Tuesday, September 21, 2021
Google search engine
Homeข่าวล่าสุด“แอปเปิ้ล สีสะเหงียน” เปิดใจเล่ากว่าจะเป็นไม่ใช่เรื่องง่าย ...

“แอปเปิ้ล สีสะเหงียน” เปิดใจเล่ากว่าจะเป็นไม่ใช่เรื่องง่าย 2021-08-09 17:10:42

ข่าวด่วน

อีกหนึ่งดาราหน้าเด็กในวงการบันเทิง “แอปเปิ้ล สีสะเหงียน” คุณแม่ยังสาวของ “น้องจูนี่” และ “น้องจูน่า” แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมีลูกสาวทั้งสองมาเติมเต็มหัวใจ “แม่แอปเปิ้ล” และ “พ่อฟลุค จิระ” ให้เบิกบานในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะแอปเปิ้ลมีปัญหา PCOS ไข่ใบเล็กจำนวนมาก และพบติ่งเนื้อ หรือถุงน้ำในรังไข่ จนต้องหันกลับมาบำรุงไข่อย่างจริงจัง และพึ่งกระบวนการทางแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว

โดย “แอปเปิ้ล สีสะเหงียน” ได้เล่าว่า เริ่มปล่อยท้องตอนอายุ 30 ปี ซึ่งคิดว่าถ้าไม่คุมกำเนิดแล้วเดี๋ยวคงท้องธรรมชาติได้เอง เข้าใจว่าการท้องเป็นเรื่องที่ง่าย ก็ปล่อยธรรมชาติประมาณ 3-4 เดือน แต่ก็ไม่ท้อง และเปิ้ลมีปัญหามีประจำเดือนมาไม่ค่อยปกติ แล้วก็เริ่มเป็นกังวัลเพราะคิดว่าไม่ง่ายเหมือนคนทั่วไป จึงเริ่มศึกษา เริ่มเสิร์ชในเน็ต ลองวิธีนับวันไข่ตก ประมาณ 3 เดือน ก็ยังไม่ท้อง พร้อมกับตอนนั้นอยากมีลูกปีกุน จึงปรึกษากับพี่ฟลุคว่าผิดปกติแล้วล่ะ และก็เริ่มกังวัลแล้วว่าถ้าช้ากว่านั้นก็จะหลุดปีกุนแล้ว เลยเริ่มไปปรึกษาหมอ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาผู้มีบุตรยากอะไร ว่าสเต็ปการรักษามีอะไรบ้าง ก็ทำตามสเต็ปของคุณหมอ คุณหมอจึงให้เริ่มวิธีใกล้เคียงธรรมชาติก่อน นั้นคือการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) โดยเริ่มกระตุ้นไข่ด้วยยาฉีดเข้าที่หน้าท้อง แต่พอวันนัดอัลตร้าซาวด์ดูไข่ ปรากฏว่าเปิ้ลมีไข่ใบเล็กๆ เต็มไปหมด คุณหมอจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็น PCOS คือภาวะที่ในรังไข่มีไข่เยอะ ซึ่งไข่พวกนี้มักจะไม่ตก หรือถ้าตกก็จะไม่ค่อยปฏิสนธิ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายไม่ค่อยสมดุล ซึ่งหลังกระตุ้นไข่รอบนั้นเปิ้ลไข่โต 1 ใบ ขนาด 18 มิลลิเมตร และหมอก็ฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าติดแล้ว มีอาการไข้ ตัวร้อนๆ รุมๆ คิดว่าจะท้องแล้ว แต่ก็ไม่ท้อง รอบนั้นก็เฟลไป ไม่ติด

เปิ้ลเคยตรวจเจอ “ติ่งเนื้อ” หรือ “เนื้องอก” ที่มดลูก เมื่อ2ปีก่อนที่จะทำอิ๊กซี่ และซึ่งตอนนั้นมาตรวจเพื่อเช็คใหม่ว่ามันโตรึเปล่า แต่ว่าตรวจแล้วมันก็ไม่โต แล้วคลินิกแรกแนะนำว่าต้องไปผ่าติ่งเนื้อตัวนี้ออกเพราะไปขัดขวางที่มดลูก ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้ แล้วเปิ้ลกลัวมาก และช่วงที่พักเบรคเราก็เฟลมาก คิดว่าที่ผ่านมาไม่ติดเพราะติ่งเนื้อรึเปล่า ฟุ้งซ่านมาก ตอนนั้นก็คิดว่าอาจจะเป็นมะเร็งรึเปล่า แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เลย

เปิ้ลจึงไปตรวจอีกโรงพยาบาลนึง แต่ไม่ใช่แผนกมีบุตรยาก แค่ตรวจภายใน ก็ไปตรวจแบบจริงจังมาก หมอก็บอกว่ามีติ่งเนื้อจริงๆ ขนาด 1 ซม. แต่ 1 ซม.สำหรับเปิ้ลไม่เล็กนะ ซึ่งหมอแนะนำว่า ห้ามผ่าออกเด็ดขาด เพราะถ้าผ่าจะเป็นพังผืดเลย ตอนนั้นก็อ้าว ทำไมไม่เหมือนกันเลย แต่ก็ตัดสินใจไม่ผ่า ซึ่งจริง ๆ ช่วงนั้นเปิ้ลซื้อประกันไว้เต็มเลย คือกังวลมาก คิดว่าตัวเองจะตาย คือเครียดและร้องให้เกือบทุกวันเลย

และช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันกับที่ได้รู้จักครูก้อย ได้คุยกับครูก้อยแล้วทำให้สบายใจขึ้น ตอนนั้นครูก้อยก็แนะนำเปิ้ลว่า ไข่ของเปิ้ลใบเล็ก เพราะฉะนั้นการจะทำเด็กหลอดแก้วให้ประสบความสำเร็จในครั้งแรกไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ต้องมีการบำรุงไข่ เปิ้ลจึงตัดสินใจบำรุงคัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกินเพื่อไปทำอิ๊กซี่เลย เพราะครูก้อยบอกว่า การทำ IUI โอกาสสำเร็จมีแค่ 10 % และเปิ้ลอยากท้องแล้ว ไม่อยากเสียเวลา อย่างที่บอก คือ อยากมีลูกปีกุน

แล้วเราก็ถอยมาตั้งหลักกันประมาณ 3 เดือน และเป็นช่วงที่เปิ้ลซีเรียสมาก ตอนแรกเปิ้ลก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วครูก้อยพูดมาคำนึงว่าอยู่ที่ความจริงจังของน้อง ว่าน้องจริงจังแค่ไหน เปิ้ลจึงลุกขึ้นมาจริงจัง และคุยกับพี่ฟลุคด้วย พี่ฟลุคเป็นผู้ช่วยที่ดีมาก เพราะเป็นคนเตรียมหาอาหารให้ ช่วงที่บำรุงตื่นเช้ามาก็กระดกน้ำมะกรูดคั้นสด กินน้ำผักผลไม้ปั่น กินไข่ วันละ 2 ฟอง กินอะโวคาโด้ กินโปรตีนเสริมอาหาร วันละ 2 ซอง และกินโฟลิค วิตามินบำรุงไข่ สำหรับเตรียมตั้งครรภ์ งดหวาน เลิกกินชาไข่มุก

พอบำรุงเสร็จเปิ้ลก็เปลี่ยนมาทำคลินิกที่ครูก้อยแนะนำ สิ่งแรกที่เปิ้ลถามคุณหมอ คือ เรื่อง “ติ่งเนื้อ”คุณหมอพูดกับเปิ้ลว่า ไม่ต้องไปคิดมาก คุณหมอเปรียบเทียบว่ามันแค่สิว โอ้โห…เหมือนกับทุกอย่างแบบ..โล่งออกมาเลยอะ มันแค่สิวเองเหรอคะคุณหมอ มันแค่สิวเอง อย่าไปคิดมาก คือถ้าเราจะท้องมันไม่ได้อยู่ที่สิวตัวนี้หรอก

และก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่ ซึ่งก็โชคดีตรงที่ว่าเรามีประวัติเก่า ว่าเราไม่ค่อยได้รับการตอบรับที่ดีจากยาตัวนี้ หมอก็เปลี่ยนยาให้เลย และเปิ้ลได้ความรู้จากครูก้อยเยอะมาก รวมถึงเข้าใจกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วมากขึ้น รู้ไปถึงระดับเซลล์เลยว่า แบบไหนเรียกว่าเซลล์ไข่สวย ตัวอ่อนหลังปฎิสนธิแบ่งตัวอย่างไร หลังฉีดกระตุ้นไข่ค่อนข้างได้รับการตอบสนองที่ดี ไข่โต 20 -22 ซม. มีไข่ประมาณ 24 ฟอง เก็บไข่ได้ 17 ใบ เป็นไข่สุก 14 ใบ แล้วนักวิทยาศาสตร์ก็จะคัดสเปิร์มที่แข็งแรงของฝ่ายชายเจาะไข่แบบ 1 ต่อ 1 ได้ตัวอ่อน Day 1 ปฏิสนธิ 8 ตัว เลี้ยงจนถึง Day 3 เหลือ 5 ตัว และDay 5 เหลือ 5 เท่าเดิม! ซึ่งครูก้อยบอกว่าตามสถิติแล้ว ตัวอ่อน Day3 ไปเป็น Day5 ถึงบลาสโตซีสท์ 50 % ก็ถือว่าดีมาก แต่ของเปิ้ลถึง 100% ครูก้อยบอกว่าสุดยอดมาก เปิ้ลก็ส่งรูปตัวอ่อนของเปิ้ลให้ครูก้อยดู ครูก้อยบอกว่าตัวอ่อนของเปิ้ลสวยมาก แตกเซลล์เหมือนดอกไม้เลย

ตอนนั้นคุณหมอก็เลือกตัวอ่อนที่เป็นเกรด A ที่ดีที่สุด 3 ตัว และให้เปิ้ลกับพี่ฟลุคเป็นคนเลือกเอง วันนั้นเลือกเบอร์ 6 เป็นเบอร์ที่สวย และถ้าทำอีกรอบจะเลือกเบอร์ 11 พอเลือกตัวอ่อนเสร็จแล้ว ด้วยอายุ 31 ปี คุณหมอบอกว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจคัดโครมาโซม เพราะอายุยังไม่ถึง 35 โครโมโซมมักจะไม่ค่อยผิดปกติ

จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมผนังมดลูก คือกระบวนการนี้หลังได้ตัวอ่อนหมอจะให้พักมดลูก 2 เดือน ของเปิ้ล เปิ้ลไม่พัก อย่างที่บอกเปิ้ลอยากมีลูกปีกุน คุยกับหมอเลยว่าทำเลย ขอรอบเดีอนเดียว และหมอก็ให้ยามาทาน น่าจะเป็นยากดซากถุงไข่ และกดติ่งเนื้อด้วย เนื่องจากว่าภาวะ PCOS เวลากระตุ้นไข่มันจะมีไข่เยอะ มันจะมีซากถุงไข่เยอะ ถ้าเกิดเล็กลง ก็ใส่ได้ ปรากกฎว่าเล็กลงก็ได้ใส่ตัวอ่อนใน 1 รอบเดือน

และในช่วงที่พัก 1 รอบเดือน เปิ้ลก็มาเตรียมผนังมดลูกตามคัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน ของครูก้อยค่ะ โดยเน้นโปรตีน เพราะต้องเตรียมผนังมดลูกให้หนาตัว และแข็งแรง พร้อมฝังตัวอ่อน ครูก้อยบอกว่าในช่วงนี้ให้เน้นโปรตีนมากๆ เพราะว่าเราเร่งรัดเตรียมรอบเดือนเดียว เพราะเปิ้ลเคยเห็นภาพอัลตราซาวด์ผนังมดลูกของครูก้อยก่อนใส่ตัวอ่อน สวยมาก หนา 9 มิล เรียงสามชั้น ใสเป็นวุ้น เปิ้ลเชื่อว่าเดินตามครูก้อยแล้วจะถูกทางแน่นอน เปิ้ลก็ทานโปรตีนเยอะมากค่ะ ในช่วงนั้น แล้วก็ทานดอกคำฝอยช่วงมีประจำเดือน เพื่อขับประจำเดือนเก่าๆ ที่คั่งค้างออกไปให้หมด รวมถึงทำ Castor Oil Pack (แพ็คน้ำมันละหุ่งที่หน้าท้อง) เพื่อบำบัดมดลูกให้เลือดไหลเวียนดี ตามคำแนะนำของครูก้อยด้วย ถือว่าลอกทุกข้อเลยค่ะ

พอเตรียมผนังมดลูกเสร็จก็เตรียมใส่ตัวอ่อน คุณหมอชมว่าผนังมดลูกสวยมาก ตอนแรกขอหมอใส่ตัวอ่อน 2 ตัว หมอบอกว่าไม่ได้ เปิ้ลผอมสรีระไม่ได้ หมอบอกว่าไม่ต้องเผื่อ ใส่ตัวเดียวก็ติดแล้ว หมอมั่นใจมาก ผนังมดลูกเป๊ะ ตัวอ่อนสวย ตอนนั้นมีความหวังมาก ออกจากคลินิกให้คนขับรถขับเบาๆ ไม่ให้ไปถนนที่ขรุขระ ถึงบ้านก็ขึ้นบันไดครั้งเดียว ค่อยๆเดินขึ้นบันได กินนอนนิ่งๆ มีลุกเฉพาะตอนเข้าห้องน้ำ ต้องดูแลตัวเองไม่ให้ท้องผูกท้องเสีย พอ 4 วันผ่านไป เริ่มผ่อนคลาย ขึ้น วันที่ 6 ตรวจตั้งครรภ์เลย เพราะครูก้อยบอกว่า 7 วันเทสได้แล้ว เนื่องจากใส่ตัวอ่อนในระยะบลาสต์ หรือ Day 5 รวมอีก 7 วันเป็น 12 วันแล้ว ซึ่ง12วัน รกเริ่มผลิตแล้วจะตรวจเจอฮอร์โมน HCG

พอเทสเสร็จปุ๊บ เอาจริงๆ ความรู้สึกมันงง มันอึ้งมาก คนแรกที่แชทหาคือ ครูก้อยไม่กล้าบอกพี่ฟลุค เพราะเห็นขีดจางๆ ไม่แน่ใจ จนครูก้อยบอกว่า ท้องแล้วนะแม่เปิ้ล พร้อมบอกว่าขึ้นจางแค่ไหนก็ท้อง เพราะถ้าไม่ท้องจะไม่เห็นเลย พอบอกพี่ฟลุค ตอนนั้นพี่ฟลุคยังไม่เชื่อ มาเชื่อตอนไปเจาะเลือดถึงจะเชื่อว่าท้องแล้ว และตัวอ่อนในวันนั้นก็คือ น้องจูนี่ในวันนี้

ส่วนท้องที่ 2 เปิ้ลแค่เตรียมผนังมดลูกตาม “คัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน” ของครูก้อย และไปใส่ตัวอ่อนที่ฟรีซไว้ ใส่ครั้งเดียวติด “น้องจูน่า” เลยค่ะ สมใจคุณพ่อฟลุคเค้าล่ะ

ความรู้สึกที่มีต่อครูก้อย คือรักที่สุดและรู้สึกว่าทุกอย่างมีทางออกเมื่อคุยกับครูก้อย คือตอนแรกเปิ้ลรู้สึกว่าง่าย พอเจอปัญหา แล้วคุยกับครูก้อย มีทางออก ยากนะแต่มีทางออก แต่ที่สำคัญต้องมีวินัย








ข่าวล่าสุด

NEW18 Application

ติดตามอ่านข่าวสารได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน NEW18

Download on the App Store
Get it on Google Play

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments