Home ข่าวเด่น โควิดคร่าคนไทย ติดอันดับ 11 โลก "นิวไฮ" ตาย 119 ทำโรงพยาบาลปั่นป่วน

โควิดคร่าคนไทย ติดอันดับ 11 โลก "นิวไฮ" ตาย 119 ทำโรงพยาบาลปั่นป่วน

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่มีลด กลับทะยานทำนิวไฮถึง 119 ศพ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 ขณะที่ “หมอนิธิพัฒน์” ชี้โรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งในหัวเมือง มีผู้ป่วยโควิดที่อาการหนักและเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบ ทำหมอวิ่งวุ่นต้องวางมือจากการรักษาผู้ป่วยทั่วไปไปดูแลคนไข้โควิดที่อาการหนักแทน วอนช่วยกันเซฟกลุ่มคนสูงอายุ คนท้อง เด็กต่ำกว่า 5 ขวบ ให้รอดพ้นโควิด ส่วนการฉีดเข็มกระตุ้นในเด็ก ผู้ปกครองอย่ามัวลังเลเพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว ด้าน “หมอธีระ” เผยไทยมียอดผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 7 ของโลกและอันดับ 3 ของเอเชีย ส่วนผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 11 ของโลก จวกอย่าให้กลุ่มคนและกลุ่มธุรกิจที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมด้วยการฝ่าฝืนมาตรการสาธารณสุข ทำคนอื่นสูญเสียมากกว่านี้ ไล่รัฐไปหาทางควบคุมโรคดีกว่ามาคุยโวว่าปราบโควิดอยู่มือ เกาหลีใต้ไม่กลัวแล้วประกาศยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดเป็นครั้งแรกหลังเกิดการระบาดใหญ่กว่า 2 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของไทยทำนิวไฮอีกครั้ง โดยผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากถึง 119 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่ในกลุ่ม 608 ที่กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวัง

ตายพุ่ง 119 ศพ ติดเชื้อ 2 หมื่น

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 20,289 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 119 ราย เป็นชาย 70 ราย หญิง 49 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 97 ราย มีโรคเรื้อรัง 19 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 3 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 3,993,292 ราย ยอดหายป่วยสะสม จำนวน 3,741,758 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม จำนวน 26,629 ราย สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 3,110 ราย ชลบุรี 736 ราย นครศรีธรรมราช 726 ราย สมุทรปราการ 658 ราย นครปฐม 630 ราย นนทบุรี 622 ราย ร้อยเอ็ด 562 ราย นครราชสีมา 511 ราย บุรีรัมย์ 483 ราย ขอนแก่น 466 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 503,027,795 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 6,217,873 ราย

ย้ำปฏิบัติตัวเข้มสกัดโควิด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ห่วงใยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในไทยยังทรงตัวสูง ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ขอให้ทุกคนเข้มในการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อลดการติดเชื้อภายใต้ข้อกำหนดที่ ศบค. พร้อมขอลูกหลานพาผู้สูงอายุในครอบครัวไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิตหากติดเชื้อได้ รวมทั้งขอให้เด็กอายุ 12-17 ปี เข้ารับการฉีดเข็มกระตุ้นก่อนเปิดเทอมช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ เด็กอายุ 12-17 ปีที่เข้าสู่ระยะต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นแล้ว ควรเข้ารับวัคซีนก่อนเปิดเทอมช่วงเดือน พ.ค.2565 โดยเลือกรับได้ทั้งแบบเต็มโดสหรือครึ่งโดส ทั้ง 2 แบบมีประสิทธิภาพในการเพิ่มภูมิคุ้มกันไม่แตกต่างกัน

อาการหนักเพิ่มหลาย รพ.วิ่งวุ่น

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชา โรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถิติผู้เสียชีวิตจากโควิดช่วงสงกรานต์ยังทรงแบบขึ้นเล็กน้อย ไม่ต่างจากการเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุในช่วงเวลาเดียวกัน ที่น่าหวาดเสียวหน่อยคือจำนวนผู้ป่วยอาการหนักและผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจที่ลดลงแล้วกลับขึ้นไปใกล้เคียงช่วงก่อนเทศกาล โรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งในหัวเมืองกำลังวิ่งวุ่น ผันศักยภาพการดูแลผู้ป่วยทั่วไปมาดูแลผู้ป่วยโควิดอาการหนักที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เกือบทั้งหมดยังเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบ สัปดาห์หน้าคงเริ่มเห็นคลื่นกระเพื่อมว่าจะเล็กหรือใหญ่กันแน่

อย่าลังเลฉีดเข็มกระตุ้นเด็ก

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ระบุอีกว่า ปีนี้มีการผ่อนคลายให้ผู้คนเฉลิมฉลองตามสมควร ยังมีการฝ่าฝืนบ้างแต่ในภาพรวมพอจะเอาอยู่ ได้โปรดช่วยกันเซฟผู้สูงอายุ คนท้อง เด็กต่ำกว่าห้าขวบ ให้รอดพ้นจากโควิดมากที่สุด เมื่อพ้นจากเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเข้าสู่การเตรียมพร้อมเปิดเทอมกลางเดือนหน้า หนึ่งในมาตรการรองรับคือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นครั้งที่หนึ่ง (เข็มสาม) ให้เด็กอายุ 12-17 ปี หลังจากผ่านเข็มสองมาแล้วกว่าสามเดือน ผู้ปกครองบางคนกังวลเรื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบแทรกซ้อน ข้อมูลจากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งอเมริกา (US CDC) ได้ติดตามผลการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์เข็มสามในวัยรุ่น 2.8 ล้านคน ระหว่างวันที่ 9 ธ.ค.64-20 ก.พ.65 พบการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบแทรกซ้อนรวม 32 ราย ทั้งหมดเกิดในเพศชาย มี 27 ราย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ทุกรายปลอดภัยดี เมื่อคิดเป็นสัดส่วนการเกิดความผิดปกตินี้ต่อผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งหมดในช่วงอายุ 12-17 ปี คือ 11.4 รายในหนึ่งล้าน ลดลงกว่าเดิม 6-10 เท่าเมื่อเทียบกับการฉีดในเข็มที่สอง พบ 70.7 รายในหนึ่งล้านสำหรับอายุ 12-15 ปี และ 105.9 รายในหนึ่งล้านสำหรับอายุ 16-17 ปี สำหรับผลข้างเคียงอื่นๆ ไม่แตกต่างกันระหว่างเข็มสองกับเข็มสาม เห็นอย่างนี้แล้วผู้ปกครองที่ยังลังเลรีบเปลี่ยนใจกันได้แล้ว

พฤติกรรมเสี่ยงคุกคามสวัสดิภาพคน

ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ระบาดของไทยเมื่อวันที่ 14 เม.ย.จำนวนติดเชื้อใหม่รวม ATK สูงเป็นอันดับ 7 ของโลกและอันดับ 3 ของเอเชีย ขณะที่จำนวนเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 11 ของโลก ทั้งนี้จำนวนคนเสียชีวิตของไทยเมื่อวานนั้นคิดเป็น 15.41% ของการเสียชีวิตทั้งหมดที่รายงานของทวีปเอเชีย การใช้ชีวิตและทำมาหากินที่ไม่ปลอดภัย จะเป็นภัยคุกคามต่อสวัสดิภาพทุกคนในสังคม พฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่ป้องกันตัว ทำกิจกรรมและไปในสถานที่เสี่ยง ทั้งที่สังคมยังเผชิญกับการระบาดรุนแรงดังที่เป็นในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลต่อตนเองเท่านั้น แต่จะเป็นภัยคุกคามต่อสวัสดิภาพของทุกคนในสังคม ทั้งสมาชิกในบ้าน คนบ้านใกล้เรือนเคียง คนในที่ทำงาน รวมถึงคนอื่นในสังคมที่ต้องพบปะกับคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงนั้น

สูญเสียเพราะคนไม่รับผิดชอบ

รศ.นพ.ธีระ ระบุด้วยว่า เหตุการณ์ในจังหวัดต่างๆ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร อาทิ ถนนข้าวสาร รวมถึงสถานบันเทิงย่านรามอินทรา ที่เป็นข่าวใหญ่ช่วงสงกรานต์ ชี้ให้เห็นความเสี่ยงต่อการระบาดปะทุหนักขึ้นได้ เพราะมีเรื่องไม่ใส่หน้ากาก แออัด คลุกคลีใกล้ชิด อยู่กันในที่ระบายอากาศไม่ดี ระยะเวลาที่อยู่กันนาน แชร์ของร่วมกัน รวมถึงการเล่นสาดน้ำ ปืนฉีดน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในการปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ยามที่เกิดการระบาดปะทุรุนแรงขึ้น จนนำมาสู่ความสูญเสียชีวิต ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสังคมและเศรษฐกิจ คงจะไม่เป็นธรรมหากจะบอกให้ทุกคนทุกภาคส่วนในสังคมต้องมารับผิดชอบร่วมกัน เพราะความสูญเสียนั้นเกิดจากน้ำมือกลุ่มคนและกลุ่มธุรกิจส่วนน้อยที่ฝ่าฝืน ไม่รับผิดชอบ

ไปควบคุมโรคดีกว่าออกข่าวเอาอยู่

รศ.นพ.ธีระระบุอีกว่า หน่วยงานรัฐที่มีกฎหมายในมือแต่ไม่สามารถจัดการปราบปรามหรือป้องกันได้ สำนึก และความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกภาคส่วนจำเป็นต้องมี เพื่อประคับประคองให้เราอยู่รอดปลอดภัยจากโรคระบาด ใช้ชีวิตได้ ทำมาหากินได้ แต่ควรเป็นไปในแนวทางที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อสังคม ควรไปป้องกันควบคุมโรคให้ดีขึ้น ไม่ควรเสียเวลามาออกข่าวว่ายังเอาอยู่ รองรับได้ติดกันหลายหมื่น ปอดอักเสบ ใส่ท่อกันเกือบพัน ตายกันกว่าร้อยต่อวันนี่คือผลลัพธ์ที่ไม่ควรยอมรับ

ตลาดหลายแห่งสุขอนามัยไม่ดี

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลสำรวจอนามัยโพล ระหว่างวันที่ 1-11 เม.ย. พบมาตรการที่ตลาดปฏิบัติได้มากที่สุด คือ กำหนดจุดเข้า-ออกชัดเจนวัดอุณหภูมิก่อนเข้า แต่ความเสี่ยงที่พบคือ คนแออัด ไม่เว้นระยะห่าง พ่อค้าแม่ค้าตะโกนคุยกัน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และมีสุขอนามัยที่ไม่ดี เช่น ไม่ล้างมือ ทิ้งขยะไม่เป็นที่ เลี้ยงสัตว์บนแผงขายของ นอกจากนี้ยังมีขยะล้นถัง มีแมลงวัน หนู แมลงสาบ จึงขอเน้นย้ำตลาดทั่วประเทศ ให้คุมเข้มและปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting จัดระบบการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ดี ล้างตลาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ปรับสภาพแวดล้อมให้มีการระบายอากาศที่ดี พ่อค้าแม่ค้า ผู้ปฏิบัติงานในตลาด ควรคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าตลาดด้วยการประเมินผ่าน “ไทยเซฟไทย” หากพบเสี่ยงปานกลางหรือเสี่ยงสูงต้องงดให้บริการ และตรวจ ATK ทันที

ร้านอาหารละเลยจำกัดเวลากิน

อธิบดีกรมอนามัยกล่าวด้วยว่า สำหรับร้านอาหาร ผลสำรวจพบมาตรการปฏิบัติได้มากที่สุด คือทำความสะอาดโต๊ะ ที่นั่ง ทันทีก่อน-หลังใช้บริการ ส่วนที่ปฏิบัติได้น้อยที่สุด คือ การจำกัดเวลาทานอาหาร ขอให้ร้านอาหารทำความสะอาดโต๊ะทันทีหลังลูกค้าใช้บริการ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำทุก 1-2 ชั่วโมง จัดอุปกรณ์กินอาหารเฉพาะบุคคล กรณีจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ ต้องจัดถุงมือให้ผู้บริโภค จัดเจลแอลกอฮอล์ประจำโต๊ะหรือบริเวณที่เข้าถึงง่าย เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและโต๊ะกินอาหาร หรือให้ทำฉากกั้น จำกัดระยะเวลากินอาหารไม่เกิน 2 ชั่วโมง จัดระบบระบายอากาศที่ดี ห้องน้ำควรเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลาที่ให้บริการ

ผู้สูงวัยป่วยเล็กน้อยต้องรีบตรวจ ATK

อีกด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม กล่าวในรายการ Covid Forum ที่นี่มีคำตอบ จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ ถึงประเด็นในยุคโควิด-19 ดูแลกลุ่มเสี่ยงโรคและผู้สูงอายุอย่างไร? ว่า ช่วงที่ต้องพบปะคนหลากหลาย กลุ่มสูงอายุ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็ม 3 ด้วยชนิด mRNA เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระดับสูง ผู้สูงอายุหากป่วยแม้แต่ไข้เล็กน้อยบวกไอแห้งถี่ๆ ต้องตรวจ ATK ทันทีเนื่องจาก ศบค. รายงานข้อมูลผู้ที่เสียชีวิตพบว่าหลายรายได้รับการรักษาช้า เพราะคิดว่าไม่ได้ติดโควิด ประกอบกับบางส่วนไม่ได้รับวัคซีน การดูแลผู้สูงอายุนอกจากการรักษากายแล้วจำเป็นต้องให้กำลังใจ ดังนั้น การดูแลรักษาที่บ้าน (HI) ช่วยให้สภาพจิตใจผู้สูงอายุที่ติดเชื้อดีขึ้น ความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น หัวใจ ไต ปอด และยังมีปัจจัยจากการสูบบุหรี่ ทำให้อวัยวะที่ต้องสู้กับเชื้อไม่สมบูรณ์เท่ากับคนหนุ่มสาว รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะกลุ่มที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ติดเชื้อถือเป็นกลุ่มสีเหลืองทันที

ด้าน นพ.มนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบการสูญเสียในผู้สูงอายุ เพราะได้รับการรักษาช้า การดูแลผู้สูงอายุที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้ถือว่าเป็นกลุ่มสีเหลืองทันที ไม่ต้องรอให้มีอาการและต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที ขณะที่บางรายในกลุ่มไม่มีโรคประจำตัว ช่วยเหลือตัวเองได้อาจไม่จำเป็นต้องนอน รพ. รักษาที่บ้านได้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ส่วนยาต้านไวรัสมีความจำเป็นมากที่ต้องรับใน 3-5 วันหลังจากมีอาการ ตอนนี้มี 3 ชนิดคือ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาแพกซ์โลวิด ยาโมลนูพิราเวียร์ บางรายที่มีอาการแต่ยังตรวจไม่พบเชื้อ อาจจะต้องรักษาในเชิงป้องกัน เช่น การให้ยาทันทีเมื่อมีอาการ พร้อมกับพบแพทย์เพื่อประเมินการรักษา การติดเชื้อในกลุ่มที่อายุมากๆ มีความจำเป็นที่ต้องดูแลใกล้ชิด

โคราชดับอีก 5 ศพ ป่วยกว่า 2 พัน

ที่ จ.นครราชสีมา มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งจากการตรวจ RT-PCR และ ATK รวม 2,448 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 5 ศพ อำเภอที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูดสุดช่วงสงกรานต์มี อ.เมืองนครราชสีมา 249 ราย อ.ห้วยแถลง 228 ราย อ.ปักธงชัย 190 ราย อ.ขามสะแกแสง 180 ราย อ.สีคิ้ว 156 ราย อ.ปากช่อง 153 ราย อ.บัวใหญ่ 146 ราย อ.จักราช 140 ราย อ.ประทาย 135 ราย อ.โนนไทย 103 ราย อ.เทพารักษ์ 96 ราย อำเภอที่ไม่พบผู้ติดเชื้อมี อ.พิมาย อ.ครบุรี อ.เสิงสาง และ อ.เมืองยาง ผู้ป่วยเสียชีวิต 5 ศพ มี 1.ชายอายุ 76 ปี ชาว อ.เมืองนครราชสีมา มีโรคประจำตัวหลายโรค ไม่ได้ฉีดวัคซีน 2.หญิงอายุ 84 ปี ชาว อ.เมืองนครราชสีมา มีโรคประจำตัวหลายโรค ไม่มีประวัติฉีดวัคซีน 3.ชายอายุ 71 ปี ชาว อ.ครบุรี มีโรคประจำตัว ฉีดวัคซีน 2 เข็ม 4.หญิงอายุ 84 ปี ชาว อ.เมืองนครราชสีมา มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติรับวัคซีน 5.หญิงอายุ 76 ปี ชาว อ.ปักธงชัย มีโรคประจำตัวหลายโรคฉีดวัคซีน 3 เข็ม

จ.เลย ตายพุ่งวันเดียว 7 ราย

ที่ จ.เลย ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัด รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 361 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 321 ราย นอกพื้นที่ 40 รายและมีผู้เสียชีวิตวันเดียว 7 ราย อยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเลย 4 ราย อ.เชียงคาน 2 ราย อ.เอราวัณ 1 ราย ส่วนใหญ่อายุ 50-80 ปี และมีโรคประจำตัว สำหรับจังหวัดเลย อำเภอที่มีผู้ติดเชื้อโควิดมากที่สุด คือ อ.เมืองเลย รวม 3,051 ราย อ.วังสะพุง รวม 2,690 ราย อ.เชียงคาน รวม 1,451 ราย

ทำบุญให้ 150 ศพที่ตายโควิด

ที่วัดมหัตตมังคลาราม หรือวัดหาดใหญ่ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13-15 เม.ย. มีการจัดงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน รวมทั้งยังได้ทำพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เสียชีวิต มีทั้งคนไทยและชาวมาเลเซียที่ญาตินำมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดนี้รวม 150 ศพ มีลูกหลานญาติผู้เสียชีวิตมาร่วมพิธีจำนวนมาก โดยมีนางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รอง ผวจ.สงขลา เป็นประธานพิธี พระครูปลัดพลกฤต กลฺยาณธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด เผยว่า แม้ปีนี้ยังคงมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 แต่วัดได้ทำพิธีด้วยความรัดกุมปลอดภัยตามมาตรฐานของสาธารณสุข 1 ปีที่ผ่านมาวัดต้องรับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ถึงวันละ 4-6 ศพและได้นำเงินกองทุนของวัดที่มีกว่า 700,000 บาท ที่เก็บสะสมมาราว 10 ปี ช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากและนำมาใช้ในการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทำให้ขณะนี้เงินกองทุนของวัดเหลือน้อยเต็มที จัดทอดผ้าป่าประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อให้วัดสามารถดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์ประชาชนได้ต่อเนื่อง ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี วัดมหัตตมังคลาราม (งานสาธารณสงเคราะห์) เลขที่บัญชี 368-0-73457-3

คนบันเทิงยังติดโควิดต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์คนบันเทิงติดเชื้อโควิด-19 วันเดียวกัน พระเอกหนุ่ม “กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา” แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังตรวจ RT-PCR เจ้าตัวระบุว่า ไม่มีอาการอะไรพร้อมขออภัยผู้ใกล้ชิดและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่เจ้าตัวติดโควิด นอกจากนี้ยังมี “บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล” นักแสดงสังกัด GMMTV ติดโควิด-19 เช่นกัน และได้เข้าระบบรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้าน

เกาหลีใต้ประกาศยกเลิกข้อจำกัด

ที่เกาหลีใต้ได้มีการยกเลิกข้อกำหนดการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป ถือเป็นครั้งแรกที่ยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมด นับตั้งแต่การระบาดใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าทั่วไปเปิดให้บริการได้โดยไม่มีเคอร์ฟิวและไม่จำกัดจำนวนคน ทั้งจะอนุญาตให้รับประทานอาหารในโรงภาพยนตร์ โรงยิม รวมถึงสถานที่ทางศาสนาได้ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. เตรียมการใช้ชีวิตตามปกติต่อไป แต่ประชาชนยังต้องสวมหน้ากากอนามัยทั้งในและนอกอาคาร รัฐบาลจะทบทวนสถานการณ์และพิจารณายกเลิกการสวมหน้ากากภายนอกอาคารที่ถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลเมื่อวันที่ 15 เม.ย. มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเกาหลีใต้เพิ่ม 125,808 คน เป็นอัตราที่ต่ำกว่าระดับ 150,000 คน ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 264 ราย ทำให้มียอดสะสมผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ที่ 16.1 ล้านคน เสียชีวิตทั้งสิ้น 20,616 คน ปัจจุบันชาวเกาหลีใต้ 44.51 ล้านคน หรือร้อยละ 86.8 ได้รับฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ประชาชน 32.95 ล้านคน หรือร้อยละ 64.2 ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ขณะที่รัฐบาลเพิ่งเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 สำหรับผู้สูงอายุในสัปดาห์นี้

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign