เอาตัวรอดมาได้ เป็นรถที่มีไดนามิกในระดับกลางๆ แรงบิดที่ถูกรีดจนถึงรอบสูงสุดทำให้มีความกระฉับกระเฉงเมื่อเอาขึ้นไปไต่ยอดภูสูง ถือว่าทำได้ดีพอประมาณ ไม่ได้เจ๋งเท่ากับคู่แข่งที่กล่าวมาทั้งสองคัน แต่ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว 

MG Extender X กระบะอวกาศไม่ได้มาแค่หน้าตาที่แปลกประหลาด ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ใช้ได้ ทำให้การควบคุมบนเส้นทางภูเขามีความสนุกแอบแฝงอยู่ แต่แรงบิดที่ไม่ถึง 400 นิวตันเมตร ถ้าขับเร็วๆไล่ตามรถที่มี 500 นิวตันเมตรนั้นเหนื่อยแน่นอน ระบบส่งกำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอดการทดสอบทั้งไปและกลับ ไม่เกิดปัญหาแม้จะถูกเข่นอย่างโหดในช่วงเส้นทางภูเขา MG ต้องปรับเรื่องของแรงบิดให้มากกว่านี้หากคิดจะทำตลาดในไทย ซึ่งถือเป็นประเทศที่ผลิตรถกระบะดีๆ ป้อนสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง 

เช้าวันสุดท้ายที่หน้าโรงแรมเวียงแก้ว โรงแรมที่พักแนวคลาสสิกที่ทำให้คิดถึงโรงแรมสวยๆในหลวงพระบาง เวียงแก้วเป็นโรงแรมที่สงบไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการพักผ่อนสำหรับคนที่มาเที่ยวในจังหวัดน่านแล้วอยากพักในตัวเมือง ผมเดินไปขับ Fortuner GR Sport แยกกลับกรุงเทพมาก่อนเนื่องจากติดภารกิจรับคุณภรรยา ส่วนทีมทดสอบกล่องสุ่มกระบะสยาม ทำการรวมทีมประชุมกันแต่เช้าเพื่อทำการทดสอบครั้งสุดท้ายในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับด้วยสถานีออฟโรดบนเส้นทางเขาสวนยาหลวง ยอดเขาสูงชันที่มีเส้นทางวิบากขึ้นไปบนสันเนินที่งดงาม ทำให้มองเห็นภูมิประเทศของเขตน่านใต้ได้กว้างไกลมาก 

ตามความคิดเห็นส่วนตัว Toyota Hilux REVO GR Sport ทำคะแนนนำในเกือบจะทุกแง่มุมของการขับ น้ำหนักเกือบๆสามร้อยห้าสิบกิโลกรัมที่บรรทุกอยู่ในกระบะท้ายไม่ส่งผลกระทบต่อการสปีดตัวเองขึ้นเนินสูงชัน ระบบขับเคลื่อนมีกำลังเหลือเฟือ ช่วงล่างโช้ค Monotube ทำหน้าที่ได้ดี บวกกับน้ำหนักที่ค่อนข้างมากของพวงมาลัย ขับสนุกสุดๆ และทำให้รู้สึกอยากได้อยู่เหมือนกัน 

Ford FX 4MAX ทำได้เกือบจะเท่ากับ GR Sport และบางจุดทำได้ดีกว่า เช่น การซับแรงสั่นสะเทือนของโช้ค FOX ที่ช่วยทำให้สบายตัวขณะลุยทางวิบากและการใช้ความเร็วบนเส้นทางภูเขา แรงบิด 500 นิวตันเมตร เท่ากับ Hilux GR แต่ความจุน้อยกว่า ทำให้ต้องใช้คันเร่งลึกกว่าเล็กน้อยในการไล่ล่ากระบะ GR น่าเสียดายที่ไม่มีกล้องมองหลัง ราคาขนาดนี้ควรจะใส่มาให้ได้แล้วละครับ 

Pro 4X ของ Nissan เป็นรถที่ทำคะแนนได้เหนือกว่า BT-50 และ D-MAX V-Cross รวมถึง MG Extender แต่เกียร์ 7 สปีดที่ตอบสนองค่อนข้างช้าบนเส้นทางภูเขาทำให้มันตกเป็นรอง FX 4MAX และ Hilux GR Sport นิดหน่อย ช่วงล่างและพวงมาลัย ตลอดจนความโหดของรูปลักษณ์ด้านหน้า สีตัวถังและชุดแต่ง ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ลองขับรถกระบะของ Nissan 

Isuzu D-MAX V-Cross เป็นรถแนวผสมผสาน ออกมากลางๆ ทำคะแนนได้ดีในด้านความสบายหลังพวงมาลัยและความสามาถในการไล่ตามรถที่มีแรงบิดเยอะกว่า ช่วงล่างดูเหมือนจะธรรมดา แต่ขับแล้วมั่นใจพอใช้ได้ สนุกในเวลาที่ต้องการและซัดหนักๆ ได้โดยมีอาการไม่มากนัก (มีน้ำหนักบรรทุกจากกระบะท้ายสามร้อยกิโลกรัม) ขับทางราบไปตรงๆ หรือใช้แรงบิดอย่างเต็มเหนี่ยวเพื่อตะกายขึ้นเนินสูงอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้ เครื่อง 3.0 ลิตร ความจุเยอะสุดในกลุ่ม ทำแรงบิดได้ 450 นิวตันเมตร 

Mazda BT-50 ทุกอย่างของรถนั้นโอเคเลย เป็นรถปิกอัพยกสูง 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ทำออกมาดีพอสมควร ยกเว้นช่วงล่าง กับสัมผัสของพวงมาลัย ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของกระบะ Mazda แต่พอมาใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ Isuzu new D-MAX ช่วงล่างที่โดดเด่น กับพวงมาลัยอย่างคม และมีความแม่นยำในรถรุ่นที่แล้ว หายไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณเป็นคนที่ขับไม่เร็ว อาการดังกล่าวแทบจะไม่รู้สึก แต่ถ้าเป็นพวกเท้าหนักสายโหด ชอบใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง ลงคันเร่งลึกบ่อยๆ และเคยครอบครอง Mazda BT-50 โฉมที่แล้ว คุณจะรู้สึกได้ถึงความย้วยเมื่อลองขับ อาการย้วยและกระเด้งกระดอนเมื่อวิ่งตัวเปล่าไม่ได้บรรทุกสัมภาระ ยังคงเกิดกับ D-MAX และ BT-50 แต่แลกกลับด้วยความทนทาน ไม่จุกจิกกวนใจ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างนั้นไม่ได้สลับซับซ้อนหรือใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอะไร ออกแนวถึกทนอยู่รับใช้กันนานปี เหมือนมี Isuzu อยู่ในบ้าน ซึ่งมีหน้าตาเป็นรถ Mazda ทั้งสองคันขับแล้วเหมือนกันยังกับฝาแฝด 

MG Extender X กระบะตำรวจอวกาศเกียบัน ตะบันกันทุกโค้งแบบใส่มาเกือบจะเต็มข้อ เรี่ยวแรงน้อยที่สุด หน้าตาประหลาดสุดๆ น้ำหนักตัว 2 ตันกับการใช้เครื่องยนต์ดีเซลความจุแค่ 2.0 ลิตร คงไม่ต้องสืบในเรื่องของสมรรถนะด้านอัตราเร่ง เจ้า Extender DC 2.0 GRAND 4WD สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 13 วินาที ค่อนข้างจะอืดไปนิดเมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า อย่างที่บอกว่า กำลังแรงบิด 375 นิวตันเมตร ถ้าไม่ได้บรรทุกมาเต็มพิกัด ก็พอจะได้อยู่บ้างสำหรับการขับแซงรถช้าที่ต้องกะระยะกันให้ดีๆ แต่ถ้าบรรทุกกันแบบเต็มเหนี่ยว วิ่งไปเรื่อยๆ โล่งจริงๆแล้วค่อยแซงจะเป็นการขับที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์มากกว่า พวงมาลัยของ MG Extender เป็นแบบเพาเวอร์สายพานไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้าเหมือนของ Ford Ranger FX4 MAX ให้สัมผัสที่พอใช้ได้ ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป เมื่อขับเร็วก็มีการหน่วงให้น้ำหนักของพวงมาลัยตอบสนองได้อย่างที่ควรจะเป็น การเปลี่ยนทิศทางหรือการเลี้ยวกลับลำทำได้ตามาตรฐาน แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์มีน้อยกว่ารถปิกอัพคู่แข่งเนื่องจากใช้เครื่องเล็กแค่ 2.0 ลิตร เสียงเครื่องยนต์เวลาจอดเดินเบาอยู่กับที่ก็ไม่ได้ดังมากมายอะไร ถ้ากล้าพอที่จะเอาเครื่อง 2.5 ลิตรมาลงก็จะดีกว่านี้มาก MG คงไม่คาดหวังกับยอดขายของรถกระบะรุ่นนี้มากนักเนื่องจากตั้งราคามาสูสีซึ่งก็ควรจะยั่วใจคนที่อยากได้มากกว่านี้ด้วยการกดราคาให้ถูกลง MG Extender DC Grand 4WD X 6AT ราคา 1,039,000 บาท และเห็นบนถนนน้อยมากจริงๆ 

ขาดแค่ Mitsubishi Triton เท่านั้นที่บริษัทฯ ไม่มีรถทดสอบให้เอาไปเปรียบเทียบ ไม่งั้นจะครบเครื่องมากกว่านี้ เส้นทางภูเขาในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะฝั่งใต้ยังคงสงบและสวยงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนที่ยังพอมีไอเย็นตอนเช้าให้ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสายบุญที่ชอบไหว้พระตามวัดต่างจังหวัดพร้อมทำบุญเพื่อความสบายใจ วัดโบราณสวยๆ อายุหลายร้อยปีในจังหวัดน่านมีให้เข้าไปกราบสักการะเยอะมาก ในเมืองมีร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย รวมถึงร้านกาแฟสไตล์คลาสสิกที่น่านั่ง ออกไปเที่ยวพักผ่อนนอกเมืองคุณจะพบกับความงดงามของเทือกเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา ถ้าลงมาจากฝั่งแพลุงตี้ ต้องโทรจองกันให้เรียบร้อย เพราะแพขนานยนต์ ถ้าไม่มีคนใช้บริการ พี่เค้าก็จะจอดไม่วิ่งไปมาในยุคน้ำมันแพง ขอจบทริปกล่องสุ่ม กระบะสยามแต่เพียงเท่านี้ พบกันในทริปโอเคเบตง ปลายปีครับ. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign