Home ข่าวเด่น โควิดพุ่งลิ่ว หวัง มี.ค.ยอดป่วยลด ตั้งเป้า 4 เดือน ปลดเป็นโรคประจำถิ่น

โควิดพุ่งลิ่ว หวัง มี.ค.ยอดป่วยลด ตั้งเป้า 4 เดือน ปลดเป็นโรคประจำถิ่น

by admin
0 comment

ข่าววันนี้

  • ยอดป่วยโควิดพุ่งสูงลิ่ว ทำให้สถานการณ์กลายเป็นการระบาดที่หนักหน่วง-น่าห่วง จนมีการสั่งยกระดับระบบการรักษาทั้งแบบ HI และ CI รวมถึงใน รพ.สนาม
  • คาด มี.ค.ยอดป่วยโควิดลดลง หวังสงกรานต์ ได้ใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุด แย้มไม่สั่งห้ามเดินทางกลับภูมิลำเนา ยืนยันไม่กลับไป “ล็อกดาวน์” ไม่หวั่นหากยอดป่วยรายวันพุ่งแตะหลักแสน
  • โควิด-19 น่าห่วง นายกฯ ย้ำรักษาแบบยูเซ็ปเหมือนเดิม สธ.วางแผน 4 เดือนหลังจากนี้ หวังปลดโควิดออกจากการเป็นโรคระบาดใหญ่ เหลือแค่โรคประจำถิ่น พร้อมเร่งฉีดวัคซีนกลุ่ม 608 ลดป่วยหนัก-ตาย

สถานการณ์โควิดรอบนี้ในไทยยังน่าเป็นห่วง มีผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งกว่า 2 หมื่นรายติดต่อกัน ตัวเลข “นิวไฮ” ล่าสุดเสียชีวิต 41 คน ติดเชื้อทะลุเกือบ 2.5 หมื่นคน ยิ่งถ้าบวกกับผลตรวจ ATK ยอดรายวันอาจสูงลิ่วกว่าที่เห็น ดังนั้นยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แม้สายพันธุ์ “โอมิครอน” จะไม่ร้ายกาจเท่า “เดลตา” แต่ถ้าเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วรักษาช้าเกินไป ก็มีสิทธิ์ตายได้เหมือนกัน ล่าสุด นายกฯ สั่งยกระดับการรักษาตัวแบบ HI และ CI รวมถึงใน รพ.สนาม หลังสถานการณ์โควิดปะทุจนน่าเป็นห่วง และย้ำรักษาแบบยูเซ็ป (UCEP) เหมือนเดิม โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศเตือนภัยระดับ 4 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และวางแผนจะปลดโควิดออกจากการเป็นโรคระบาดใหญ่ ให้เหลือแค่โรคประจำถิ่น !!!

หวัง มี.ค.ยอดป่วยลด เผย “สงกรานต์” ปีนี้ไม่ห้ามเดินทาง

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิดฯ ว่า คาดหวังว่าเดือน มี.ค.ผู้ป่วยจะค่อยๆ ลดลง หวังว่าช่วงสงกรานต์เราจะได้ใช้ชีวิตใกล้เคียงกับสงกรานต์ปกติมากที่สุด แต่คงเป็นปกติเหมือนช่วงก่อนมีโควิดไม่ได้ คงต้องเป็นสงกรานต์แบบโควิด โดย กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณา คาดว่า 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือแล้วแจ้งประชาชนให้ทราบว่า สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้จำกัดการเดินทาง ประชาชนไปดูแลบุพการีได้ด้วยความระมัดระวัง และตามมาตรการที่เหมาะสม ทำบุญได้แต่การฉลองในที่เสี่ยงต้องงด มาตรการน่าจะเป็นเช่นนี้

ยันไม่กลับไป “ล็อกดาวน์” ไม่หวั่นหากยอดป่วยรายวัน พุ่งแตะหลักแสน

เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้ป่วยที่สูงขึ้นมากขณะนี้ มีมาตรการรองรับอย่างไร พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า มีมาตรการออกมาต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์แก้โควิดก็พัฒนาต่อเนื่อง เช่น เปิดให้ประชาชนกลับมาประกอบอาชีพให้เศรษฐกิจได้เดินหน้า แนวทางที่จะกลับไปล็อกดาวน์เหมือนช่วงแรกคงทำได้ยาก ยกเว้นจำเป็นอย่างที่สุด คาดว่าจะไม่เกิดการแก้ไขคือต้องปรับตัวทุกส่วนทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ นายกฯ ยังสั่งให้แต่ละภาคส่วนดูแลจุดที่เป็นคลัสเตอร์แบบละเอียด เชื่อว่าตัวเลขจะลดลง

เมื่อถามว่า เตรียมมาตรการหากผู้ติดเชื้อรายวันถึงแสนคนหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า มีตัวเลขการครองเตียง การติดเชื้อจะถูกประเมินทุกวัน แต่กว่าจะไปถึงสถานการณ์ตอนนั้นต้องมีมาตรการมากกว่านี้ คงไม่ได้สร้าง รพ.สนามรองรับคนเป็นแสนแน่ๆ สธ.คิดต่อเนื่องอยู่แล้ว

สั่งยกระดับ HI–CI รพ.สนาม เซฟ รพ.หลักไว้ดูแลผู้ป่วยหนัก

ส่วนแผนรองรับหากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกนั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ที่นายกฯ สั่งการคือให้เตรียมแผนรองรับ โดยเฉพาะการยกระดับระบบการรักษาตัวที่บ้าน (HI) ศูนย์พักคอยในชุมชน (CI) ฮอสพิเทล รพ.สนาม ส่วน รพ.หลักอยากให้ใช้รับผู้ป่วยที่อาการน่าเป็นห่วงหรืออาการสีแดงให้เข้าไปรักษา รวมถึงต้องกันไว้สำหรับโรคอื่นๆ ด้วย โดยไม่กระทบต่อบุคลากรสาธารณสุข และให้หน่วยงานต่างๆ ทั้ง สปสช. กทม. รวมทั้งพื้นที่ต่างๆ เพิ่มคู่สายของแต่ละหน่วยงาน

เมื่อถามว่า ผู้ติดเชื้อทุกคนอยากรักษาตัวที่ รพ. จะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า จะยกระดับเรื่องการคัดกรองตามช่องทางต่างๆ หากแพทย์คัดกรองว่าเป็นผู้ป่วยระดับไหนควรให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม แต่ผู้มีลักษณะเปราะบางอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ เข้าถึงการสื่อสารลำบาก กลุ่มไร้ที่อยู่อาศัยรัฐจะเข้าไปจัดการด้วยระบบ CI สิ่งสำคัญประชาชนต้องเข้าใจเรา ต้องเซฟ รพ.หลักไว้ดูแลผู้ป่วยหนักจากโควิดและจากโรคอื่นๆ

เด็กติดโควิดสอบได้-รัฐพร้อมรับฟังทุกภาคส่วนเพื่อปรับปรุงแก้ไข

เมื่อถามว่า ศบค.ชุดใหญ่มีมติให้เด็กที่ติดเชื้อโควิด แต่อาการไม่มากเข้าสอบได้ มีมาตรการอย่างไร พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะให้เด็กเหล่านี้ไปสอบได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงเรียนหรือสถานศึกษา ต้องมีโซนนิ่งสำหรับผู้ติดเชื้อ และผู้มีความเสี่ยงสูง ต้องมีมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ การเข้าห้องสอบต้องอยู่เฉพาะพื้นที่ที่ป้องกันอย่างดี

เมื่อถามว่า ปัจจุบันพื้นที่ “สีฟ้า” ยังมีการลักลอบเปิดสถานบันเทิง จะเข้มมาตรการหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานว่านอกเหนือจากการดำเนินการทุกมาตรการแล้ว ยังต้องรับฟังข้อมูลและข้อร้องเรียนจากประชาชน และทุกภาคส่วนที่แจ้งเข้ามาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข เรื่องสถานบันเทิงใช้แนวทางนี้เช่นกัน ส่วนกรณีประชาชนไม่มีเตียงไม่ได้รับการดูแล หน่วยงานภาคเอกชนเข้าไปช่วย เช่น กลุ่มเส้นด้ายนั้น ก็ขอให้แจ้งมาที่ภาครัฐเพื่อประสานช่วยเหลือ

“UCEP” รอ สธ.ชี้แจงงบดูแลโควิด

ส่วนกรณี ครม.มีมติชะลอปรับรูปแบบยูเซ็ปโควิดออกไปนั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า รอให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง เรื่องงบประมาณดูแลโควิด เราพิจารณาในภาพรวม แม้จะโหลดแต่ถ้าจำเป็นต้องดำเนินการ นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ทบทวนดูรายละเอียดให้รอบคอบและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ

นายกฯ ย้ำให้รักษา “UCEP” เหมือนเดิม “รพ.รัฐ-เอกชน” ปฏิเสธรักษาไม่ได้

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุตอนหนึ่งถึงกรณี UCEP ว่า สำหรับข้อเสนอปรับระบบการรักษาโควิดให้เป็นการรักษาตามสิทธิ ครม.ให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนและสร้างการรับรู้ให้ทั่วถึง ทุกอย่างต้องชัดเจนก่อนปฏิบัติจริง ขอย้ำว่าปัจจุบันโควิดยังคงเป็นโรคที่สามารถเข้ารับการรักษาในระบบยูเซ็ปได้เหมือนเดิม รพ.รัฐหรือ รพ.เอกชน ไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้ หากเตียงเต็มต้องประสานงานเพื่อส่งต่อในระบบให้เร็วที่สุด ขอให้ประชาชนมั่นใจการปรับมาตรการต่างๆ ของ ศบค. ทุกครั้งยึดเอาความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก คำนึงถึงความสมดุลทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต ตนเชื่อมั่นศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุข อสม. เจ้าหน้าที่ด่านหน้าของไทย รวมทั้งเชื่อว่าความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจของชาวไทย จะทำให้ประเทศไทยเอาชนะสงครามโควิดในรอบนี้ ที่เชื่อว่าใกล้จะจบลงได้อีกครั้ง

ยืนยันป่วยโควิด เข้ารักษาได้ทุกแห่ง-ไม่เสียเงิน

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวถึงกรณียูเซ็ป (UCEP) ว่า เมื่อโควิดยูเซ็ปมีผลอยู่ ยังถือว่าผู้ป่วยโควิดเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินอยู่ สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกแห่ง โดยสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนไม่สามารถปฏิเสธได้ และไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ส่วนฮอสพิเทลในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มีฮอสพิเทลเปิดให้บริการอยู่ 200 แห่ง จำนวนเตียง 36,000 เตียง มีอัตราการครองเตียงร้อยละ 30 ส่วนเรื่องการตรวจ ATK มีผลเป็นบวกและเข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation นั้น เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายประกันสุขภาพ สบส.ได้ทำหนังสือยืนยันไปที่ คปภ.แล้วว่า HI/CI และฮอสพิเทล เป็นสถานพยาบาล ที่ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการคุ้มครองจ่ายสิทธิประกันสุขภาพ

ย้ำประชาชนได้รับการดูแลตามสิทธิเหมือนเดิม

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรณี ครม.สั่งทบทวนยูเซ็ปโควิด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นผู้นำไปทบทวน ประชาชนยังคงได้รับการดูแลรักษาเหมือนเดิมโดยรักษาตามสิทธิ ส่วนค่าใช้จ่ายการบริการโควิดใช้จ่ายไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทเฉพาะคนไทย โดย 7 หมื่นกว่าล้านบาทอยู่ที่ภาครัฐ กว่า 2.7 หมื่นล้านบาท อยู่ที่ภาคเอกชน ใน 2.7 หมื่นล้านบาท มี 88% อยู่ในกลุ่มอาการสีเขียว

คนไข้สีเขียวรักษา HI เพื่อให้ รพ.มีพื้นที่ดูแลผู้ป่วยโรคอื่น

ส่วนการแบ่งการรักษานั้น นพ.เกียรติภูมิ เปิดเผยว่า การระบาดโอมิครอนกรณีคนไข้สีเขียวกว่า 90% ไม่มีอาการหรือมีน้อย กลุ่มสีเขียวพยายามให้อยู่ระบบ HI และ CI ตอนนี้อยู่ประมาณ 60% แต่อยากให้ได้ถึง 90% เพื่อให้ รพ.มีพื้นที่ดูแลคนไข้โรคอื่นๆ การให้คนไข้สีเขียวอยู่ HI หรือ CI ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นเรื่องแนวคิดทัศนคติเพื่อให้โรคโควิดไปสู่โรคประจำถิ่นเหมือนโรคหวัด

วางแผน 4 เดือน หวังปลดเป็นโรคประจำถิ่น เร่งฉีดวัคซีนกลุ่ม 608

นอกจากนี้ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ประชุมแผนการออกจากการระบาดใหญ่ของโควิดเพื่อเข้าสู่โรคประจำถิ่นวางแผนไว้ 4 เดือน รายละเอียดจะออกสัปดาห์หน้าว่า มีขั้นตอนอะไรบ้าง จะไม่ใช่การระบาดใหญ่แล้ว ได้ถามผู้เชี่ยวชาญว่าโควิดจะลดความรุนแรงลงใช่หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าใช่ เพราะสภาพโรคความรุนแรงลดลง เพียงแต่ผู้ติดเชื้อแม้จะเพิ่มเพราะโรคแพร่เร็ว ทำให้เห็นตัวเลขผู้ป่วยอักเสบเพิ่ม แต่สัดส่วนผู้ป่วยอักเสบ ผู้เสียชีวิตเมื่อเทียบแล้วลดลง ผู้ป่วยปอดอักเสบในโอมิครอนอักเสบจริง แต่ไม่ต้องการออกซิเจน เพราะเมื่อไปเอกซเรย์พบปอดอักเสบสมัยก่อนต้องแอดมิต ส่วนผู้เสียชีวิต 100% ยังพบว่าอยู่ในกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จะประชุมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เข้าไปค้นทะเบียนบ้านนำกลุ่ม 608 ให้เข้าถึงบริการวัคซีนให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อลดเสียชีวิต หากฉีดเข็ม 3 ในกลุ่มเสี่ยงได้ถึง 60-70% จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากตอนนี้ลงไปอีก 50%

ผู้เขียน : หงเหมิน

กราฟิก : varanya phae-araya

บาคาร่าออนไลน์

You may also like

About Us

We’re a media company. We promise to tell you what’s new in the parts of modern life that matter. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. Sed consequat, leo eget bibendum sodales, augue velit.

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign